
สนข.เคลียร์ 2 ข้อคาใจ “รถไฟไทย-จีน”
นับตั้งแต่ ประกาศใช้ ม.44 ปลดล๊อคโครงการรถไฟความเร็วสูงไทย-จีน เส้นทางกรุงเทพ-โคราช ล่าสุด(23 มิย.60) สำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร (สนข.) กระทรวงคมนาคมได้ชี้ใน 2 ประเด็นหลักที่เป็นข้อถกเถียงของสังคม คือ
ประเด็นที่ 1 : โครงการดังกล่าวเป็นความร่วมมือในระดับภูมิภาคเชื่อมโยงกับหลายประเทศ ซึ่งที่ผ่านมาเป็นลักษณะของการร่วมทุนแต่รัฐบาลปัจจุบันดำเนินการในลักษณะโครงการของไทย กระบวนการทั้งหมดจึงผิดวัตถุประสงค์เดิมเริ่มตั้งแต่เส้นทางที่ไม่เน้นการเชื่อมโยงกับประเทศจีน แต่กลับเปลี่ยนเป็นกรุงเทพฯ-โคราช ซึ่งระยะทางทั้งหมดมีเพียง 3 กิโลเมตรเท่านั้น
สนข. ขอชี้แจงว่าเนื่องจากบันทึกความเข้าใจว่าด้วยความร่วมมือระหว่างรัฐบาลแห่งราชอาณาจักรไทยกับรัฐบาลแห่งสาธารณรัฐประชาชนจีน ภายใต้การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานทางรถไฟของประเทศไทยในกรอบยุทธศาสตร์การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านการคมนาคมขนส่งของไทยพ.ศ. 2558-2565 (MOU) ได้แบ่ง การดำเนินงานออกเป็น 4 ระยะโดยคณะกรรมการร่วมเพื่อความร่วมมือด้านรถไฟระหว่างไทย-จีน ได้กำหนดให้เริ่มดำเนินการในช่วงกรุงเทพฯ-นครราชสีมาก่อนและจะดำเนินโครงการ ช่วงนครราชสีมา-หนองคาย ต่อไปเพื่อเชื่อมโยงโครงการรถไฟระหว่างจีน-ลาว ในระยะต่อไป
ทั้งนี้ โครงการฯ ช่วงกรุงเทพฯ-นครราชสีมา ประกอบด้วย 4 ช่วง ได้แก่ช่วงที่ 1 กลางดง-ปางอโศก ระยะทาง 3.5 กิโลเมตร ช่วงที่ 2ปากช่อง-คลองขนานจิตร ระยะทาง 11 กิโลเมตร ช่วงที่ 3 แก่งคอย-โคราช ระยะทาง 119.5 กิโลเมตร ช่วงที่ 4 แก่งคอย-บางซื่อ ระยะทาง 119 กิโลเมตร ซึ่งการดำเนินการก่อสร้าง 3.5 กิโลเมตรเป็นเพียงการเริ่มต้นก่อสร้างในช่วงแรกจาก 4 ช่วง และจะดำเนินการก่อสร้างจนครบ 4 ช่วง รวมระยะทาง 253 กิโลเมตร ต่อไป
ประเด็นที่ 2 : ความใกล้ชิดระหว่างรัฐบาลไทยกับประเทศจีนควรอยู่ในความเหมาะสมไม่เอนเอียง ไปทางใดทางหนึ่งเนื่องจากประเทศไทยต้องเป็นกลางทางการเมืองและต้องรักษาความสัมพันธ์กับประเทศอื่นๆด้วย ดังนั้น การแสดงออกของไทย เช่น การซื้อเรือดำน้ำ รถถัง รวมถึงรถไฟความเร็วสูงจากประเทศจีนทั้งหมด อาจทำให้เสียสมดุลทางความสัมพันธ์ระหว่างประเทศได้
สนข. ขอชี้แจงว่า นอกจากได้ลงนามความร่วมมือด้านรถไฟระหว่างไทย-จีน ประเทศไทยยังได้ลงนามบันทึกความเข้าใจว่าด้วยความร่วมมือระบบรางระหว่างกระทรวงคมนาคมแห่งราชอาณาจักรไทยและกระทรวงที่ดิน โครงสร้างพื้นฐาน และการขนส่งแห่งสาธารณรัฐเกาหลี (ความร่วมมือด้านรถไฟไทย-เกาหลี) และบันทึกความร่วมมือด้านระบบราง ระหว่างกระทรวงคมนาคมแห่งราชอาณาจักรไทย และกระทรวงที่ดินโครงสร้างพื้นฐานการขนส่ง และการท่องเที่ยวแห่งญี่ปุ่น (ความร่วมมือด้านรถไฟไทย-ญี่ปุ่น) และความร่วมมือกับประเทศอื่น ๆ จึงมิได้เอนเอียงไปทางประเทศใดประเทศหนึ่ง
ประเด็นที่ 1 : โครงการดังกล่าวเป็นความร่วมมือในระดับภูมิภาคเชื่อมโยงกับหลายประเทศ ซึ่งที่ผ่านมาเป็นลักษณะของการร่วมทุนแต่รัฐบาลปัจจุบันดำเนินการในลักษณะโครงการของไทย กระบวนการทั้งหมดจึงผิดวัตถุประสงค์เดิมเริ่มตั้งแต่เส้นทางที่ไม่เน้นการเชื่อมโยงกับประเทศจีน แต่กลับเปลี่ยนเป็นกรุงเทพฯ-โคราช ซึ่งระยะทางทั้งหมดมีเพียง 3 กิโลเมตรเท่านั้น
สนข. ขอชี้แจงว่าเนื่องจากบันทึกความเข้าใจว่าด้วยความร่วมมือระหว่างรัฐบาลแห่งราชอาณาจักรไทยกับรัฐบาลแห่งสาธารณรัฐประชาชนจีน ภายใต้การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานทางรถไฟของประเทศไทยในกรอบยุทธศาสตร์การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านการคมนาคมขนส่งของไทยพ.ศ. 2558-2565 (MOU) ได้แบ่ง การดำเนินงานออกเป็น 4 ระยะโดยคณะกรรมการร่วมเพื่อความร่วมมือด้านรถไฟระหว่างไทย-จีน ได้กำหนดให้เริ่มดำเนินการในช่วงกรุงเทพฯ-นครราชสีมาก่อนและจะดำเนินโครงการ ช่วงนครราชสีมา-หนองคาย ต่อไปเพื่อเชื่อมโยงโครงการรถไฟระหว่างจีน-ลาว ในระยะต่อไป
ประเด็นที่ 2 : ความใกล้ชิดระหว่างรัฐบาลไทยกับประเทศจีนควรอยู่ในความเหมาะสมไม่เอนเอียง ไปทางใดทางหนึ่งเนื่องจากประเทศไทยต้องเป็นกลางทางการเมืองและต้องรักษาความสัมพันธ์กับประเทศอื่นๆด้วย ดังนั้น การแสดงออกของไทย เช่น การซื้อเรือดำน้ำ รถถัง รวมถึงรถไฟความเร็วสูงจากประเทศจีนทั้งหมด อาจทำให้เสียสมดุลทางความสัมพันธ์ระหว่างประเทศได้
สนข. ขอชี้แจงว่า นอกจากได้ลงนามความร่วมมือด้านรถไฟระหว่างไทย-จีน ประเทศไทยยังได้ลงนามบันทึกความเข้าใจว่าด้วยความร่วมมือระบบรางระหว่างกระทรวงคมนาคมแห่งราชอาณาจักรไทยและกระทรวงที่ดิน โครงสร้างพื้นฐาน และการขนส่งแห่งสาธารณรัฐเกาหลี (ความร่วมมือด้านรถไฟไทย-เกาหลี) และบันทึกความร่วมมือด้านระบบราง ระหว่างกระทรวงคมนาคมแห่งราชอาณาจักรไทย และกระทรวงที่ดินโครงสร้างพื้นฐานการขนส่ง และการท่องเที่ยวแห่งญี่ปุ่น (ความร่วมมือด้านรถไฟไทย-ญี่ปุ่น) และความร่วมมือกับประเทศอื่น ๆ จึงมิได้เอนเอียงไปทางประเทศใดประเทศหนึ่ง






