
เปิดศึกครึ่งปีหลังชิงแชร์ตลาดเพชร 3 หมื่นล้าน
2 บิ๊กแบรนด์เพชร “พรีม่า ไดมอนด์-ยูบิลลี่” เปิดศึกครึ่งปีหลังชิงแชร์ตลาด 3 หมื่นล้าน เตรียมขยายทางขายเพิ่ม ทั้งออนไลน์และออฟไลน์ กระตุ้นการเติบโต
ตลาดเครื่องประดับเพชรที่จัดจำหน่ายอยู่ในช่องทางค้าปลีกปัจจุบันมีมูลค่ากว่า 3.5 หมื่นล้านบาท แบ่งเป็นจำหน่ายผ่านร้านค้าเพชรทั่วไปมูลค่า 2 หมื่นล้านบาท จำหน่ายผ่านช่องทางเคาท์เตอร์ในห้างสรรพสินค้ามูลค่า 9,000 ล้านบาท และจำหน่ายภายในร้านทองมูลค่า 6,000 ล้านบาท โดยภาพรวมของตลาดอยู่ภาวะทรงตัวมาต่อเนื่อง 2-3 ปี จากภาวะเศรษฐกิจและกำลังซื้อที่ชะลอตัว แต่ผู้ประกอบการ 2 รายใหญ่ที่ทำตลาดอย่างแบรนด์พรีม่า ไดมอนด์ และยูบิลลี่ ยังคงมุ่งเดินหน้าทำกิจกรรมการตลาดและพยายามกระตุ้นกำลังซื้อ เพื่อสร้างยอดขายให้เติบโต
โดยนางชลวิชา ฤกษ์วิทูรกุล กรรมการผู้จัดการ บริษัท พรีม่าโกลด์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด เปิดเผยกับ “ฐานเศรษฐกิจ” ถึงแผนการกระตุ้นยอดขายสินค้ากลุ่มเครื่องประดับเพชรว่า ได้เตรียมออกสินค้าใหม่ทุกๆ 2 เดือน สำหรับกลุ่มเครื่องประดับเพชรที่ได้ใบรับรองจากเดอ เบียร์ส พร้อมสื่อสารประชาสัมพันธ์ข้อมูลความรู้เกี่ยวกับเครื่องประดับเพชรผ่านช่องทางออนไลน์ ขณะเดียวกันได้ออกสินค้าที่มีราคาที่ผู้บริโภคสามารถซื้อได้ โดยมีราคาเริ่มต้นที่ 1.29 หมื่นบาท
นอกจากนี้ ในช่วงปลายปีบริษัทจะเปิดเว็บไซต์จำหน่ายเครื่องประดับเพชร ภายใต้เว็บไซต์ primadimondonline พร้อมกับการให้ความรู้ในการเลือกซื้อเพชร รวมถึงการเปิดร้านจำหน่ายเพิ่มในปีนี้อีก 8 แห่ง จากปัจจุบันมี 38 แห่งใช้งบลงทุนแห่งละ 8 ล้านบาท ซึ่งบริษัทได้เตรียมงบประมาณการตลาด 10% ของยอดขาย เพื่อใช้ในการทำตลาดแบรนด์ต่างๆ ซึ่งคาดว่าจะช่วยกระตุ้นยอดขายและสร้างการเติบโตโดยรวมในปีนี้ 20% แบรนด์พรีม่าโกลด์มีสัดส่วน 40% ของยอดขายโดยรวมทั้งบริษัท ซึ่งปีที่ผ่านมาบริษัทมียอดขาย 1,000 ล้านบาท
ขณะที่นางสาวอัญรัตน์ พรประกฤต ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ยูบิลลี่ เอ็นเตอร์ไพรส์ จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า ในช่วงครึ่งปีหลังได้เตรียมกระตุ้นตลาดและยอดขายเครื่องประดับเพชร ด้วยการเตรียมโปรแกรมพิเศษสำหรับฐานลูกค้าสมาชิก 1.3 แสนราย และเตรียมเปิดจำหน่ายเครื่องประดับเพชรผ่านช่องทางออนไลน์ เนื่องจากสอดคล้องกับพฤติกรรมผู้บริโภคในยุคปัจจุบัน นอกจากนี้ ยังเตรียมขยายจุดจำหน่ายเพิ่มอีก 3-5 แห่ง จากช่วงครึ่งปีแรกเปิดจุดจำหน่ายแล้ว 2 แห่ง ใช้งบลงทุน 5-7 ล้านบาทต่อแห่ง โดยปัจจุบันมีจุดจำหน่ายทั้งสิ้น 122 แห่ง
“ช่วงครึ่งปีหลังนี้บริษัทได้เตรียแผนธุรกิจไว้ล่วงหน้า ซึ่งช่วงเดือนตุลาคมและพฤศจิกายนอาจจะเป็นช่วงเวลาที่ทำอะไรไม่ได้มาก จึงอาจจะต้องทำลอยัลตี้โปรแกรมกับฐานสมาชิกโดยตรง แต่ภาพรวมครึ่งปีหลังยังคงดีกว่าช่วงเดียวกันของปีที่ผ่านมา และกำลังซื้อโดยรวมของฐานลูกค้าบริษัทถือว่ายังดีอยู่ ประกอบกับเทรนด์ในปัจจุบันคนนิยมซื้อเพชรเพื่อลงทุนมากขึ้นด้วย เพราะให้ผลตอบแทนในอัตรา 5-7%”
ตลาดเครื่องประดับเพชรที่จัดจำหน่ายอยู่ในช่องทางค้าปลีกปัจจุบันมีมูลค่ากว่า 3.5 หมื่นล้านบาท แบ่งเป็นจำหน่ายผ่านร้านค้าเพชรทั่วไปมูลค่า 2 หมื่นล้านบาท จำหน่ายผ่านช่องทางเคาท์เตอร์ในห้างสรรพสินค้ามูลค่า 9,000 ล้านบาท และจำหน่ายภายในร้านทองมูลค่า 6,000 ล้านบาท โดยภาพรวมของตลาดอยู่ภาวะทรงตัวมาต่อเนื่อง 2-3 ปี จากภาวะเศรษฐกิจและกำลังซื้อที่ชะลอตัว แต่ผู้ประกอบการ 2 รายใหญ่ที่ทำตลาดอย่างแบรนด์พรีม่า ไดมอนด์ และยูบิลลี่ ยังคงมุ่งเดินหน้าทำกิจกรรมการตลาดและพยายามกระตุ้นกำลังซื้อ เพื่อสร้างยอดขายให้เติบโต
นอกจากนี้ ในช่วงปลายปีบริษัทจะเปิดเว็บไซต์จำหน่ายเครื่องประดับเพชร ภายใต้เว็บไซต์ primadimondonline พร้อมกับการให้ความรู้ในการเลือกซื้อเพชร รวมถึงการเปิดร้านจำหน่ายเพิ่มในปีนี้อีก 8 แห่ง จากปัจจุบันมี 38 แห่งใช้งบลงทุนแห่งละ 8 ล้านบาท ซึ่งบริษัทได้เตรียมงบประมาณการตลาด 10% ของยอดขาย เพื่อใช้ในการทำตลาดแบรนด์ต่างๆ ซึ่งคาดว่าจะช่วยกระตุ้นยอดขายและสร้างการเติบโตโดยรวมในปีนี้ 20% แบรนด์พรีม่าโกลด์มีสัดส่วน 40% ของยอดขายโดยรวมทั้งบริษัท ซึ่งปีที่ผ่านมาบริษัทมียอดขาย 1,000 ล้านบาท
“ช่วงครึ่งปีหลังนี้บริษัทได้เตรียแผนธุรกิจไว้ล่วงหน้า ซึ่งช่วงเดือนตุลาคมและพฤศจิกายนอาจจะเป็นช่วงเวลาที่ทำอะไรไม่ได้มาก จึงอาจจะต้องทำลอยัลตี้โปรแกรมกับฐานสมาชิกโดยตรง แต่ภาพรวมครึ่งปีหลังยังคงดีกว่าช่วงเดียวกันของปีที่ผ่านมา และกำลังซื้อโดยรวมของฐานลูกค้าบริษัทถือว่ายังดีอยู่ ประกอบกับเทรนด์ในปัจจุบันคนนิยมซื้อเพชรเพื่อลงทุนมากขึ้นด้วย เพราะให้ผลตอบแทนในอัตรา 5-7%”






