thansettakij
thansettakij
เปิดศึกครึ่งปีหลังชิงแชร์ตลาดเพชร 3 หมื่นล้าน

เปิดศึกครึ่งปีหลังชิงแชร์ตลาดเพชร 3 หมื่นล้าน

20 มิ.ย. 60 | 09:31 น.
อัปเดตล่าสุด :20 มิ.ย. 60 | 16:31 น.
2 บิ๊กแบรนด์เพชร “พรีม่า ไดมอนด์-ยูบิลลี่”  เปิดศึกครึ่งปีหลังชิงแชร์ตลาด  3 หมื่นล้าน  เตรียมขยายทางขายเพิ่ม ทั้งออนไลน์และออฟไลน์  กระตุ้นการเติบโต

ตลาดเครื่องประดับเพชรที่จัดจำหน่ายอยู่ในช่องทางค้าปลีกปัจจุบันมีมูลค่ากว่า 3.5 หมื่นล้านบาท  แบ่งเป็นจำหน่ายผ่านร้านค้าเพชรทั่วไปมูลค่า 2 หมื่นล้านบาท  จำหน่ายผ่านช่องทางเคาท์เตอร์ในห้างสรรพสินค้ามูลค่า 9,000 ล้านบาท และจำหน่ายภายในร้านทองมูลค่า 6,000 ล้านบาท  โดยภาพรวมของตลาดอยู่ภาวะทรงตัวมาต่อเนื่อง 2-3 ปี  จากภาวะเศรษฐกิจและกำลังซื้อที่ชะลอตัว  แต่ผู้ประกอบการ 2 รายใหญ่ที่ทำตลาดอย่างแบรนด์พรีม่า ไดมอนด์ และยูบิลลี่  ยังคงมุ่งเดินหน้าทำกิจกรรมการตลาดและพยายามกระตุ้นกำลังซื้อ  เพื่อสร้างยอดขายให้เติบโต

9 โดยนางชลวิชา ฤกษ์วิทูรกุล กรรมการผู้จัดการ บริษัท พรีม่าโกลด์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด  เปิดเผยกับ “ฐานเศรษฐกิจ”  ถึงแผนการกระตุ้นยอดขายสินค้ากลุ่มเครื่องประดับเพชรว่า  ได้เตรียมออกสินค้าใหม่ทุกๆ 2 เดือน สำหรับกลุ่มเครื่องประดับเพชรที่ได้ใบรับรองจากเดอ เบียร์ส   พร้อมสื่อสารประชาสัมพันธ์ข้อมูลความรู้เกี่ยวกับเครื่องประดับเพชรผ่านช่องทางออนไลน์ ขณะเดียวกันได้ออกสินค้าที่มีราคาที่ผู้บริโภคสามารถซื้อได้  โดยมีราคาเริ่มต้นที่ 1.29 หมื่นบาท

นอกจากนี้ ในช่วงปลายปีบริษัทจะเปิดเว็บไซต์จำหน่ายเครื่องประดับเพชร  ภายใต้เว็บไซต์ primadimondonline พร้อมกับการให้ความรู้ในการเลือกซื้อเพชร  รวมถึงการเปิดร้านจำหน่ายเพิ่มในปีนี้อีก 8 แห่ง จากปัจจุบันมี 38 แห่งใช้งบลงทุนแห่งละ 8 ล้านบาท  ซึ่งบริษัทได้เตรียมงบประมาณการตลาด 10% ของยอดขาย  เพื่อใช้ในการทำตลาดแบรนด์ต่างๆ  ซึ่งคาดว่าจะช่วยกระตุ้นยอดขายและสร้างการเติบโตโดยรวมในปีนี้ 20% แบรนด์พรีม่าโกลด์มีสัดส่วน 40% ของยอดขายโดยรวมทั้งบริษัท  ซึ่งปีที่ผ่านมาบริษัทมียอดขาย 1,000 ล้านบาท

8 ขณะที่นางสาวอัญรัตน์ พรประกฤต ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ยูบิลลี่ เอ็นเตอร์ไพรส์ จำกัด (มหาชน)  กล่าวว่า  ในช่วงครึ่งปีหลังได้เตรียมกระตุ้นตลาดและยอดขายเครื่องประดับเพชร  ด้วยการเตรียมโปรแกรมพิเศษสำหรับฐานลูกค้าสมาชิก 1.3 แสนราย  และเตรียมเปิดจำหน่ายเครื่องประดับเพชรผ่านช่องทางออนไลน์  เนื่องจากสอดคล้องกับพฤติกรรมผู้บริโภคในยุคปัจจุบัน  นอกจากนี้  ยังเตรียมขยายจุดจำหน่ายเพิ่มอีก 3-5 แห่ง  จากช่วงครึ่งปีแรกเปิดจุดจำหน่ายแล้ว 2 แห่ง  ใช้งบลงทุน 5-7 ล้านบาทต่อแห่ง  โดยปัจจุบันมีจุดจำหน่ายทั้งสิ้น 122 แห่ง 11

“ช่วงครึ่งปีหลังนี้บริษัทได้เตรียแผนธุรกิจไว้ล่วงหน้า   ซึ่งช่วงเดือนตุลาคมและพฤศจิกายนอาจจะเป็นช่วงเวลาที่ทำอะไรไม่ได้มาก  จึงอาจจะต้องทำลอยัลตี้โปรแกรมกับฐานสมาชิกโดยตรง  แต่ภาพรวมครึ่งปีหลังยังคงดีกว่าช่วงเดียวกันของปีที่ผ่านมา   และกำลังซื้อโดยรวมของฐานลูกค้าบริษัทถือว่ายังดีอยู่  ประกอบกับเทรนด์ในปัจจุบันคนนิยมซื้อเพชรเพื่อลงทุนมากขึ้นด้วย  เพราะให้ผลตอบแทนในอัตรา 5-7%”