
ยูเอ็นเผยสงครามทั่วโลก สร้างผู้ลี้ภัยกว่า 65 ล้าน
-20-6-60-สำนักงานข้าหลวงใหญ่เพื่อผู้ลี้ภัยแห่งสหประชาชาติ เปิดเผยตัวเลขจำนวนผู้ลี้ภัยทั่วโลกล่าสุด พบว่า ปัจจุบันมีประชาชนกว่า 65 ล้านคนทั่วโลกต้องกลายเป็นผู้อพยพหรือผู้ลี้ภัย จากปัญหาความขัดแย้ง สงครามและปัญหาอื่นๆ
สำนักงานข้าหลวงใหญ่เพื่อผู้ลี้ภัยแห่งสหประชาชาติ เปิดเผยรายงานก่อนที่จะถึงวันผู้ลี้ภัยโลกในวันนี้ว่า ปัจจุบันนี้ มีประชากรจำนวน 65 ล้าน 6 แสนคนทั่วโลก ถูกบังคับให้พวกเขาต้องอพยพออกจากบ้านเรือน
เนื่องด้วยปัญหาความขัดแย้ง การสู้รบหรือการถูกกลั่นแกล้ง โดยจำนวนผู้ลี้ภัยทั่วโลกนั้นมีมากกว่าประชากรของอังกฤษด้วยซ้ำ และเพิ่มขึ้นมากถึง 3 แสนคนภายในช่วงปีที่ผ่านมา นอกจากนี้ ยังเป็นที่น่าตกใจที่พบว่า ในจำนวนผู้ลี้ภัยกว่าครึ่งหนึ่งเป็นเด็กอายุต่ำกว่า 18 ปี
ด้านนายฟิลิปโป แกรนดี ข้าหลวงใหญ่เพื่อผู้ลี้ภัยแห่งสหประชาชาติ เปิดเผยว่า กว่าครึ่งหนึ่งของผู้ลี้ภัยทั่วโลกมาจากสามประเทศหลักๆ ได้แก่ ซีเรีย อัฟกานิสถานและซูดานใต้ ซึ่งล้วนเป็นประเทศที่เกิดสงครามนานหลายปี และยิ่งสงครามทวีความตึงเครียดเท่านั้น จำนวนผู้ลี้ภัยก็มีมากขึ้น นอกจากนั้น นายแกรนดียังได้เรียกร้องให้บรรดาประเทศที่มั่งคั่งต้อนรับผู้ลี้ภัยให้มากขึ้น
อย่างไรก็ตาม การเรียกร้องมีขึ้นในช่วงเวลาที่สหรัฐกำลังทบทวนโครงการผู้ลี้ภัยและเพิ่มความเข้มงวดในการอนุญาตให้คนเข้าประเทศ เช่นเดียวกันกับหลายประเทศในยุโรป
สำนักงานข้าหลวงใหญ่เพื่อผู้ลี้ภัยแห่งสหประชาชาติ เปิดเผยรายงานก่อนที่จะถึงวันผู้ลี้ภัยโลกในวันนี้ว่า ปัจจุบันนี้ มีประชากรจำนวน 65 ล้าน 6 แสนคนทั่วโลก ถูกบังคับให้พวกเขาต้องอพยพออกจากบ้านเรือน
เนื่องด้วยปัญหาความขัดแย้ง การสู้รบหรือการถูกกลั่นแกล้ง โดยจำนวนผู้ลี้ภัยทั่วโลกนั้นมีมากกว่าประชากรของอังกฤษด้วยซ้ำ และเพิ่มขึ้นมากถึง 3 แสนคนภายในช่วงปีที่ผ่านมา นอกจากนี้ ยังเป็นที่น่าตกใจที่พบว่า ในจำนวนผู้ลี้ภัยกว่าครึ่งหนึ่งเป็นเด็กอายุต่ำกว่า 18 ปี
ด้านนายฟิลิปโป แกรนดี ข้าหลวงใหญ่เพื่อผู้ลี้ภัยแห่งสหประชาชาติ เปิดเผยว่า กว่าครึ่งหนึ่งของผู้ลี้ภัยทั่วโลกมาจากสามประเทศหลักๆ ได้แก่ ซีเรีย อัฟกานิสถานและซูดานใต้ ซึ่งล้วนเป็นประเทศที่เกิดสงครามนานหลายปี และยิ่งสงครามทวีความตึงเครียดเท่านั้น จำนวนผู้ลี้ภัยก็มีมากขึ้น นอกจากนั้น นายแกรนดียังได้เรียกร้องให้บรรดาประเทศที่มั่งคั่งต้อนรับผู้ลี้ภัยให้มากขึ้น
อย่างไรก็ตาม การเรียกร้องมีขึ้นในช่วงเวลาที่สหรัฐกำลังทบทวนโครงการผู้ลี้ภัยและเพิ่มความเข้มงวดในการอนุญาตให้คนเข้าประเทศ เช่นเดียวกันกับหลายประเทศในยุโรป






