
ดราม่าการเมือง : 4 คำถาม ‘บิ๊กตู่’ ถึง 50 อดีตส.ส.เคลื่อนพล!!
ซึ่งไม่รู้เหมือนกันว่า จะมีคนสนใจตอบคำถามสักกี่มากน้อย เพราะพลันที่กระทรวงมหาดไทยรับไม้ไปปฏิบัติโดยการตั้งโต๊ะตอบแบบสอบถามอย่างเป็นเรื่องเป็นราว ก่อนเกิดเสียงวิพากษ์วิจารณ์ต่างๆ นานาตามมา และที่สำคัญกว่านั้นก็คือ เสียงตอบรับประชาชนมีจำนวนน้อยไปสักนิด....
สรุปว่า ไม่มีเสียงดังเปรี้ยงปั๊งอย่างที่ "เจ้าภาพ" กระทรวงมหาดไทยต้องการ อาจเป็นเพราะว่า กลวิธีที่ออกแบบให้พี่น้องคนไทยไปตอบคำถามที่ "ศูนย์ดำรงธรรม" ในอำเภอ ในจังหวัด โดยให้เตรียมหาปากกาดินสอไปเองอีกต่างหาก เมื่อเป็นอย่างนี้ผมเลยไม่แปลกใจที่วันแรกๆ มีคนไปตอบคำถาม 4 ข้อแค่หลักพันเท่านั้น
และว่ากันตามจริงแล้ว การไปตอบคำถามนายกฯ "บิ๊กตู่" ครั้งนี้ ก็ไม่ได้มีบทลงโทษหรือมีกฎหมายบังคับ หรือกระทั่งคนที่ไม่ตอบคำถามจะสูญเสียสิทธิอะไร?ต่างๆ เหมือนการเลือกตั้งกับลงประชามติรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ซึ่งหากไม่รักกันจริงหรือโกธรเกลียดกันจริงๆ คงไม่มีใครยอมเสียเวลาออกจากบ้านไปตอบคำถามกันหรอกครับ
แต่ไหนๆ ก็ไหนๆ แล้ว เพื่อไม่ให้พี่น้องคนไทยหลงลืมคำถามของท่านนายกฯ "บิ๊กตู่" ก็ขอทวนคำถามทั้ง 4 ข้อคร่าวๆ ดังนี้
ข้อ 1 ท่านคิดว่าการเลือกตั้งครั้งต่อไป จะได้รัฐบาลที่มีธรรมมาภิบาลหรือไม่ (ตอบโดยกาในช่องได้หรือไม่ได้)
ข้อ 2 หากไม่ได้จะทำอย่างไร (ให้อธิบาย)
ข้อ 3 การเลือกตั้งเป็นส่วนสำคัญส่วนหนึ่งของระบอบประชาธิปไตย แต่การเลือกตั้งอย่างเดียว ไม่คำนึงถึงเรื่องอนาคตของประเทศและเรื่องอื่นๆ เช่น ประเทศชาติจะมียุทธศาสตร์และการปฏิรูปหรือไม่นั้น ถูกต้องหรือไม่ถูกต้อง (ตอบโดยกาในช่องถูกต้อง-และไม่ถูกต้อง)
ข้อ 4 ท่านคิดว่ากลุ่มการเมืองที่มีพฤติการณ์ไม่เหมาะสมในทุกกรณี ควรจะมีโอกาสเข้ามาสู่การเลือกตั้งอีกหรือไม่ หากเข้ามาได้อีก แล้วจะให้ใครแก้ไขและแก้ด้วยวิธีอะไร (อธิบาย)
เมื่อเป็นอย่างนี้ ผมก็เลยไม่แปลกใจที่ในวันแรกมีพี่น้องคนไทยจากทั่วประเทศไปตอบคำถามท่านนายกฯ "บิ๊กตู่" แค่เพียง 7,012 คนเท่านั้น!?!?
ตัวเลข 7,012 หรืออาจเพิ่มมีจำนวนมากขึ้นเรื่อยๆ ในวันต่อๆ มา จึงไม่ได้เป็นครื่อง "ชี้วัด" อะไร?ทั้งสิ้น แม้วันต่อมาทางกระทรวงมหาดไทยที่เป็น "เจ้าภาพ" จะมีการปรับขบวนท่าของตัวเองใหม่เพื่ออำนวยความสะดวกสบายต่างๆ ให้พี่น้องคนไทยพากันออกไปตอบคำถามนายกฯ ทั้ง 4 ข้อมากขึ้น
ครับ ในห้วงเวลาใกล้เคียงกันนี้ ก็มีการเคลื่อนไหวของอดีตส.ส.กลุ่มหนึ่งที่เรียกตัวเองสั้นๆ ว่า "สโมสร ส.ส." ประมาณ 50 คน นัดชุมนุมสังสรรค์กันที่โรงแรมใหญ่ย่านลาดพร้าว แต่ถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจขัดขวางด้วยการขอตรวจค้นห้องจัดงาน โดยอ้างว่าได้รับแจ้งเรื่องวางระเบิดในห้องดังกล่าว แต่ก็คว้าน้ำเหลวเนื่องจากตำรวจไม่พบวัตถุต้องสงสัยใดๆ
ส่งผลให้งานเลี้ยงเลิกรากันไปแบบกร่อยๆ โดยคนที่เป็น "แกนนำ" จัดงานแสดงอาการเคืองๆ ตำรวจที่ขัดขวางการจัดงานนิดหน่อย พอเป็นพิธี....จากภาพข่าวนสพ.ฉบับหนึ่ง ทำให้เห็นหน้าค่าตาส.ส.หลายคนที่ผมเคยรู้จักบ้างบางส่วน สรุปได้ว่าอดีตส.ส.กลุ่มนี้เคยรวมตัวกันมากว่า 2 ปีแล้ว และเคยมีการจัดงานเลี้ยงสังสรรค์ทำนองนี้มาหลายครั้งแล้ว
เพียงแต่ครั้งล่าสุด คือเมื่อค่ำวันเสาร์ก่อน อยากเปิดตัวกลุ่มการเมืองและต้องการให้เป็นข่าว จึงมีการออกข่าว ตีปิ๊ปซ่ะใหญ่โต ขณะเดียวกันก็มีการแจ้งหมายนักข่าวให้ไปทำข่าว ซึ่งก็ได้เป็นข่าวในหน้านสพ.ต่างๆ ตามที่ต้องการ พร้อมกับเสียงวิพากษ์วิจารณ์ในทางลบมากกว่าด้านบวก อาทิ เช่น กี่ปีกี่ชาติส.ส.กลุ่มนี้ก็ยังใช้ "มุก" เดิมหรือเดินตามสูตรเดิมๆ
และวิธีคิดแบบนี้ ไม่เพียงแต่จะถูกตราหน้าว่าเป็น "สัมพเวสี" ที่น่าสังเวชใจเท่านั้น ยังเป็นนักการเมืองเก่าที่ยังไม่พ้นผ่านกาลเวลาแห่งการเรียนรู้ใหม่ด้วย....การออกมาเปิดตัวเป็นข่าวครั้งนี้ ก็เลยเป็นได้แค่ "ดราม่าการเมือง" เท่านั้น
จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 37 ฉบับที่ 3,271 วันที่ 18 - 21 มิถุนายน พ.ศ. 2560






