
2 ปีกับการปั้นแบรนด์ TOWNE DELIGHT ไปต่อได้เพราะนวัตกรรม
บริษัท ทาวน์ คอร์ปอเรชั่น จำกัด ผู้ผลิตผลไม้อบกรอบและแห้งและข้าวไรซ์เบอร์รี่ แบรนด์ "TOWNE DELIGHT" เพิ่งก่อตั้งเมื่อปี2558 ถือเป็น น้องใหม่วงการอาหารประเภทอบกรอบและเพื่อสุขภาพที่น่าจับตามอง "เล็ก" ณัฐดนัย พรชัยสิริอรุณ ผู้จัดการฝ่ายการตลาดบริษัทดังกล่าว ตั้งความหวังไว้ว่าอีกไม่เกิน2 ปีนับจากนี้ไป ปริมาณผลิตและรายได้จะเติบโตอย่างก้าวกระโดด
ณัฐดนัย ย้อนปูมหลังให้ฟังว่า หลังจากศึกษาความเป็นไปได้ของตลาดมาระยะหนึ่ง ก็ทดลองผลิตแอปเปิ้ลอบกรอบ ลองผิดลองถูกโดยใช้แอปเปิ้ลจากจีน จนสุดท้ายพบว่าวัตถุดิบจากประเทศไทยนั้นดีที่สุด พยายามเลือกตามความต้องการของลูกค้า หลังศึกษาพฤติกรรมผู้บริโภคมาระยะหนึ่งพบว่า ทุเรียนหมอนทอง เป็นที่โปรดปรานของนักท่องเที่ยวจีน เนื้อจะมากและหอม สับปะรดตราดสีทอง ลูกใหญ่มีน้ำน้อยรดชาติหวานเปรี้ยว ส่วนมะม่วงต้องน้ำดอกไม้มีปริมาณเนื้อเยอะและหวาน และมีเยื่อน้อย ส่วนกล้วยก็ต้องใช้กล้วยหอมทอง ซึ่งจะมีความหอมอยู่ในตัว วัตถุดิบเหล่านี้สามารถนำมาแปรรูปเป็นผลไม้อบกรอบที่ปราศส่วนผสมของน้ำตาล เกลือและสารกันบูด
นอกจากความละเอียดในการคัดสรรวัตถุดิบได้ตรงใจผู้บริโภคแล้ว สินค้าแบรนด์"TOWNE DELIGHT"จะใช้เทคโนโลยีที่ทันสมัยจากจีนและเยอรมัน เป็นเครื่องอบกรอบเยือกเย็นด้วยอุณหภูมิ52องศา เป็นเทคโนโลยีใหม่ที่ทำอาหารให้กับนักบินอวกาศ ที่มีข้อดีคือ ทำให้คุณค่าของอาหารยังอยู่ไม่ต่ำกว่า97% จะได้ผลไม้อบกรอบจากรดชาติที่เป็นธรรมชาติจริงๆ มีการสูญเสียคุณค่าทางอาหารน้อยมาก
-ตั้งเป้าโตพรวด400ตัน
ปัจจุบันผลไม้อบกรอบและแห้ง "TOWNE DELIGHT" มีการผลิตอยู่ที่จังหวัดปทุมธานี ขนาดกำลังผลิต50ตันต่อปี สินค้าที่ผลิตออกมาจะป้อนตลาดส่งออก30% เรี่มส่งออกอย่างจริงจัง ตั้งแต่ปี2559 และมีเป้าหมายว่าไม่เกิน2 ปีนับจากนี้ไป จะเพิ่มกำลังผลิตเป็น300-400ตันต่อปี โดยผลผลิตเกือบทั้งหมดหรือประมาณ 90%จะส่งออกไปยังตลาดจีน อเมริกา แคนาดา และเม็กซิโก โดยสินค้าที่ขายมีช่องทางจำหน่ายโดยตัวแทนจำหน่าย ยกเว้นที่จีนจะมีทั้งตัวแทนจำหน่ายและเปิดสาขาที่เซี่ยงไฮ้ รวมถึงขายผ่านเวบไซด์www.townecorporation.com และ www.townedelight.com ส่วนช่องทางจำหน่ายในประเทศจะมีวางขาย เดอะมอลล์ทุกสาขา และเซ็นทรัล บางสาขา และขายผ่าน แฟมิลี่มาร์ทและซูเปอร์เซฟ (SuperSave) สยามเจมส์ เฮอริเทจ และล็อตเต้ ดิวตี้ ฟรี มีขนาดบรรจุลงถุง40 กรัมและ50 กรัม มีราคาขายปลีกต่อซองตั้งแต่40-155 บาทต่อซอง ส่วนราคาขายส่งจะถูกกว่าขายปลีกตั้งแต่10-30%
บริษัท ทาวน์ คอร์ปอเรชั่น จำกัด มียอดขายราว7ล้านบาทต่อปี ตั้งเป้าว่าอีก2 ปียอดขายจะขยายตัว15-20ล้านบาทต่อปี หลังจากที่ขยายกำลังผลิตได้ตามแผน โดยขยายตลาดส่งออกโตเป็น2เท่าตัว(ดูตารางเหตุผลส่งออกเป็นหลัก)
-นวัตกรรมตัวช่วยสำคัญ
สำหรับการแข่งขัน ปัจจุบันมีผู้ประกอบการรายใหม่เกิดขึ้นมาก ในกลุ่มผู้ผลิตผลไม้อบกรอบ ทำให้ต้องมุ่งพัฒนานวัตกรรมใหม่ๆต่อเนื่อง ถือเป็นบทพิสูจน์ว่า ทำให้เราไปต่อได้ แข่งขันได้ ล่าสุดทำการพัฒนาร่วมกับมหาวิทยาลัยราชมงคล วิทยาเขตพระนครเหนือ ที่เก่งทางด้านอาหาร ต่อยอดสินค้าให้เกิดความแตกต่าง เช่น ทำข้าวเหนียวทุเรียนอบกรอบ ข้าวเหนียวมะม่วงอบกรอบ ซึ่งสินค้าดังกล่าวเพิ่งเริ่มเปิดตัวในงาน THAIFEX-World of Food Asia 2017 (งานแสดงสินค้าอาหาร ปี 2560) เมืองทองธานี ก็ได้รับออเดอร์จากจีนทันที เข้ามาซื้อเพื่อนำไปทำตลาดในอเมริกาอีกที ช่วงนี้อยู่ระหว่างการผลิตเพื่อส่งมอบ
อย่างไรก็ตามการปรับตัวอย่างต่อเนื่อง มาจากที่นโยบายของบริษัทต้องก้าวไปสู่อุตสาหกรรม4.0 โดยนำเครื่องจักร ระบบซอฟต์แวร์มาใช้ในการทำงาน เหล่านี้จะทำให้เกิดการพัฒนาที่ยั่งยืน สินค้าแข่งขันได้
-อุปสรรคคือบทเรียน
ณัฐดนัย บอกว่าอุปสรรคที่ผ่านมาล้วนเป็นบทเรียนในการทำธุรกิจ เพราะกว่าจะเปิดตลาดได้ไม่ใช่เรื่องง่าย แม้จะมีการสนับสนุนจากภาครัฐแต่ก็ไม่สามารถผลักดันให้ธุรกิจเติบโตได้เร็ว และการขายก็ไม่สามารถตอบสนองตลาดได้เหมือนกันทุกตลาด เช่น จีน จะต้องศึกษาพฤติกรรมผู้บริโภคให้ดี เพราะในแต่ละพื้นที่ก็ชอบไม่เหมือนกัน อีกทั้งการทำธุรกิจในช่วง2 ปีมานี้ ต้องเผชิญกับปัญหาและอุปสรรครอบด้าน เช่น ถูกหลอกให้ใช้บรรจุภัณฑ์ที่ไม่ใช่ฟร้อย จนกระทบถึงคุณภาพสินค้า ไม่กรอบ จนต้องเรียกสินค้ากลับคืนทั้งหมด หรือช่วงแรกๆจ้างบริษัททำโออีเอ็ม(รับจ้างผลิต) เพราะยังไม่มีโรงงานเอง ผู้ผลิตก็ใช้วัตถุดิบเกรดไม่ดีปะปนเข้ามา และบังคับให้ซื้อในปริมาณที่มาก ในขณะที่เราไม่มีอำนาจต่อรอง สุดท้ายต้องเลิกจ้างผลิตและหันมาทำเองทั้งหมด
จากปัญหาเหล่านี้ อยากจะฝากผู้ประกอบการด้วยกันว่า การทำธุรกิจไม่ว่าเล็กหรือใหญ่จะต้องมีความซื่อสัตย์ ต่อคู่ค้า รวมถึงต่อผู้บริโภคปลายทาง และที่สำคัญการทำธุรกิจควรหันมาช่วยเหลือซึ่งกันและกัน เปลี่ยนจากคู่แข่งเป็นพันธมิตรกันได้ สามารถใช้เครือข่ายด้านการตลาดร่วมกันได้ นอกจากนี้บริษัทฯก็ไม่ลืมที่จะคืนทุนให้กับสังคม ทุกปีเมื่อมีกำไรสุทธิ10%จะมอบให้กับมูลนิธิช่วยเหลือสัตว์ ซึ่งมีหลายมูลนิธิ ถือเป็นการคืนทุนให้สังคม หลังจากที่เรานำทรัพยากรมาใช้
จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 37 ฉบับที่ 3,271 วันที่ 18 - 21 มิถุนายน พ.ศ. 2560
ณัฐดนัย ย้อนปูมหลังให้ฟังว่า หลังจากศึกษาความเป็นไปได้ของตลาดมาระยะหนึ่ง ก็ทดลองผลิตแอปเปิ้ลอบกรอบ ลองผิดลองถูกโดยใช้แอปเปิ้ลจากจีน จนสุดท้ายพบว่าวัตถุดิบจากประเทศไทยนั้นดีที่สุด พยายามเลือกตามความต้องการของลูกค้า หลังศึกษาพฤติกรรมผู้บริโภคมาระยะหนึ่งพบว่า ทุเรียนหมอนทอง เป็นที่โปรดปรานของนักท่องเที่ยวจีน เนื้อจะมากและหอม สับปะรดตราดสีทอง ลูกใหญ่มีน้ำน้อยรดชาติหวานเปรี้ยว ส่วนมะม่วงต้องน้ำดอกไม้มีปริมาณเนื้อเยอะและหวาน และมีเยื่อน้อย ส่วนกล้วยก็ต้องใช้กล้วยหอมทอง ซึ่งจะมีความหอมอยู่ในตัว วัตถุดิบเหล่านี้สามารถนำมาแปรรูปเป็นผลไม้อบกรอบที่ปราศส่วนผสมของน้ำตาล เกลือและสารกันบูด
-ตั้งเป้าโตพรวด400ตัน
ปัจจุบันผลไม้อบกรอบและแห้ง "TOWNE DELIGHT" มีการผลิตอยู่ที่จังหวัดปทุมธานี ขนาดกำลังผลิต50ตันต่อปี สินค้าที่ผลิตออกมาจะป้อนตลาดส่งออก30% เรี่มส่งออกอย่างจริงจัง ตั้งแต่ปี2559 และมีเป้าหมายว่าไม่เกิน2 ปีนับจากนี้ไป จะเพิ่มกำลังผลิตเป็น300-400ตันต่อปี โดยผลผลิตเกือบทั้งหมดหรือประมาณ 90%จะส่งออกไปยังตลาดจีน อเมริกา แคนาดา และเม็กซิโก โดยสินค้าที่ขายมีช่องทางจำหน่ายโดยตัวแทนจำหน่าย ยกเว้นที่จีนจะมีทั้งตัวแทนจำหน่ายและเปิดสาขาที่เซี่ยงไฮ้ รวมถึงขายผ่านเวบไซด์www.townecorporation.com และ www.townedelight.com ส่วนช่องทางจำหน่ายในประเทศจะมีวางขาย เดอะมอลล์ทุกสาขา และเซ็นทรัล บางสาขา และขายผ่าน แฟมิลี่มาร์ทและซูเปอร์เซฟ (SuperSave) สยามเจมส์ เฮอริเทจ และล็อตเต้ ดิวตี้ ฟรี มีขนาดบรรจุลงถุง40 กรัมและ50 กรัม มีราคาขายปลีกต่อซองตั้งแต่40-155 บาทต่อซอง ส่วนราคาขายส่งจะถูกกว่าขายปลีกตั้งแต่10-30%
บริษัท ทาวน์ คอร์ปอเรชั่น จำกัด มียอดขายราว7ล้านบาทต่อปี ตั้งเป้าว่าอีก2 ปียอดขายจะขยายตัว15-20ล้านบาทต่อปี หลังจากที่ขยายกำลังผลิตได้ตามแผน โดยขยายตลาดส่งออกโตเป็น2เท่าตัว(ดูตารางเหตุผลส่งออกเป็นหลัก)
สำหรับการแข่งขัน ปัจจุบันมีผู้ประกอบการรายใหม่เกิดขึ้นมาก ในกลุ่มผู้ผลิตผลไม้อบกรอบ ทำให้ต้องมุ่งพัฒนานวัตกรรมใหม่ๆต่อเนื่อง ถือเป็นบทพิสูจน์ว่า ทำให้เราไปต่อได้ แข่งขันได้ ล่าสุดทำการพัฒนาร่วมกับมหาวิทยาลัยราชมงคล วิทยาเขตพระนครเหนือ ที่เก่งทางด้านอาหาร ต่อยอดสินค้าให้เกิดความแตกต่าง เช่น ทำข้าวเหนียวทุเรียนอบกรอบ ข้าวเหนียวมะม่วงอบกรอบ ซึ่งสินค้าดังกล่าวเพิ่งเริ่มเปิดตัวในงาน THAIFEX-World of Food Asia 2017 (งานแสดงสินค้าอาหาร ปี 2560) เมืองทองธานี ก็ได้รับออเดอร์จากจีนทันที เข้ามาซื้อเพื่อนำไปทำตลาดในอเมริกาอีกที ช่วงนี้อยู่ระหว่างการผลิตเพื่อส่งมอบ
อย่างไรก็ตามการปรับตัวอย่างต่อเนื่อง มาจากที่นโยบายของบริษัทต้องก้าวไปสู่อุตสาหกรรม4.0 โดยนำเครื่องจักร ระบบซอฟต์แวร์มาใช้ในการทำงาน เหล่านี้จะทำให้เกิดการพัฒนาที่ยั่งยืน สินค้าแข่งขันได้
-อุปสรรคคือบทเรียน
ณัฐดนัย บอกว่าอุปสรรคที่ผ่านมาล้วนเป็นบทเรียนในการทำธุรกิจ เพราะกว่าจะเปิดตลาดได้ไม่ใช่เรื่องง่าย แม้จะมีการสนับสนุนจากภาครัฐแต่ก็ไม่สามารถผลักดันให้ธุรกิจเติบโตได้เร็ว และการขายก็ไม่สามารถตอบสนองตลาดได้เหมือนกันทุกตลาด เช่น จีน จะต้องศึกษาพฤติกรรมผู้บริโภคให้ดี เพราะในแต่ละพื้นที่ก็ชอบไม่เหมือนกัน อีกทั้งการทำธุรกิจในช่วง2 ปีมานี้ ต้องเผชิญกับปัญหาและอุปสรรครอบด้าน เช่น ถูกหลอกให้ใช้บรรจุภัณฑ์ที่ไม่ใช่ฟร้อย จนกระทบถึงคุณภาพสินค้า ไม่กรอบ จนต้องเรียกสินค้ากลับคืนทั้งหมด หรือช่วงแรกๆจ้างบริษัททำโออีเอ็ม(รับจ้างผลิต) เพราะยังไม่มีโรงงานเอง ผู้ผลิตก็ใช้วัตถุดิบเกรดไม่ดีปะปนเข้ามา และบังคับให้ซื้อในปริมาณที่มาก ในขณะที่เราไม่มีอำนาจต่อรอง สุดท้ายต้องเลิกจ้างผลิตและหันมาทำเองทั้งหมด
จากปัญหาเหล่านี้ อยากจะฝากผู้ประกอบการด้วยกันว่า การทำธุรกิจไม่ว่าเล็กหรือใหญ่จะต้องมีความซื่อสัตย์ ต่อคู่ค้า รวมถึงต่อผู้บริโภคปลายทาง และที่สำคัญการทำธุรกิจควรหันมาช่วยเหลือซึ่งกันและกัน เปลี่ยนจากคู่แข่งเป็นพันธมิตรกันได้ สามารถใช้เครือข่ายด้านการตลาดร่วมกันได้ นอกจากนี้บริษัทฯก็ไม่ลืมที่จะคืนทุนให้กับสังคม ทุกปีเมื่อมีกำไรสุทธิ10%จะมอบให้กับมูลนิธิช่วยเหลือสัตว์ ซึ่งมีหลายมูลนิธิ ถือเป็นการคืนทุนให้สังคม หลังจากที่เรานำทรัพยากรมาใช้
จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 37 ฉบับที่ 3,271 วันที่ 18 - 21 มิถุนายน พ.ศ. 2560






