thansettakij
thansettakij
คนกรุงเฮ! ขสมก.เร่งนำร่องระบบตั๋วแมงมุม 2,600 คัน

คนกรุงเฮ! ขสมก.เร่งนำร่องระบบตั๋วแมงมุม 2,600 คัน

15 มิ.ย. 60 | 10:17 น.
อัปเดตล่าสุด :15 มิ.ย. 60 | 17:17 น.
คนกรุง เตรียมตัวใช้บัตร"แมงมุม" เชื่อมต่อการเดินทางระบบขนส่งสาธารณะหลัง ขสมก. ลงนามสัญญาเช่าระบบบัตรโดยสารพร้อมอุปกรณ์ (E- ticket) นำร่องรถเมล์ ขสมก. 2,600 คัน  วงเงิน 1,650 ล้านบาท ระยะเวลา 5 ปี ด้านช.ทวียันเร่งดำเนินการส่งมอบตามแผนล๊อตแรก 800 คันต.ค.นี้ และอีก 300 วันจนครบทั้งหมด

IMG_3353 นายสมศักดิ์ ห่มม่วง กรรมการบริหารกิจการองค์การรักษาการในตำแหน่งผู้อำนวยการ ขสมก. เปิดเผยภายหลังการลงนามสัญญาระหว่างองค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ(ขสมก.) กับบริษัท ช.ทวี จำกัด(มหาชน) ว่า ขสมก. ได้ดำเนินโครงการเช่าระบบบัตรโดยสารอิเล็กทรอนิกส์พร้อมอุปกรณ์ (E - ticket) ด้วยวิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์ เพื่อสรรหาบริษัทที่จะมาติดตั้งระบบและอุปกรณ์ ได้แก่ เครื่องอ่านบัตรและเครื่องเก็บค่าโดยสาร บนรถโดยสารประจำทาง จำนวน 2,600 คัน วงเงิน 1,650 ล้านบาทโดยบริษัท ช.ทวี จำกัด (มหาชน) ซึ่งเป็นบริษัทที่มีประสบการณ์ และเชี่ยวชาญในการนำระบบดังกล่าวมาใช้บนรถโดยสารประจำทาง เป็นผู้ชนะการประกวดราคา  โดยวันนี้(15 มิ.ย.) ได้จัดให้มีพิธีลงนามสัญญาเช่าระบบบัตร E - ticket ระหว่าง ขสมก. กับ บริษัท ช.ทวี จำกัด(มหาชน) เรียบร้อยแล้ว

ทั้งนี้ การนำระบบบัตร E - ticket มาใช้บนรถโดยสารประจำทางของ ขสมก. จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการจัดเก็บค่าโดยสารและช่วยลดค่าใช้จ่ายด้านบุคลากรสำหรับพนักงานเก็บค่าโดยสาร โดยช่วงปีแรกพนักงานยังต้องทำหน้าที่แนะนำการใช้บัตรโดยสารอิเล็กทรอนิกส์ให้กับผู้โดยสาร จากนั้นในปีต่อไปจะปรับลดจำนวนพนักงานลง และจะปรับเปลี่ยนไปทำหน้าที่อื่น เช่น พนักงานขับรถ ซึ่งพิจารณาจากความรู้ความสามารถของพนักงานแต่ไม่มีการให้ออกจากงาน

IMG_3351 ขณะที่ประชาชนผู้ใช้บริการจะได้รับความสะดวกรวดเร็วในการเดินทาง ด้วยการใช้บัตร E - ticket  ใบเดียวสำหรับเชื่อมต่อการเดินทางกับระบบขนส่งสาธารณะอื่นๆ ได้ทุกระบบ  ช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายในการเดินทางมากขึ้น เพราะไม่ต้องเสียค่าแรกเข้าระบบซ้ำซ้อน  คาดว่าเมื่อ ขสมก.ติดตั้งระบบแล้วเสร็จจะจูงใจให้ประชาชนหันมาใช้บริการระบบขนส่งสาธารณะมากยิ่งขึ้น

ทั้งนี้กระทรวงคมนาคมได้มอบหมายให้สำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร (สนข.) ดำเนินการนำระบบตั๋วร่วมในชื่อ “บัตรแมงมุม” มาใช้เชื่อมต่อการเดินทางด้วยระบบขนส่งสาธารณะ ได้แก่ รถไฟฟ้าบีทีเอส รถไฟฟ้าใต้ดิน รถโดยสารประจำทาง และเรือโดยสาร พร้อมกับตั้งสำนักงานโครงการบริหารจัดการระบบตั๋วร่วม เพื่อเป็นหน่วยงานกลางในการกำหนดมาตรฐานกลางตั๋วร่วม และเร่งรัดให้สามารถใช้งานระบบดังกล่าวได้ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2560 เป็นต้นไป โดยเริ่มจากระบบรถโดยสารประจำทางของ ขสมก.ก่อนเพื่อรองรับการใช้บัตรผู้มีรายได้น้อยของกระทรวงการคลัง

ด้านนายสุรเดช ทวีแสงสกุลไทย ประธานบริหาร บริษัท ช.ทวี จำกัด(มหาชน) กล่าวว่า ตามแผนจะต้องติดตั้งในรถจำนวน 800 คันเพื่อส่งมอบให้ได้ภายในเดือนตุลาคมนี้ และอีก 300 วันจะทยอยติดตั้งไปจนครบ 2,600 คัน ได้มีระยะเวลาสัญญา 5 ปี  โดยจะส่งทีมการติดตั้งเข้าไปดำเนินการตามอู่จอดรถขสมก.ให้ครบทั้ง 8 เขต ล่าสุดพันธมิตรจากประเทศเกาหลีเร่งเตรียมนำส่งอุปกรณ์การติดตั้งเข้ามายังประเทศไทยซึ่งยืนยันว่าช.ทวีมีความพร้อมในการดำเนินการจะเร่งทยอยติดตั้งให้แล้วเสร็จตามแผนโดยเร็วต่อไป