thansettakij
thansettakij
ดีวีชี้ไทยลงทุนสตาร์ตอัพต่ำ

ดีวีชี้ไทยลงทุนสตาร์ตอัพต่ำ

15 มิ.ย. 60 | 01:29 น.
ดิจิทัล เวนเจอร์ส เผยคนไทยยังลงทุนสตาร์ตต่ำเมื่อเทียบสัดส่วนประชากร ชี้ฟินเทคไม่ใช่ทางเลือก แต่เป็นภาคบังคับที่ต้องทำก่อนไม่มีที่ยืน

นายอรพงศ์ เทียนเงิน ประธานกรรมการ บริษัท ดิจิทัล เวนเจอร์ส จำกัด (ดีวี) ในเครือธนาคารไทยพาณิชย์ กล่าวว่า ตอนนี้จะเห็นผู้ประกอบการด้านเทคโนโลยีรายใหญ่เริ่มลงมาเล่นเกมส์เปลี่ยนโลก คิดผลิตภัณฑ์และนวัตกรรมที่ติดตามพฤติกรรมผู้บริโภคไปในทุกจังหวะชีวิต กลายเป็นส่วนสำคัญของชีวิตลูกค้า

ขณะเดียวกัน ในอนาคตจะมีเทคโนโลยีใหม่ คือ บล็อกเชนซึ่งเป็นเทคโลโลยีที่มีความปลอดภัยสูงมาก สามารถเก็บข้อมูลทุกอย่างได้ ทุกครั้งที่มีการเปลี่ยนแปลงจะมีข้อมูลใหม่ต่อเข้ามาจากข้อมูลเดิมจึงสามารถตรวจสอบย้อนหลังได้หมด การเกิดขึ้นของเทคโนโลยีนี้ต่อไปผู้บริโภคจะไม่ต้องพึงพาบริการของธนาคารพาณิชย์อีกก็เป็นได้

จากการเก็บรวบรวมข้อมูลในโลกของเวนเจอร์ แคปปิตอล หรือกิจการที่จะร่วมลงทุนในสตาร์ตอัพนั้น พบว่าในปี 2559 เอเชียมีเม็ดเงินการลงทุนมากที่สุดแซงหน้ายุโรปและสหรัฐอเมริกา แต่หากนำประเทศจีนออกจากเอเชียมูลค่า 4.7 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ จะเหลือเพียง 7,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐเท่านั้น จึงสรุปได้ว่าจีนตื่นตัวกับเรื่องดังกล่าวมากที่สุด

เมื่อพิจารณาถึงการเกิดขึ้นของสตาร์ตอัพพบว่า ประเทศอิสราเอลเป็นประเทศที่มีสตาร์ตอัพมากที่สุดคือมี 1 สตาร์ตอัพต่อประชากร 1,500 คน รองลงมาคือสิงคโปร์คือมี 1 สตาร์ตอัพต่อประชากร 2,800 คน และจีนมี 1 สตาร์ตอัพต่อ 9,500 คน ส่วนไทยอยู่ที่ 1 สตาร์ตอัพต่อ 1.13 แสนคน

“สำหรับภาคธุรกิจการเงินและภาคธุรกิจ ส่วนตัวมองว่าการลงทุนในฟินเทคไม่ใช่ทางเลือก แต่เป็นสิ่งที่ต้องทำ เพราะมีความจำเป็น หากไม่เข้ามาทำฟินเทควันนี้ในอีก 3-4 ปีข้างหน้าจะไม่มีพื้นที่ให้เล่นอีก”

บริษัทดิจิทัล เวนเจอร์ส เป็นหน่วยงานหนึ่งของธนาคารพาณิชย์ที่ตั้งออกมาเพื่อดูแลเรื่องฟินเทค โดยแบ่งออกเป็น 3 ส่วน 1.เวนเจอร์แคปปิตอล ที่ออกไปหาเทคโนโลยีใหม่ทั่วโลกซึ่งที่ผ่านมาได้ออกไปสำรวจติดต่อฟินเทคใน 27 ประเทศ 32 เมือง มีการติดต่อฟินเทคมากกว่า 500 แห่ง และมีแนวคิดจะนำมาเข้าโครงการของธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ในกระบะทดลอง หรือ Sandbox ด้วย

2.หน่วยบ่มเพราะสตาร์ตอัพ นำความรู้ที่ได้มาจากต่างประเทศมาช่วยสร้างเพื่อสนับสนุนผู้ประกอบการสตาร์ตอัพและฟินเทคไทยให้มีคุณภาพ

3.หน่วยงานพัฒนาผลิตภัณฑ์ดิจิทัล เป็นหน่วยงานที่คัดเลือกว่าฟินเทคที่บริษัทได้พบเจอนั้นอะไรที่มีความจำเป็นต่อธนาคารไทยพาณิชย์ได้ในอนาคต นำมาพัฒนาผลิตภัณฑ์และการให้บริการที่ดีแตกต่างจากคู่แข่งในอนาคต โดยบริษัทมีเม็ดเงินลงทุนในเวนเจอร์ แคปปิตอล ประมาณ 50 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ หรือประมาณ 1,700 ล้านบาท ซึ่งมีการลงทุนโดยตรงไปบ้างแล้ว