
“CPF” ปั้นแบรนด์ “สมาร์ท มีล” รุกตลาดอาหารมังสวิรัติ รับไลฟ์สไตล์คนรักสุขภาพ
ซีพีเอฟเดินหน้าปั้นซีรีย์อาหารเพื่อสุขภาพตระกูล “สมาร์ท” รับประเทศไทยก้าวสู่สังคมผู้สูงวัย นำร่องส่ง 4 เมนูเด็ดจาก “Smart Meal” รุกตลาดอาหารมังสวิรัติ
นายสุขวัฒน์ ด่านเสริมสุข ประธานคณะผู้บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ (ร่วม) บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด(มหาชน) หรือ ซีพีเอฟ เปิดเผยว่า การก้าวเข้าสู่สังคมผู้สูงวัย ทำให้บริษัทต้องพัฒนาอาหารเมนูใหม่ๆ ออกมารองรรับ โดยล่าสุดได้เปิดตัวนวัตกรรมอาหารเพื่อสุขภาพแบรนด์ใหม่ภายใต้ชื่อ “สมาร์ท มีล” (Smart Meal) โดยวางรูปแบบผลิตภัณฑ์ตระกูลสมาร์ทไว้ 4 กลุ่มสินค้า ได้แก่ 1. กลุ่มสมาร์ท มีล ได้แก่ อาหารมังสวิรัติ 2. กลุ่มสมาร์ท ซุป ได้แก่ น้ำซุปสำหรับเด็ก สำหรับผู้สูงวัย และสำหรับผู้ป่วย 3. กลุ่มสมาร์ท ดริ๊งท์ เครื่องดื่มเพื่อสุขภาพและความงาม 4.) กลุ่มสมาร์ท ซอส เครื่องปรุงเฉพาะกลุ่ม เช่น ผู้มีโรคประจำตัวเช่นเบาหวาน เป็นต้น ในเบื้องต้นจะส่งสินค้ากลุ่ม Smart Meal เข้าสู่ตลาดก่อน ขณะที่อีก 3 กลุ่มจะทยอยออกสู่ตลาดเป็นลำดับถัดไป
“กลุ่มผู้นิยมบริโภคอาหารมังสวิรัติในประเทศไทยมีจำนวนไม่น้อยและมีมากขึ้นเรื่อยๆ บ้างรับประทานในวันพระ บ้างรับประทานมังสวิรัติในวันเกิด ซึ่งก็เป็นไปเพื่อสุขภาพและเพื่อความสุขทางใจ Smart Meal จะเข้ามาเป็นทางเลือกที่จะช่วยตอบโจทย์ผู้ชื่นชอบอาหารมังสวิรัติที่ให้ทั้งความสะดวกและคุณค่าทางอาหาร จากวัตถุดิบเครื่องปรุงชั้นดี เช่น ใช้ดอกเกลือให้ความเค็ม ใช้น้ำตาลมะพร้าวให้ความหวานและใช้น้ำมันมะพร้าวเพื่อสุขภาพของผู้บริโภค”
โดยในระยะแรกจะเปิดตัวสมาร์ทมีลด้วย “อาหารมังสวิรัติแช่แข็ง” 4 เมนู ได้แก่ วุ้นเส้นอบเต้าหู้สามเซียนมังสวิรัติ บะหมี่ผักโมโรเฮยะผัดพริกมังสวิรัติ ข้าวอบฟักทองห้าเซียนมังสวิรัติ และข้าวผัดสาหร่ายคู่สหายมังสวิรัติ ปริมาณแพ็คละ 180-200 กรัม ราคา 59.- บาท ซึ่งหลังการทดลองวางตลาดผ่านการขายในร้านโมเดิร์นเทรด ไฮเปอร์มาร์เก็ต และซูเปอร์มาร์เก็ตทุกแห่ง พบว่าได้รับการตอบรับจากผู้บริโภคเป็นอย่างดี ขณะเดียวกันก็กำลังจะวางจำหน่ายในร้านสะดวกซื้อเซเว่น อีเลฟเว่นเร็วๆนี้ด้วย
ด้านแผนการส่งเสริมการตลาดบริษัทเตรียมใช้งบการตลาดราว 15 ล้านบาทในการสื่อสารผลิตภัณฑ์ สมาร์ทมีท ให้เข้าถึงผู้บริโภคอย่างครอบคลุมทั้ง 360 องศา ทั้งออฟไลน์ และออนไลน์ ตลอดจน กิจกรรมทางการตลาดทุกรูปแบบ รวมถึง ภาพยนตร์โฆษณา, สปอตวิทยุ การประชาสัมพันธ์ ณ จุดขาย การทำ Event Roadshow เพื่อแจกชิม และ การใช้สื่อออนไลน์ โซเชี่ยลมีเดียต่างๆ โดยในปีแรกบริษัทตั้งเป้าหมายที่จะมียอดขาย 100 ล้านบาท
นายสุขวัฒน์ ด่านเสริมสุข ประธานคณะผู้บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ (ร่วม) บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด(มหาชน) หรือ ซีพีเอฟ เปิดเผยว่า การก้าวเข้าสู่สังคมผู้สูงวัย ทำให้บริษัทต้องพัฒนาอาหารเมนูใหม่ๆ ออกมารองรรับ โดยล่าสุดได้เปิดตัวนวัตกรรมอาหารเพื่อสุขภาพแบรนด์ใหม่ภายใต้ชื่อ “สมาร์ท มีล” (Smart Meal) โดยวางรูปแบบผลิตภัณฑ์ตระกูลสมาร์ทไว้ 4 กลุ่มสินค้า ได้แก่ 1. กลุ่มสมาร์ท มีล ได้แก่ อาหารมังสวิรัติ 2. กลุ่มสมาร์ท ซุป ได้แก่ น้ำซุปสำหรับเด็ก สำหรับผู้สูงวัย และสำหรับผู้ป่วย 3. กลุ่มสมาร์ท ดริ๊งท์ เครื่องดื่มเพื่อสุขภาพและความงาม 4.) กลุ่มสมาร์ท ซอส เครื่องปรุงเฉพาะกลุ่ม เช่น ผู้มีโรคประจำตัวเช่นเบาหวาน เป็นต้น ในเบื้องต้นจะส่งสินค้ากลุ่ม Smart Meal เข้าสู่ตลาดก่อน ขณะที่อีก 3 กลุ่มจะทยอยออกสู่ตลาดเป็นลำดับถัดไป
“กลุ่มผู้นิยมบริโภคอาหารมังสวิรัติในประเทศไทยมีจำนวนไม่น้อยและมีมากขึ้นเรื่อยๆ บ้างรับประทานในวันพระ บ้างรับประทานมังสวิรัติในวันเกิด ซึ่งก็เป็นไปเพื่อสุขภาพและเพื่อความสุขทางใจ Smart Meal จะเข้ามาเป็นทางเลือกที่จะช่วยตอบโจทย์ผู้ชื่นชอบอาหารมังสวิรัติที่ให้ทั้งความสะดวกและคุณค่าทางอาหาร จากวัตถุดิบเครื่องปรุงชั้นดี เช่น ใช้ดอกเกลือให้ความเค็ม ใช้น้ำตาลมะพร้าวให้ความหวานและใช้น้ำมันมะพร้าวเพื่อสุขภาพของผู้บริโภค”
โดยในระยะแรกจะเปิดตัวสมาร์ทมีลด้วย “อาหารมังสวิรัติแช่แข็ง” 4 เมนู ได้แก่ วุ้นเส้นอบเต้าหู้สามเซียนมังสวิรัติ บะหมี่ผักโมโรเฮยะผัดพริกมังสวิรัติ ข้าวอบฟักทองห้าเซียนมังสวิรัติ และข้าวผัดสาหร่ายคู่สหายมังสวิรัติ ปริมาณแพ็คละ 180-200 กรัม ราคา 59.- บาท ซึ่งหลังการทดลองวางตลาดผ่านการขายในร้านโมเดิร์นเทรด ไฮเปอร์มาร์เก็ต และซูเปอร์มาร์เก็ตทุกแห่ง พบว่าได้รับการตอบรับจากผู้บริโภคเป็นอย่างดี ขณะเดียวกันก็กำลังจะวางจำหน่ายในร้านสะดวกซื้อเซเว่น อีเลฟเว่นเร็วๆนี้ด้วย
ด้านแผนการส่งเสริมการตลาดบริษัทเตรียมใช้งบการตลาดราว 15 ล้านบาทในการสื่อสารผลิตภัณฑ์ สมาร์ทมีท ให้เข้าถึงผู้บริโภคอย่างครอบคลุมทั้ง 360 องศา ทั้งออฟไลน์ และออนไลน์ ตลอดจน กิจกรรมทางการตลาดทุกรูปแบบ รวมถึง ภาพยนตร์โฆษณา, สปอตวิทยุ การประชาสัมพันธ์ ณ จุดขาย การทำ Event Roadshow เพื่อแจกชิม และ การใช้สื่อออนไลน์ โซเชี่ยลมีเดียต่างๆ โดยในปีแรกบริษัทตั้งเป้าหมายที่จะมียอดขาย 100 ล้านบาท






