
รีไฟแนนซ์ระอุรอบใหม่ เจาะกลุ่มบ้านหมดโปร3ปี ทางลัดแบงก์เล็กเพิ่มพอร์ต
แบงก์ระเบิดศึกรีไฟแนนซ์บ้านรอบใหม่รับลูกค้าครบโปรโมชันเมื่อ 3 ปีก่อน กรุงศรีฯ ชี้แบงก์เล็กลงสนามสร้างทางลัดเพิ่มฐานลูกค้า ซีไอเอ็มบีไทยตั้ง5 พันล้านบาท กวาดลูกค้าย้ายค่ายกรุงไทยเตือนเกิดสงครามราคา
ธนาคารออกโปรแกรมรีไฟแนนซ์สินเชื่อที่อยู่อาศัยรอบใหม่ หลังโปรโมชั่น 3 ปีแรก ทยอยหมดอายุ โดยเฉพาะธนาคารขนาดกลางและขนาดเล็ก ลงสนามแข่ขัน เพื่อช่วงชิงฐานลูกค้า เช่น ธนาคารทหารไทย งัดโปรโมชั่นรับดอกเบี้ยคงที่ 3 ปีแรกต่ำสุดอัตรา 3.75% ภายใต้เงื่อนไขที่กำหนด ส่วนซีไอเอ็มบีไทย กดลงมาต่ำกว่าอีกเหลือแค่ 3.49% โดยไม่มีเงื่อนไขใดๆ
นางสาวอรอนงค์ อุดมก้านตรง ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ ผลิตภัณฑ์สินเชื่อรายย่อย ธนาคารซีไอเอ็มบีไทย จำกัด (มหาชน) กล่าวกับ “ฐานเศรษฐกิจ” ว่าธนาคารได้เพิ่มวงเงินสำหรับแคมเปญรีไฟแนนซ์เป็น 5,000 ล้านบาท เพิ่มจากเดิมที่ตั้งไว้เมื่อต้นปีที่ 2,000 ล้านบาท เพื่อรองรับยอดรีไฟแนนซ์ไหลเข้าเฉลี่ยเดือนละ 500-600 ล้านบาท ขณะที่ยอดไหลออกอยู่ที่ 200 ล้านบาทต่อเดือน
ส่วนการแข่งขันในเรื่องของอัตราดอกเบี้ย จะขึ้นอยู่ตามคุณภาพลูกค้า วินัยทางการเงิน และประเภทสินทรัพย์ แต่โดยเฉลี่ยในตลาด 3 ปีแรกดอกเบี้ยจะอยู่ที่ 3.7-4% แต่ในส่วนของธนาคารซีไอเอ็มบีไทยจะอยู่ที่ 3.49-3.5%
“มีหลายปัจจัยที่ทำให้ตลาดรีไฟแนนซ์บ้านกลับมาแข่งขันกัน ส่วนหนึ่งมาจากสินเชื่อใหม่หายากและแข่งขันรุนแรง รวมถึงในช่วง 3ปีก่อนที่สินเชื่อโตเยอะๆ ตอนนี้ครบกำหนดที่จะรีไฟแนนซ์ได้อาจจะเป็นเลือกให้ลูกค้ากลุ่มนั้น”
นายณัฐพล ลือพร้อมชัย ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ สายงานสินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัย ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า ตลาดรีไฟแนนซ์ที่อยู่อาศัยที่มีอยู่ในตลาดขณะนี้ จะเห็นว่าเป็นแคมเปญเก่าที่ธนาคารหยิบมาเล่นใหม่ในช่วงนี้ ไม่ใช่การออกผลิตภัณฑ์ใหม่แต่อย่างใด ส่วนหนึ่งมาจากสินเชื่อปล่อยใหม่ไม่ได้ขยายตัวมากนัก
[caption id="attachment_143812" align="aligncenter" width="503"]
ณัฐพล ลือพร้อมชัย[/caption]
อย่างไรก็ตามแคมเปญรีไฟแนนซ์ที่เห็นส่วนใหญ่ จะเป็นแคมเปญของผู้เล่นรายเล็กและกลาง เนื่องจากต้องการเพิ่มพอร์ตสินเชื่อ แต่ในภาวะที่เศรษฐกิจยังไม่ค่อยอำนวยมาก ประกอบกับการปล่อยสินเชื่อใหม่อาจจะต้องใช้เวลาในการวิเคราะห์และมีความเสี่ยง การดึงลูกค้ารีไฟแนนซ์จากธนาคารอื่นความเสี่ยงจะลดลง และช่วยให้เติบโตได้เร็วยิ่งขึ้น
ธนาคารกรุงศรีอยุธยาไม่ได้เน้นหรือทำแคมเปญรีไฟแนนซ์บ้านเชิงรุก แต่จะเน้นเชิงรับ เพราะรีไฟแนนซ์ถือเป็นผลิตภัณฑ์หนึ่งที่เสนอให้กับลูกค้า โดยจะเน้นเสนอแคมเปญผ่านสาขาธนาคารเพื่อเป็นโซลูชั่นให้กับลูกค้า หากลูกค้ามีความต้องการธนาคารก็พร้อมสนับสนุนโปรแกรมดังกล่าว เนื่องจากการทำธุรกิจรายย่อย จะทำเพียงผลิตภัณฑ์เดียวไม่ได้ ธนาคารจะต้องเสนอแพคเกจหรือโซลูชั่นที่ดีให้ลูกค้าด้วย
ยอด 5 เดือนแรก ลูกค้าที่เข้าโครงการรีไฟแนนซ์กับธนาคารถือว่าค่อนข้างดี โดยเฉลี่ยมียอดรีไฟแนนซ์เข้าประมาณ 800-1,000 ล้านบาทต่อเดือน ซึ่งหากดูการแข่งขันสำหรับลูกค้ากลุ่มนี้ จะมีอยู่ 2 ข้อสำคัญ คือ ภาระดอกเบี้ยที่ลดลง และวงเงินกู้เพิ่ม
[caption id="attachment_162534" align="aligncenter" width="377"]
ลือชัย ชัยปริญญา[/caption]
นายลือชัย ชัยปริญญา ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่อาวุโส สายงานกลยุทธ์และผลิตภัณฑ์รายย่อย ธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า การแข่งขันรีไฟแนนซ์บ้านที่เกิดขึ้นในช่วงนี้ เป็นเพราะการหาตลาดลูกค้าใหม่อาจจะเหนื่อย เพราะจะต้องวิเคราะห์สินเชื่อใหม่ และค่อนข้างช้า จึงจะเห็นธนาคารออกแคมเปญรีไฟแนนซ์ ซึ่งจะเร็วและความเสี่ยงน้อยกว่า แต่จะก่อให้เกิดสงครามราคาได้ ซึ่งผู้กู้จะต้องชั่งใจให้ดีแม้ว่าจะมีข้อเสนอที่ดี ของแจกและแถม หรืออัตราดอกเบี้ยถูก แต่ต้องดูและศึกษารายละเอียดให้ดีว่าตลอดอายุสัญญาเป็นอย่างไร
ในส่วนของธนาคารกรุงไทย จะเห็นว่าในช่วง 1-2 ปีที่ผ่านมาลูกค้าโดนรีไฟแนนซ์ออกไปพอสมควร เนื่องจากฐานลูกค้าธนาคารกรุงไทยค่อนข้างมีคุณภาพทำให้เป็นที่ต้องการของตลาด ซึ่งปัจจุบันธนาคารได้มีมาตรการป้องกันการถูกรีไฟแนนซ์ ส่งผลให้ตัวเลขไหลออกดีขึ้น
“การแข่งขันรีไฟแนนซ์หลักๆ จะเป็นอัตราดอกเบี้ย และวงเงินเพิ่ม ส่วนอื่นจะมีเพิ่มก็เป็นลูกเล่นของแต่ละธนาคาร เช่นเท่าที่พบบางพื้นที่ธนาคารจะเสนอดอกเบี้ยไม่เท่ากัน อาจจะดัมพ์ลงมาแข่งขัน ซึ่งมองว่ามีการแข่งขันทั้งขนาดขนาดเล็กและใหญ่ เพราะหากธนาคารไหนต้องการยอดก็อาจจะไปยืมมาจากฐานลูกค้าที่อื่น ซึ่งเร็วและความเสี่ยงน้อย แต่เรามองว่าไม่ก่อให้เกิดประโยชน์ต่อระบบเศรษฐกิจ เพราะหมุนจากอีกค่ายไปอีกค่าย แต่ยังอยู่ในถังเดิม ไม่เกิดการหมุนเวียน”
[caption id="attachment_162537" align="aligncenter" width="503"]
รีไฟแนนซ์ระอุรอบใหม่ เจาะกลุ่มบ้านหมดโปร3ปี ทางลัดแบงก์เล็กเพิ่มพอร์ต[/caption]
จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 37 ฉบับที่ 3,270 วันที่ 15 - 17 มิถุนายน พ.ศ. 2560
ธนาคารออกโปรแกรมรีไฟแนนซ์สินเชื่อที่อยู่อาศัยรอบใหม่ หลังโปรโมชั่น 3 ปีแรก ทยอยหมดอายุ โดยเฉพาะธนาคารขนาดกลางและขนาดเล็ก ลงสนามแข่ขัน เพื่อช่วงชิงฐานลูกค้า เช่น ธนาคารทหารไทย งัดโปรโมชั่นรับดอกเบี้ยคงที่ 3 ปีแรกต่ำสุดอัตรา 3.75% ภายใต้เงื่อนไขที่กำหนด ส่วนซีไอเอ็มบีไทย กดลงมาต่ำกว่าอีกเหลือแค่ 3.49% โดยไม่มีเงื่อนไขใดๆ
นางสาวอรอนงค์ อุดมก้านตรง ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ ผลิตภัณฑ์สินเชื่อรายย่อย ธนาคารซีไอเอ็มบีไทย จำกัด (มหาชน) กล่าวกับ “ฐานเศรษฐกิจ” ว่าธนาคารได้เพิ่มวงเงินสำหรับแคมเปญรีไฟแนนซ์เป็น 5,000 ล้านบาท เพิ่มจากเดิมที่ตั้งไว้เมื่อต้นปีที่ 2,000 ล้านบาท เพื่อรองรับยอดรีไฟแนนซ์ไหลเข้าเฉลี่ยเดือนละ 500-600 ล้านบาท ขณะที่ยอดไหลออกอยู่ที่ 200 ล้านบาทต่อเดือน
“มีหลายปัจจัยที่ทำให้ตลาดรีไฟแนนซ์บ้านกลับมาแข่งขันกัน ส่วนหนึ่งมาจากสินเชื่อใหม่หายากและแข่งขันรุนแรง รวมถึงในช่วง 3ปีก่อนที่สินเชื่อโตเยอะๆ ตอนนี้ครบกำหนดที่จะรีไฟแนนซ์ได้อาจจะเป็นเลือกให้ลูกค้ากลุ่มนั้น”
นายณัฐพล ลือพร้อมชัย ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ สายงานสินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัย ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า ตลาดรีไฟแนนซ์ที่อยู่อาศัยที่มีอยู่ในตลาดขณะนี้ จะเห็นว่าเป็นแคมเปญเก่าที่ธนาคารหยิบมาเล่นใหม่ในช่วงนี้ ไม่ใช่การออกผลิตภัณฑ์ใหม่แต่อย่างใด ส่วนหนึ่งมาจากสินเชื่อปล่อยใหม่ไม่ได้ขยายตัวมากนัก
[caption id="attachment_143812" align="aligncenter" width="503"]
อย่างไรก็ตามแคมเปญรีไฟแนนซ์ที่เห็นส่วนใหญ่ จะเป็นแคมเปญของผู้เล่นรายเล็กและกลาง เนื่องจากต้องการเพิ่มพอร์ตสินเชื่อ แต่ในภาวะที่เศรษฐกิจยังไม่ค่อยอำนวยมาก ประกอบกับการปล่อยสินเชื่อใหม่อาจจะต้องใช้เวลาในการวิเคราะห์และมีความเสี่ยง การดึงลูกค้ารีไฟแนนซ์จากธนาคารอื่นความเสี่ยงจะลดลง และช่วยให้เติบโตได้เร็วยิ่งขึ้น
ธนาคารกรุงศรีอยุธยาไม่ได้เน้นหรือทำแคมเปญรีไฟแนนซ์บ้านเชิงรุก แต่จะเน้นเชิงรับ เพราะรีไฟแนนซ์ถือเป็นผลิตภัณฑ์หนึ่งที่เสนอให้กับลูกค้า โดยจะเน้นเสนอแคมเปญผ่านสาขาธนาคารเพื่อเป็นโซลูชั่นให้กับลูกค้า หากลูกค้ามีความต้องการธนาคารก็พร้อมสนับสนุนโปรแกรมดังกล่าว เนื่องจากการทำธุรกิจรายย่อย จะทำเพียงผลิตภัณฑ์เดียวไม่ได้ ธนาคารจะต้องเสนอแพคเกจหรือโซลูชั่นที่ดีให้ลูกค้าด้วย
ยอด 5 เดือนแรก ลูกค้าที่เข้าโครงการรีไฟแนนซ์กับธนาคารถือว่าค่อนข้างดี โดยเฉลี่ยมียอดรีไฟแนนซ์เข้าประมาณ 800-1,000 ล้านบาทต่อเดือน ซึ่งหากดูการแข่งขันสำหรับลูกค้ากลุ่มนี้ จะมีอยู่ 2 ข้อสำคัญ คือ ภาระดอกเบี้ยที่ลดลง และวงเงินกู้เพิ่ม
[caption id="attachment_162534" align="aligncenter" width="377"]
นายลือชัย ชัยปริญญา ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่อาวุโส สายงานกลยุทธ์และผลิตภัณฑ์รายย่อย ธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า การแข่งขันรีไฟแนนซ์บ้านที่เกิดขึ้นในช่วงนี้ เป็นเพราะการหาตลาดลูกค้าใหม่อาจจะเหนื่อย เพราะจะต้องวิเคราะห์สินเชื่อใหม่ และค่อนข้างช้า จึงจะเห็นธนาคารออกแคมเปญรีไฟแนนซ์ ซึ่งจะเร็วและความเสี่ยงน้อยกว่า แต่จะก่อให้เกิดสงครามราคาได้ ซึ่งผู้กู้จะต้องชั่งใจให้ดีแม้ว่าจะมีข้อเสนอที่ดี ของแจกและแถม หรืออัตราดอกเบี้ยถูก แต่ต้องดูและศึกษารายละเอียดให้ดีว่าตลอดอายุสัญญาเป็นอย่างไร
ในส่วนของธนาคารกรุงไทย จะเห็นว่าในช่วง 1-2 ปีที่ผ่านมาลูกค้าโดนรีไฟแนนซ์ออกไปพอสมควร เนื่องจากฐานลูกค้าธนาคารกรุงไทยค่อนข้างมีคุณภาพทำให้เป็นที่ต้องการของตลาด ซึ่งปัจจุบันธนาคารได้มีมาตรการป้องกันการถูกรีไฟแนนซ์ ส่งผลให้ตัวเลขไหลออกดีขึ้น
“การแข่งขันรีไฟแนนซ์หลักๆ จะเป็นอัตราดอกเบี้ย และวงเงินเพิ่ม ส่วนอื่นจะมีเพิ่มก็เป็นลูกเล่นของแต่ละธนาคาร เช่นเท่าที่พบบางพื้นที่ธนาคารจะเสนอดอกเบี้ยไม่เท่ากัน อาจจะดัมพ์ลงมาแข่งขัน ซึ่งมองว่ามีการแข่งขันทั้งขนาดขนาดเล็กและใหญ่ เพราะหากธนาคารไหนต้องการยอดก็อาจจะไปยืมมาจากฐานลูกค้าที่อื่น ซึ่งเร็วและความเสี่ยงน้อย แต่เรามองว่าไม่ก่อให้เกิดประโยชน์ต่อระบบเศรษฐกิจ เพราะหมุนจากอีกค่ายไปอีกค่าย แต่ยังอยู่ในถังเดิม ไม่เกิดการหมุนเวียน”
[caption id="attachment_162537" align="aligncenter" width="503"]
จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 37 ฉบับที่ 3,270 วันที่ 15 - 17 มิถุนายน พ.ศ. 2560






