
ไทย-ภูฏานหารือเพิ่มไฟลต์ ปิดจุดอ่อนโปรโมตทัวริสต์
รองนายกฯธนะศักดิ์บินหารือนายกฯภูฏานเพิ่มเที่ยวบินขจัดอุปสรรคท่องเที่ยวรับเอ็มโอยูรอบ 2 ผนึกกำลังโปรโมต ท่องเที่ยวภายใต้แคมเปญ ทูคิงดอม วันเดสติเนชัน
หลังจากลงนามบันทึกความเข้าใจว่าด้วยความร่วมมือด้านการท่องเที่ยว(เอ็มโอยู) ระหว่างประเทศไทย กับสหราชอาณาจักรภูฏาน ครั้งแรกเมื่อวันที่ 18พฤศจิกายน 2554 ล่าสุดวันที่ 9 มิถุนายน 2560 ได้มีการลงนามเอ็มโอยูระหว่าง 2 ประเทศอีกครั้ง
ทั้งนี้เพื่อเป็นการต่อยอดความร่วมมือจากครั้งแรก ระหว่าง นายยุทธศักดิ์สุภสร ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) กับ Mrs.Chimmy pem Director of Tourism Council of Bhutan ผู้อำนวยการสภาการท่องเที่ยวภูฏาน ณ กรุงทิมพู
เอ็มโอยูครั้งที่ 2 ได้มีการเพิ่มเติมในเรื่องของความร่วมมือด้านการตลาดการแลกเปลี่ยนข้อมูลด้านท่องเที่ยว การฝึกอบรมและพัฒนาบุคลากร เพิ่มศักยภาพของสินค้า
ด้านการท่องเที่ยว 2 ประเทศและหลังจากนี้จะมีการตั้งคณะทำงานในการขับเคลื่อนร่วมกันโดยจะส่งเสริมการท่องเที่ยวภายใต้แนวคิด Two Kingdoms One destination พร้อมจะกิจกรรมสง่ เสริมตลาด การทำเอกสารสง่เสริมการขายประชาสัมพันธ์การนำเสนอรายการนำเที่ยวชมวัดทั้งในไทยและภูฏาน ร่วมกันส่งเสริมการท่องเที่นวเชิงศาสนาจัดทำแฟรมทริปส่งเสริมนักท่องเที่ยวภูฏานให้เดินทางไปไทยผ่านพันธมิตร ททท.เช่นสายการบินบริษัทนำเที่ยว เป็นต้น
[caption id="attachment_161852" align="aligncenter" width="503"]
พล.อ.ธนะศักดิ์ ปฏิมาประกร นำคณะผู้แทนจากไทย เข้าพบ เชอร์ริ่ง ต๊อบเกย์ นายกรัฐมนตรีภูฏาน[/caption]
พล.อ.ธนะศักดิ์ ปฏิมาประกร รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะประธานคณะกรรมการนโยบายการท่องเที่ยวแห่งชาติ(ททช.) เผยว่า แม้ว่าขณะนี้จะมีนักท่องเที่ยวภูฏานเดินทางไปเยือนประเทศไทย 2.2 หมื่นคนมีรายได้รวม 940 ล้านบาท แต่มีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้น โดยเฉพาะตลาดนักท่องเที่ยวเชิงสุขภาพการเดินทางไปตรวจสุขภาพรักษาพยาบาลในไทย ของข้าราชการระดับสูง รวมถึงการเดินทางมาศึกษา ซึ่งมีทั้งในรูปแบของการให้ทุนการศึกษาของสถาบันต่างๆ ในไทย และจัดหลักสูตรพิเศษขึ้นมาโดยเฉพาะ ตลาดนักท่องเที่ยวภูฏานจึงเป็นตลาดที่มีกำลังซื้อสูงขณะที่คนไทยเดินทางท่องเที่ยวภูฏานปีที่แล้วมีจำนวน 4 พันคน นับว่ายังน้อยแต่จากความร่วมมือกันดังกล่าวจะช่วยเพิ่มจำนวนนักท่องเที่ยวให้มากขึ้น
แต่พบว่าปัญหาอุปสรรคในการเพิ่มนักท่องเที่ยวคือข้อจำกัดเรื่องเที่ยวบินจากประเทศไทยมายังภูฏาน ที่ยังไม่เพียงพอความต้องการ โดยมีสายการบินภูฏานแอร์ไลน์สและ Drukairเพียง 2 สายการบินเท่านั้นเปิดเส้นทางบินวันละ 2 เที่ยวบิน โดยมีเที่ยวบิน 14 เที่ยวต่อสัปดาห์ และที่นั่งโดยสารมักจะถูกจองที่นั่งเต็มตลอด
การเดินทางไปเยือนภูฏานครั้งนี้จึงได้มีการหารือกับนายเชอร์ริ่ง ต๊อบเกย์นายกรัฐมนตรีภูฏาน เพื่อแก้ไขปัญหาดังกล่าว ซึ่งคงต้องใช้เวลาในการผลักดันผ่านกระทรวงคมนาคมของไทย ตามขั้นตอนต่อไป
จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 37 ฉบับที่ 3,270 วันที่ 15 - 17 มิถุนายน พ.ศ. 2560
หลังจากลงนามบันทึกความเข้าใจว่าด้วยความร่วมมือด้านการท่องเที่ยว(เอ็มโอยู) ระหว่างประเทศไทย กับสหราชอาณาจักรภูฏาน ครั้งแรกเมื่อวันที่ 18พฤศจิกายน 2554 ล่าสุดวันที่ 9 มิถุนายน 2560 ได้มีการลงนามเอ็มโอยูระหว่าง 2 ประเทศอีกครั้ง
ทั้งนี้เพื่อเป็นการต่อยอดความร่วมมือจากครั้งแรก ระหว่าง นายยุทธศักดิ์สุภสร ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) กับ Mrs.Chimmy pem Director of Tourism Council of Bhutan ผู้อำนวยการสภาการท่องเที่ยวภูฏาน ณ กรุงทิมพู
เอ็มโอยูครั้งที่ 2 ได้มีการเพิ่มเติมในเรื่องของความร่วมมือด้านการตลาดการแลกเปลี่ยนข้อมูลด้านท่องเที่ยว การฝึกอบรมและพัฒนาบุคลากร เพิ่มศักยภาพของสินค้า
ด้านการท่องเที่ยว 2 ประเทศและหลังจากนี้จะมีการตั้งคณะทำงานในการขับเคลื่อนร่วมกันโดยจะส่งเสริมการท่องเที่ยวภายใต้แนวคิด Two Kingdoms One destination พร้อมจะกิจกรรมสง่ เสริมตลาด การทำเอกสารสง่เสริมการขายประชาสัมพันธ์การนำเสนอรายการนำเที่ยวชมวัดทั้งในไทยและภูฏาน ร่วมกันส่งเสริมการท่องเที่นวเชิงศาสนาจัดทำแฟรมทริปส่งเสริมนักท่องเที่ยวภูฏานให้เดินทางไปไทยผ่านพันธมิตร ททท.เช่นสายการบินบริษัทนำเที่ยว เป็นต้น
[caption id="attachment_161852" align="aligncenter" width="503"]
พล.อ.ธนะศักดิ์ ปฏิมาประกร รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะประธานคณะกรรมการนโยบายการท่องเที่ยวแห่งชาติ(ททช.) เผยว่า แม้ว่าขณะนี้จะมีนักท่องเที่ยวภูฏานเดินทางไปเยือนประเทศไทย 2.2 หมื่นคนมีรายได้รวม 940 ล้านบาท แต่มีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้น โดยเฉพาะตลาดนักท่องเที่ยวเชิงสุขภาพการเดินทางไปตรวจสุขภาพรักษาพยาบาลในไทย ของข้าราชการระดับสูง รวมถึงการเดินทางมาศึกษา ซึ่งมีทั้งในรูปแบของการให้ทุนการศึกษาของสถาบันต่างๆ ในไทย และจัดหลักสูตรพิเศษขึ้นมาโดยเฉพาะ ตลาดนักท่องเที่ยวภูฏานจึงเป็นตลาดที่มีกำลังซื้อสูงขณะที่คนไทยเดินทางท่องเที่ยวภูฏานปีที่แล้วมีจำนวน 4 พันคน นับว่ายังน้อยแต่จากความร่วมมือกันดังกล่าวจะช่วยเพิ่มจำนวนนักท่องเที่ยวให้มากขึ้น
แต่พบว่าปัญหาอุปสรรคในการเพิ่มนักท่องเที่ยวคือข้อจำกัดเรื่องเที่ยวบินจากประเทศไทยมายังภูฏาน ที่ยังไม่เพียงพอความต้องการ โดยมีสายการบินภูฏานแอร์ไลน์สและ Drukairเพียง 2 สายการบินเท่านั้นเปิดเส้นทางบินวันละ 2 เที่ยวบิน โดยมีเที่ยวบิน 14 เที่ยวต่อสัปดาห์ และที่นั่งโดยสารมักจะถูกจองที่นั่งเต็มตลอด
การเดินทางไปเยือนภูฏานครั้งนี้จึงได้มีการหารือกับนายเชอร์ริ่ง ต๊อบเกย์นายกรัฐมนตรีภูฏาน เพื่อแก้ไขปัญหาดังกล่าว ซึ่งคงต้องใช้เวลาในการผลักดันผ่านกระทรวงคมนาคมของไทย ตามขั้นตอนต่อไป
จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 37 ฉบับที่ 3,270 วันที่ 15 - 17 มิถุนายน พ.ศ. 2560






