
แนวโน้มราคาทองคำวันพรุ่งนี้(13 มิ.ย.60)
สรุปสภาวะตลาดทองคำแท่ง วันที่ 12 มิถุนายน 2560
สภาวะตลาดวันที่ 12 มิถุนายน 2560 ราคาทองคำแกว่งตัวในกรอบที่ระดับ 1,265.06-1,270.21 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ขณะที่ราคาทองคำแท่ง 96.5% ภายในประเทศขายออกอยู่ที่ 20,500 บาทต่อบาททองคำ โดยราคาปรับตัวลดลง 50 บาท จากวันก่อนหน้าที่ระดับ 20,550 บาทต่อบาททองคำ
(หมายเหตุ: ข้อมูลนี้จัดทำขึ้น ณ เวลา 16.39 น.ของวันที่ 12/06/60)
แนวโน้มวันที่ 13 มิถุนายน 2560
แม้ว่าตัวเลขอัตราเงินเฟ้อของสหรัฐจะอ่อนแอเกินคาดในระยะนี้ เห็นได้จากดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) และ มาตรวัดอัตราเงินเฟ้ออื่นๆของสหรัฐทรงตัวหรือร่วงลงจากช่วงต้นที่ผ่านมา โดยดัชนีราคาค่าใช้จ่ายเพื่อการบริโภคส่วนบุคคล (PCE) พื้นฐานของสหรัฐร่วงลงสู่ 1.50% ต่อปีในเดือนเม.ย. ซึ่งถือเป็นจุดต่ำสุดนับตั้งแต่เดือนธ.ค. 2558 ซึ่งเฟดนิยมใช้ดัชนี PCE พื้นฐานเป็นมาตรวัดเงินเฟ้อ ขณะที่โพลล์รอยเตอร์คาดว่า ดัชนี PCE พื้นฐานของสหรัฐอาจอยู่ที่ 1.5-1.7% ต่อไตรมาสในปี 2560 โดยปรับลดลงจากระดับ 1.7-1.8% ที่เคยคาดไว้ในโพลล์เดือนพ.ค. อย่างไรก็ดี เจ้าหน้าที่ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ส่วนใหญ่คาดว่า อัตราเงินเฟ้อสหรัฐจะขึ้นไปแตะ 2% ได้ในระยะกลาง ส่งผลให้นักลงทุนยังคงคาดการณ์ว่า เฟดอาจปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย 3 ครั้งในปีนี้ และ คาดว่าเฟดจะขึ้นอัตราดอกเบี้ยอีก 0.25% ในการประชุมในวันที่ 13-14 มิ.ย.นี้ ปัจจัยนี้ส่งผลลบต่อราคาทองคำ โดยราคาทองคำได้รับแรงกดดันเพิ่ม เมื่อผลสำรวจของรอยเตอร์พบว่า เทรดเดอร์ 6 ใน 10 คนในตลาดการเงินของจีนคิดว่า ธนาคารกลางจีนอาจจะขึ้นอัตราดอกเบี้ยระยะสั้นในสัปดาห์นี้ ถ้าเฟดขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายตามคาด ส่งผลให้ทองคำในฐานะสินทรัพย์ที่ไม่ให้ผลตอบแทนในรูปแบบดอกเบี้ยถูกลดความน่าสนใจลง อย่างไรก็ตาม ทองคำในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัยได้รับแรงหนุนพยุงไว้ หลังจากผลการเลือกตั้งของอังกฤษส่งผลให้นายกรัฐมนตรีเทเรซา เมย์ของอังกฤษมีเสถียรภาพทางการเมืองอ่อนแอลง ก่อนที่อังกฤษจะเจรจาเรื่องการถอนตัวออกจากสหภาพยุโรป (อียู) หรือ Brexit โดยสถาบันผู้อำนวยการ (IoD) เปิดเผยผลสำรวจ ระบุว่า ความเชื่อมั่นทางธุรกิจของอังกฤษดิ่งลงอย่างรุนแรง ซึ่ง IoD พบว่า คะแนนความเชื่อมั่นในเศรษฐกิจอังกฤษดิ่งลง 34 จุดในโพลล์ล่าสุด เมื่อเทียบกับโพลล์ครั้งก่อนในเดือนพ.ค. ซึ่งกระแสคาดการณ์ดังกล่าวได้พยุงราคาทองคำไว้เมื่อราคาอ่อนตัวลง
กลยุทธ์การลงทุน ทางวายแอลจีมีมุมมองว่า หากราคาทองคำว่าสามารถยืนเหนือบริเวณ 1,261 ดอลลาร์ต่อออนซ์ได้อย่างแข็งแกร่ง ประเมินว่าราคาทองคำจะขยับขึ้นชนแนวต้านในโซน 1,274 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ในขณะที่หากราคาทองคำไม่สามารถยืนเหนือโซน 1,252 ดอลลาร์ต่อออนซ์ได้ อาจต้องระมัดระวังการอ่อนตัวลงของราคา ซึ่งนักลงทุนยังคงต้องระมัดระวังแรงขายทำกำไร นักลงทุนที่สะสมทองคำไว้อาจมีการขายทำกำไรบ้างส่วนออกมาบ้าง สำหรับการทำกำไร ให้ดูว่าราคาจะผ่านแนวต้านได้หรือไม่ ถ้าสามารถผ่านไปได้ให้แนะนำให้ถือต่อเพื่อไปขายทำกำไรที่แนวต้านถัดไป และหากราคาทองคำมีการปรับตัวลดลงมาไม่หลุดแนวรับ แนะนำนักลงทุนสามารถเข้าซื้อเก็งกำไรระยะสั้นจากการดีดตัวขึ้น ทั้งนี้ประเมินแนวรับไว้ที่ 1,261 ดอลลาร์ต่อออนซ์ โดยควรตั้งจุดตัดขาดทุนหากราคาหลุดแนวรับบริเวณ 1,252 ดอลลาร์ต่อออนซ์
ทองคำแท่ง (96.50%)
แนวรับ 1,261 (20,350บาท) 1,252 (20,200บาท) 1,245 (20,100บาท)
แนวต้าน 1,274 (20,550บาท) 1,286 (20,750บาท) 1,295 (20,900บาท)
ที่มา : บริษัท วายแอลจี บูลเลี่ยน อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด
สภาวะตลาดวันที่ 12 มิถุนายน 2560 ราคาทองคำแกว่งตัวในกรอบที่ระดับ 1,265.06-1,270.21 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ขณะที่ราคาทองคำแท่ง 96.5% ภายในประเทศขายออกอยู่ที่ 20,500 บาทต่อบาททองคำ โดยราคาปรับตัวลดลง 50 บาท จากวันก่อนหน้าที่ระดับ 20,550 บาทต่อบาททองคำ
(หมายเหตุ: ข้อมูลนี้จัดทำขึ้น ณ เวลา 16.39 น.ของวันที่ 12/06/60)
แนวโน้มวันที่ 13 มิถุนายน 2560
แม้ว่าตัวเลขอัตราเงินเฟ้อของสหรัฐจะอ่อนแอเกินคาดในระยะนี้ เห็นได้จากดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) และ มาตรวัดอัตราเงินเฟ้ออื่นๆของสหรัฐทรงตัวหรือร่วงลงจากช่วงต้นที่ผ่านมา โดยดัชนีราคาค่าใช้จ่ายเพื่อการบริโภคส่วนบุคคล (PCE) พื้นฐานของสหรัฐร่วงลงสู่ 1.50% ต่อปีในเดือนเม.ย. ซึ่งถือเป็นจุดต่ำสุดนับตั้งแต่เดือนธ.ค. 2558 ซึ่งเฟดนิยมใช้ดัชนี PCE พื้นฐานเป็นมาตรวัดเงินเฟ้อ ขณะที่โพลล์รอยเตอร์คาดว่า ดัชนี PCE พื้นฐานของสหรัฐอาจอยู่ที่ 1.5-1.7% ต่อไตรมาสในปี 2560 โดยปรับลดลงจากระดับ 1.7-1.8% ที่เคยคาดไว้ในโพลล์เดือนพ.ค. อย่างไรก็ดี เจ้าหน้าที่ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ส่วนใหญ่คาดว่า อัตราเงินเฟ้อสหรัฐจะขึ้นไปแตะ 2% ได้ในระยะกลาง ส่งผลให้นักลงทุนยังคงคาดการณ์ว่า เฟดอาจปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย 3 ครั้งในปีนี้ และ คาดว่าเฟดจะขึ้นอัตราดอกเบี้ยอีก 0.25% ในการประชุมในวันที่ 13-14 มิ.ย.นี้ ปัจจัยนี้ส่งผลลบต่อราคาทองคำ โดยราคาทองคำได้รับแรงกดดันเพิ่ม เมื่อผลสำรวจของรอยเตอร์พบว่า เทรดเดอร์ 6 ใน 10 คนในตลาดการเงินของจีนคิดว่า ธนาคารกลางจีนอาจจะขึ้นอัตราดอกเบี้ยระยะสั้นในสัปดาห์นี้ ถ้าเฟดขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายตามคาด ส่งผลให้ทองคำในฐานะสินทรัพย์ที่ไม่ให้ผลตอบแทนในรูปแบบดอกเบี้ยถูกลดความน่าสนใจลง อย่างไรก็ตาม ทองคำในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัยได้รับแรงหนุนพยุงไว้ หลังจากผลการเลือกตั้งของอังกฤษส่งผลให้นายกรัฐมนตรีเทเรซา เมย์ของอังกฤษมีเสถียรภาพทางการเมืองอ่อนแอลง ก่อนที่อังกฤษจะเจรจาเรื่องการถอนตัวออกจากสหภาพยุโรป (อียู) หรือ Brexit โดยสถาบันผู้อำนวยการ (IoD) เปิดเผยผลสำรวจ ระบุว่า ความเชื่อมั่นทางธุรกิจของอังกฤษดิ่งลงอย่างรุนแรง ซึ่ง IoD พบว่า คะแนนความเชื่อมั่นในเศรษฐกิจอังกฤษดิ่งลง 34 จุดในโพลล์ล่าสุด เมื่อเทียบกับโพลล์ครั้งก่อนในเดือนพ.ค. ซึ่งกระแสคาดการณ์ดังกล่าวได้พยุงราคาทองคำไว้เมื่อราคาอ่อนตัวลง
ทองคำแท่ง (96.50%)
แนวรับ 1,261 (20,350บาท) 1,252 (20,200บาท) 1,245 (20,100บาท)
แนวต้าน 1,274 (20,550บาท) 1,286 (20,750บาท) 1,295 (20,900บาท)
ที่มา : บริษัท วายแอลจี บูลเลี่ยน อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด






