thansettakij
thansettakij
กรมสุขภาพจิตผุดนวตกรรม“สร้างทักษะชีวิตที่จำเป็นวัยรุ่นสายพันธุ์อา”

กรมสุขภาพจิตผุดนวตกรรม“สร้างทักษะชีวิตที่จำเป็นวัยรุ่นสายพันธุ์อา”

11 มิ.ย. 60 | 02:16 น.
อัปเดตล่าสุด :11 มิ.ย. 60 | 09:17 น.
กรมสุขภาพจิตจับมือสนง.คณะกรรมการการอาชีวศึกษา  พัฒนาโปรแกรมพัฒนาทักษะชีวิตที่จำเป็นในชีวิตประจำวันและสังคมไทยในยุคศตวรรษที่ 21 ให้นักเรียนสายอาชีวศึกษาครั้งแรกในประเทศ เพื่อสร้างความพร้อม 12 ทักษะพื้นฐานติดตัวทั้งด้านความคิดสร้างสรรค์มีวิจารณญาน  ทักษะจัดการอารมณ์ความเครียด  และทักษะด้านคุณค่าในตัวตน ควบคู่กับทักษะในงานอาชีพ  ใช้ป้องกันพฤติกรรมเสี่ยงในระยะยาวอาทิทะเลาะวิวาท ตั้งครรภ์ก่อนวัยอันควร ติดเกม คาดใช้ได้ในปลายปีนี้  เผยผลสำรวจล่าสุดในปี 2559  พบนักเรียนระดับมัธยมต้น-ปลายหรือระดับปวช. ดื่มสุราอยู่ในระดับที่เป็นอันตรายสูงถึงร้อยละ12

นาวาอากาศตรีนายแพทย์บุญเรือง  ไตรเรืองวรวัฒน์ อธิบดีกรมสุขภาพจิต กระทรวงสาธารณสุข  ให้สัมภาษณ์ว่ากรมสุขภาพจิตได้ร่วมมือกับสำนักงาน(สนง.) คณะกรรมการการอาชีวศึกษาหรือสอศ. พัฒนาโปรแกรมสร้างทักษะชีวิตที่จำเป็นในชีวิตประจำวันและสังคมไทยในยุคศตวรรษที่ 21 สำหรับนักเรียนสายอาชีวศึกษาอายุ 15-20 ปีหรือที่เรียกว่าสายพันธุ์อา เพื่อป้องกันและแก้ไขปัญหาพฤติกรรมความเสี่ยงของวัยรุ่นกลุ่มนี้ในระยะยาว  เนื่องจากเป็นกลุ่มที่มีความเปราะบางต่อปัญหาความรุนแรงและพฤติกรรมเสี่ยงที่เป็นอันตรายทั้งเรื่องการดื่มสุรา  สูบบุหรี่ การมีเพศสัมพันธ์ ตั้งครรภ์ก่อนวัยอันควร  อุบัติเหตุจากการขับขี่ยานพาหนะ ทะเลาะวิวาทรุนแรงได้รับบาดเจ็บเสียชีวิต รวมทั้งปัญหาการติดเกม

[caption id="attachment_160799" align="aligncenter" width="503"] นาวาอากาศตรีนายแพทย์บุญเรือง ไตรเรืองวรวัฒน์ นาวาอากาศตรีนายแพทย์บุญเรือง ไตรเรืองวรวัฒน์[/caption]

โดยผลการศึกษาจาก มหาวิทยาลัยขอนแก่นในปี 2558  พบว่านักเรียนสายอาชีวศึกษามีพฤติกรรมเสี่ยงสูงกว่านักเรียนสายสามัญวัยเดียวกัน   และผลการศึกษาของสถาบันสุขภาพจิตเด็กและวัยรุ่นราชนครินทร์ล่าสุดในปี2559 พบนักเรียนระดับมัธยมศึกษาตอนต้นถึงตอนปลายหรือระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพ ( ปวช.) ปี 1-3 ทุกสังกัดการศึกษา อายุ 13-17 ปี   ดื่มสุราอยู่ในระดับที่เป็นอันตรายสูงถึงร้อยละ 12  จึงต้องเร่งขยายความร่วมมือระหว่างหน่วยงานเพื่อสร้างความพร้อมที่ตัวเยาวชน

อธิบดีกรมสุขภาพจิตกล่าวว่า ทักษะชีวิต ( Life Skills) เป็นเรื่องที่ทั่วโลกให้ความสำคัญมาก  เนื่องจากเป็นทักษะพื้นฐานและเป็นความสามารถในเชิงสังคมจิตวิทยาที่บุคคลต้องใช้ทุกวัน ช่วยให้สามารถเผชิญกับสถานการณ์ต่างๆที่เกิดขึ้นในชีวิตประจำวันและในอนาคตได้อย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งสังคมในศตวรรษที่ 21 เป็นยุคข่าวสารข้อมูลและเทคโนโลยี มีการแข่งขัน ขัดแย้งมากขึ้น วัยรุ่นที่มีทักษะชีวิตดีจะสามารถคัดกรองข้อมูลจากสื่อสังคมออนไลน์ นำความรู้ในเรื่องต่างๆมาเชื่อมโยงกับทัศนคติ ผ่านการคิดวิเคราะห์ไตร่ตรองอย่างรอบด้านและตัดสินใจเลือกปฏิบัติในสิ่งที่เหมาะสม สามารถปรับตัวสู้กระแสวิกฤติได้อย่างมีเหตุมีผล  กรมสุขภาพจิตจึงมีนโยบายนำทักษะชีวิตมาใช้กับวัยรุ่นในสายอาชีวศึกษา  เสมือนเป็นวัคซีนสร้างภูมิต้านทานเพื่อป้องกันปัญหาพฤติกรรมเสี่ยงต่างๆที่เป็นภัยกับสุขภาพและสังคม รวมทั้งเป็นการพัฒนาศักยภาพความพร้อมของนักเรียนสายอาชีพให้มีทั้งทักษะชีวิตและทักษะในสายงานอาชีพ ตรงกับความต้องการตลาดอาชีพได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ซึ่งได้รับความร่วมมือจากสอศ.เป็นอย่างดี  โดยมอบให้สถาบันสุขภาพจิตเด็กและวัยรุ่นราชนครินทร์เป็นแกนหลักดำเนินการ และจะเร่งขยายผลให้ครอบคลุมสถาบันระดับนี้ที่มีกว่า 400 แห่งทั่วประเทศต่อไป

ด้านแพทย์หญิงมธุรดา  สุวรรณโพธิ์ ผู้อำนวยการสถาบันสุขภาพจิตเด็กและวัยรุ่นราชนครินทร์ กทม. กล่าวว่า  โปรแกรมสร้างทักษะชีวิตนักเรียนสายอาชีวศึกษานี้ ถือว่าเป็นนวตกรรมชิ้นสำคัญในการสร้างอนาคตวัยรุ่นของไทย ประกอบด้วย 3 มิติได้แก่ ทักษะด้านความคิด ทักษะด้านอารมณ์ และทักษะด้านคุณค่าในตนเอง มีทั้งหมด 12 ทักษะย่อย โดยประยุกต์ทักษะพื้นฐานตามเกณฑ์ขององค์การอนามัยโลก 10 ทักษะประกอบด้วย ทักษะการแก้ปัญหา ทักษะการตัดสินใจ ทักษะการคิดอย่างมีวิจารณญาน

ทักษะการคิดสร้างสรรค์ ทักษะตระหนักรู้ในตน ทักษะเข้าใจคนอื่น ทักษะการจัดการความเครียด ทักษะการจัดการกับอารมณ์ ทักษะการสร้างสัมพันธภาพและทักษะการสื่อสาร โดยได้เพิ่มทักษะชีวิตที่จำเป็นในสังคมไทยและที่ต้องมีในสังคมศตวรรษที่ 21 อีก 2 ทักษะคือ  ทักษะด้านความภูมิใจในตนเอง ด้านความรับผิดชอบสังคม และทักษะการสร้างเครือข่ายการทำงานเป็นทีม การวางเป้าหมายชีวิตและการวิเคราะห์ข้อมูลที่มาจากสื่อโซเซียลเข้าไปด้วย

แพทย์หญิงมธุรดากล่าวต่อว่า ในการสร้างทักษะชีวิตดังกล่าว จะดำเนินการโดยใช้กิจกรรมมีทั้งหมด 16 กิจกรรมซึ่งผ่านการตรวจสอบประสิทธิภาพจากคณะผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพจิตวัยรุ่น ด้านการศึกษา รวมทั้งประเมินจากผู้เรียนคือนักเรียนอาชีวศึกษาโดยตรง 10 แห่งแล้ว เช่นกิจกรรมเลโก้มหาสนุก กิจกรรมเคลื่อนพลข้ามฝั่ง กิจกรรมต้นไม้ชีวิต กิจกรรมสำรวจชุมชน กิจกรรมรู้จักฉันรู้จักเธอ เป็นต้น   โดยครูจะบูรณาการจัดกิจกรรมแทรกในหลักสูตรการเรียนการสอนตามปกติในระดับปวช.

ขณะนี้ได้เริ่มทดลองใช้แล้วในวิทยาลัยอาชีวศึกษา 2 แห่ง คือ วิทยาลัยเทคนิคดุสิต และวิทยาลัยเทคนิคสิงห์บุรีในเดือนพฤษภาคม -มิถุนายน  2560  หลังจากนั้นจะทำการศึกษาวิจัยประเมินผล   เพื่อปรับให้สมบูรณ์แบบยิ่งขึ้น  คาดว่าจะขยายผลใช้ในสถาบันอาชีวศึกษาตั้งแต่ปลายปี2560 นี้ เป็นต้นไป