thansettakij
thansettakij
พรีม่าจับไฮเอนด์ดันยอดโต10%

พรีม่าจับไฮเอนด์ดันยอดโต10%

13 มิ.ย. 60 | 06:00 น.
พรีม่า โกลด์ เดินหน้าขยายตลาดระดับบน หลังได้“เดอ เบียร์ส” รับรองคุณภาพเพชร คาดช่วยเพิ่มยอดขาย10% ขณะที่ครึ่งปีหลังเดินหน้าขยายจุดจำหน่ายเพิ่มมั่นใจส่งผลยอดขายโต 20%

นางสาวชลวิชา ฤกษ์วิทูรกุล กรรมการผู้จัดการบริษัท พรีม่าโกลด์ อินเตอร์เนชัน่ แนล จำกดั เปดิ เผยกับ “ฐานเศรษฐกิจ” ถึงทิศทางการดำเนินธุรกิจว่า จะมุ่งขยายตลาดในกลุ่มลูกค้าระดับบนมากขึ้น ขณะที่กลุ่มลูกค้าทั่วไปจะเน้นการออกสินค้าในราคาที่สามารถซื้อได้โดยกลุ่มสินค้าพรีม่าไดมอนด์จะมุ่งเน้นการสื่อสารและการสร้างแบรนด์ให้ผู้บริโภคมีความรู้ในการเลือกซื้อเครื่องประดับเพชรเนื่องจากที่ผ่านมาพบว่าผู้บริโภคจะตัดสินใจซื้อสินค้าจากราคาเป็นหลัก โดยเฉพาะกลยุทธ์การลดราคาสินค้าที่จำหน่ายอยู่ในห้างสรรพสินค้า แต่บริษัทจะเน้นความรู้ในเรื่องการคัดเลือกซื้อเพชรที่คำนึงถึงคุณภาพเป็นหลัก

ล่าสุด สินค้าแบรนด์พรีม่าไดมอนด์ ได้รับการรับรองมาตรฐานจากสถาบันจัดอันดับและวิจัยเพชรนานาชาติ IIDGR by De Beers จากกลุ่มบริษัท เดอเบียร์ส ประเทศอังกฤษ เป็นรายแรกของประเทศไทย จากก่อนหน้าที่ได้รับการรับรองมาตรฐานจาก GIA ประเทศสหรัฐอเมริกามาแล้ว ซึ่งการได้รับรองมาตรฐานดังกล่าว บริษัทจะต้องผ่านเกณฑ์ตามฐานต่างๆ อาทิ การตรวจสอบคุณภาพโรงงานผลิต การมีศูนย์จำหน่ายสินค้าที่ครอบคลุมทั่วประเทศ และมียอดขายที่เติบโตต่อเนื่อง ซึ่งสถาบันดังกล่าวได้ทำการศึกษาและตรวจสอบคุณสมบัติของบริษัทเป็นระยะเวลากว่า 3 ปี

นางสาวชลวิชา กล่าวว่าหลังจากได้รับการรับรองมาตรฐานแล้ว จะทำการตลาดเพื่อสื่อสารไปถึงกลุ่มผู้บริโภคเป้าหมาย ที่เป็นกลุ่มคนวัยทำงานอายุ 22-35ปี ผ่านช่องทางออนไลน์เป็นหลักเพื่อสร้างความรู้และความเข้าใจในการเลือกซื้อเพชรที่มีคุณภาพและได้เตรียมออกสินค้าใหม่มาทำตลาดทุกๆ 2 เดือน ในระดับราคา 5 หมื่นบาทขึ้นไป ซึ่งลูกค้าจะได้รับใบรับรองคุณภาพสินค้าและสามารถขายคืนได้ในอนาคตคาดว่าการได้รับใบรับรองครั้งนี้จะช่วยผลักดันให้กลุ่มสินค้าพรีม่าไดมอนด์มียอดขายเพิ่มขึ้น 10%

[caption id="attachment_160312" align="aligncenter" width="503"] พรีม่าจับไฮเอนด์ดันยอดโต10% พรีม่าจับไฮเอนด์ดันยอดโต10%[/caption]

นอกจากนี้ บริษัทยังได้เตรียมสินค้ากลุ่มพรีม่าโกลด์ในรุ่นราคาประหยัด ในคอลเลกชัน wish list ที่ปีนี้เป็นต่างหู 4 แบบ ขนาดนํ้าหนัก 50 สตางค์ ราคา1.09 หมื่นบาท ลดราคาจากปกติ 50% เพื่อให้ผู้บริโภคเกิดการทดลองใช้สินค้า และยังวางแผนออกสินค้ารุ่นลิมิเต็ด อิดิชันออกมาทำตลาดด้วย คาดปีนี้บริษัทเติบโตในอัตรา 20% จากปีที่ผ่านมามียอดขายกว่า 1,000 ล้านบาท แบ่งเป็นกลุ่มสินค้าพรีม่าไดมอนด์สัดส่วน 40% พรีม่าโกลด์สัดส่วน 40% พรีม่าอาร์ตสัดส่วน10% และแบรนด์ Merii สัดส่วน10%

ขณะที่แผนการดำเนินธุรกิจในช่วงครึ่งปีหลัง เตรียมขยายร้านแฟล็กชิพสโตร์ ของกลุ่มสินค้าพรีม่าโกลด์ 1 แห่งด้วยงบลงทุน 10 ล้านบาท การเปิดแฟล็กชิพสโตร์ในรูปแบบอาร์ตแกลเลอรี ของสินค้าพรีม่าอาร์ต 1 แห่งด้วยงบลงทุน 6 ล้านบาท กลุ่มสินค้าพรีม่าไดมอนด์มีแผนขยายสาขาเพิ่ม 4 แห่งจากปัจจุบันมี 38 แห่ง ด้วยงบลงทุนสาขาละ 8 ล้านบาท ทำให้ในสิ้นปีนี้มีสาขารวมทั้งสิ้น 42 แห่งและแบรนด์เมอรีขยายสาขารูปแบบบูติก ช็อป 1 แห่ง ใช้งบลงทุน 3 ล้านบาท

จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 37 ฉบับที่ 3,269 วันที่ 11 - 14 มิถุนายน พ.ศ. 2560