
3บิ๊กพยากรณ์ศก.ฟื้น แนะรัฐออกมาตรการอัดฉีดต่อเนื่อง
ลุ้นศก.ปรับตัวดี “สหพัฒน์” แนะรัฐเพิ่มมาตรการลดหย่อนภาษี จัดช็อปช่วยชาติทุกเดือน ด้าน “แกรนด์สปอร์ต” มั่นใจกีฬากลับมาคึกคักหลังชะลอจัดงานตลอดปีที่ผ่านมา ขณะที่“แอลจี” คาดตลาดเครื่องใช้ไฟฟ้ายังทรงตัวหลังอุตฯแอร์ทรุดหนัก
กำลังจะผ่านพ้นครึ่งแรกของปี 2560 ในอีกไม่กี่วัน ขณะที่ผู้ประกอบการต่างพยากรณ์ว่าภาพรวมเศรษฐกิจส่งสัญญาณไปในทิศทางที่ดีขึ้น แม้ว่าจะไม่เติบโตแบบหวือหวา แต่ยังพอเห็นสัญญาณบวกจากความเชื่อมั่นของภาคเอกชน รวมถึงการเดินหน้าการลงทุนของรัฐบาล เพื่อกระตุ้นภาพรวมเศรษฐกิจและกำลังซื้อให้ฟื้นตัวอย่างต่อเนื่อง และครึ่งปีหลังก็น่าจะเห็นการฟื้นตัวแบบค่อยเป็นค่อยไป เพราะมีหลายปัจจัยที่เป็นตัวกระตุ้นภาวะเศรษฐกิจและกำลังซื้อ อาทิ ราคาสินค้าเกษตรที่เพิ่มขึ้น การลงทุนของภาคเอกชน เป็นต้น แต่กระจกที่จะสะท้อนได้เป็นอย่างดี ต้องมาจากผู้ประกอบการในสนามจริงจาก 3 กูรู ใน 3 แวดวง
โดยนายบุญเกียรติ โชควัฒนา ประธานกรรมการ และ ประธานกรรมการบริหาร บริษัท ไอ.ซี.ซี.อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) กล่าวแสดงความคิดเห็นว่า ภาพรวมกำลังซื้อในไตรมาสแรกที่ผ่านมาถือว่าปรับตัวดีขึ้นเล็กน้อย โดยธุรกิจเสื้อผ้ายังเติบโตได้ดีเพราะมีการซื้อเสื้อผ้าสีดำ ส่วนไตรมาสที่ 2 ถือว่าชะลอตัวลงกว่าไตรมาสแรก เนื่องจากมีวันหยุดยาว การเปิดเทอม รวมถึงเข้าสู่ฤดูฝนที่ปีนี้ฝนตกหนัก ส่วนแนวโน้มภาพรวมในช่วงครึ่งปีหลัง คาดว่าจะปรับตัวดีขึ้นแบบค่อยเป็นค่อยไป โดยยังไม่ห่วงหรือกังวลปัจจัยลบว่าจะมีอะไรเกิดขึ้น
"กำลังซื้อมักจะขึ้นอยู่กับจิตใจและความคิดของคน คนไทยมักคิดลบกับประเทศของตัวเอง พอคิดลบอะไรก็ไม่เกิด การพูดอย่างนั้นอย่างนี้ทำให้ขวัญเสีย ทำให้ไม่มีอารมณ์ซื้อของ ซึ่งต้องมีกำลังใจที่ดี ต้องคิดบวก และใช้ฝีมือในการทำงานให้มาก ปีนี้ธุรกิจจะเติบโตหรือไม่ขึ้นอยู่ที่ฝีมือมากกว่า ใครทำดี ทำเก่ง ธุรกิจก็จะดีขึ้น ถ้าทำเหมือนเดิมก็ได้เหมือนเดิม เครือสหพัฒน์เดินหน้าธุรกิจทุกอย่าง แต่บางธุรกิจก็ชะลอ แต่บางธุรกิจก็บุก สิ่งสำคัญ คือ การควบคุมต้นทุนค่าใช้จ่าย ใช้อย่างสมเหตุสมผล และพิถีพิถัน อะไรไม่ควรใช้ก็ไม่ใช้"
อย่างไรก็ตาม หากรัฐบาลต้องการกระตุ้นเศรษฐกิจและกำลังซื้อ นายบุญเกียรติ กล่าวว่า รัฐบาลควรจัดมาตรการลดหย่อนภาษีจากการซื้อสินค้าหรือบริหาร หรือโครงการช้อปช่วยชาติเป็นประจำทุกเดือน เนื่องจากส่งผลโดยตรงต่อผู้ประกอบการ และยังส่งผลถึงธุรกิจอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องด้วย ซึ่งที่ผ่านมารัฐบาลมีแนวนโยบายที่ผิด เช่นการลดภาษีการนำเข้าเครื่องสำอาง ที่ถือว่าไม่ได้ช่วยเหลือประชาชน และยังเป็นการแข่งขันกับผู้ประกอบการภายในประเทศด้วย รวมถึงไม่ได้ทำให้ชาวต่างชาติเข้ามาซื้อสินค้าในประเทศไทยมากขึ้น
ด้านนายธิติ พฤกษ์ชะอุ่ม กรรมการผู้จัดการ บริษัท แกรนด์สปอร์ต กรุ๊ป จำกัด ผู้ผลิตและจัดจำหน่ายแบรนด์เสื้อผ้าและอุปกรณ์กีฬา "แกรนด์สปอร์ต" กล่าวกับ "ฐานเศรษฐกิจ" ว่า แนวโน้มเศรษฐกิจของเมืองไทยในแวดวงที่เกี่ยวข้องกับกีฬาในช่วงครึ่งปีหลังจะเริ่มกลับมาคึกคักอีกครั้ง โดยเฉพาะในช่วงไตรมาสสุดท้ายของปี หลังจากช่วงปีครึ่งที่ผ่านมาอีเวนต์ต่างๆรวมไปถึงกิจกรรมที่จะเข้ามาช่วยในแง่ของอารมณ์การจับจ่ายหายไปจำนวนมาก ซึ่งแน่นอนว่ายอมเกิดผลกระทบต่อแวดวงกีฬาที่ต้องอาศัยกิจกรรมเป็นตัวกระตุ้นยอดขายอยู่แล้ว
ในช่วงครึ่งปีหลังจากนี้โดยเฉพาะตั้งแต่หลังเดือนตุลาคมเป็นต้นไป ที่ผู้ประกอบการในหลายอุตสาหกรรมจะออกมาจัดงานเพื่อกระตุ้นกำลังซื้อในช่วงปลายปีอีกครั้ง ซึ่งประเมินว่าภาคเอกชนส่วนใหญ่จะเพิ่มความถี่ในการจัดงานมากขึ้น เช่น การแข่งขันกีฬาของภาครัฐต่างๆ ที่ชะลอไปในปีก่อนจะกลับมาจัดอีกครั้ง ซึ่งจะช่วยกระตุ้นยอดขายของตลาดกีฬาทั่วประเทศให้ฟื้นกลับมาเติบโตได้
สำหรับบริษัทจะให้ความสำคัญกับการขยายสาขา "แกรนด์สปอร์ต ช้อป" ในย่านชานเมืองและต่างจังหวัดเพิ่มอีก 1-2 แห่ง โดยเน้นความหลากหลายของสินค้า ไม่ว่าจะเป็นเสื้อทีมฟุตบอลสโมสรต่าง ๆ อาทิ สโมสรเอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด ท่าเรือ เสื้อสโมสรวอลเลย์บอลต่างๆ พร้อมทั้งเสื้อกีฬา เสื้อลำลอง ชุดวอร์ม ชุดแทรคสูท และอุปกรณ์กีฬา ควบคู่กับการจัดโปรโมชั่นต่างๆ ร่วมกับสมาชิกแกรนด์สปอร์ต วีไอพี การ์ด ลด 10% และลด 20% ในช่วงวันเกิด เพื่อเป็นการขยายกลุ่มเป้าหมายในช่วงหลังจากนี้ที่สภาวะเศรษฐกิจเริ่มกลับมาคึกคัก
"การเห็นนักกีฬาใส่แบรนด์ของเราถือเป็นเรื่องสำคัญ ดังนั้นจะเห็นการส่งเสริมภาพลักษณ์ของแบรนด์เพื่อสื่อสารไปยังกลุ่มเป้าหมายเพื่อกระตุ้นยอดขายในช่วงครึ่งปีหลัง ขณะที่เรื่องของการแข่งขันในตลาดหลังจากที่มีแบรนด์ต่างชาติเข้ามาทำตลาดในไทยไม่ได้ส่งผลกระทบ เนื่องจากผู้เล่นต่างชาติที่เป็นแบรนด์ชั้นนำส่วนใหญ่อยู่ในตลาดระดับบน"
ขณะที่เป้าหมายรายได้ของบริษัทในสิ้นปีนี้มองว่าหากสามารถรักษาการเติบโตทรงตัวจากปีที่ผ่านมาได้ก็ถือว่าเป็นไปตามเป้าหมายของบริษัทแล้ว เนื่องจากช่วงที่ผ่านมาสภาพเศรษฐกิจค่อนข้างชะลอตัวและส่งผลกระทบต่อการจับจ่ายของผู้บริโภคพอสมควร
ขณะที่นายนิพนธ์ วงค์แสงอรุณ ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาด บริษัท แอลจี อีเลคทรอนิคส์ (ประเทศไทย) ผู้ผลิตเครื่องใช้ไฟฟ้า "แอลจี" กล่าวว่า ภาพรวมตลาดเครื่องใช้ไฟฟ้าช่วงครึ่งปีแรกที่ผ่านมายังถือว่าไม่มีอัตราการเติบโต โดยเฉพาะในกลุ่มเครื่องใช้ไฟฟ้าที่เกี่ยวข้องกับความเย็นอย่างตลาดเครื่องปรับอากาศถือว่าได้รับผลกระทบมากที่สุดโดยติดลบอยู่ที่ 20-30% เนื่องมาจากสภาพหน้าฝนที่มาเร็วกว่าปกติเมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมาที่อากาศร้อนจัดกว่า ขณะที่ภาพรวมการเติบโตในช่วงครึ่งปีหลังเชื่อว่าตลาดเครื่องปรับอากาศยังมีปัจจัยบวกที่จะผลักดันให้ตลาดสามารถกลับมาเติบโตได้อีกครั้ง จากเรื่องของนวัตกรรมอินเวอร์เตอร์ที่กำลังมาแรงและได้รับความนิยมจากกลุ่มผู้ใช้จำนวนมากโดยมีสัดส่วนผู้ใช้เพิ่มสูงขึ้นถึง 35% จากปีที่ผ่านมามีสัดส่วน 20% ทำให้คาดการณ์ว่าภาพรวมตลาดเครื่องปรับอากาศตลอดทั้งปีน่าจะติดลบที่ 15-20%
"ปีที่ที่ผ่านมาสภาพอากาศร้อนจนถึงเดือนมิถุนายน ส่งผลให้ตลาดเครื่องปรับอากาศมีการเติบโตที่ดี แต่ในขณะที่ปีนี้หน้าฝนมาเร็วตั้งแต่เมษายน ส่งผลให้ยอดขายเครื่องปรับอากาศไม่เป็นไปตามเป้าหมายที่กำหนดไว้ ส่งผลให้ยอดขายของบริษัทไม่เป็นไปตามเป้าหมายที่กำหนดไว้"
อย่างไรก็ตามสำหรับภาพรวมตลาดเครื่องปรับอากาศของบริษัทช่วงครึ่งปีแรกที่ผ่านมาการเติบโตติดลบ 20% ซึ่งเป็นผลพวงจากปัจจัยลบดังกล่าวซึ่งถือว่าไม่เป็นไปตามเป้าหมายที่วางไว้ ขณะที่ภาพรวมรายได้ ในกลุ่มเครื่องปรับอากาศตลอดทั้งปีคาดการณ์ว่าน่าจะปิดที่ 4,000 ล้านบาทจากเดิมที่ตั้งเป้าไว้ 4,500 ล้านบาท เติบโตเพิ่มขึ้น 10%
จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 37 ฉบับที่ 3,269 วันที่ 11 - 14 มิถุนายน พ.ศ. 2560
กำลังจะผ่านพ้นครึ่งแรกของปี 2560 ในอีกไม่กี่วัน ขณะที่ผู้ประกอบการต่างพยากรณ์ว่าภาพรวมเศรษฐกิจส่งสัญญาณไปในทิศทางที่ดีขึ้น แม้ว่าจะไม่เติบโตแบบหวือหวา แต่ยังพอเห็นสัญญาณบวกจากความเชื่อมั่นของภาคเอกชน รวมถึงการเดินหน้าการลงทุนของรัฐบาล เพื่อกระตุ้นภาพรวมเศรษฐกิจและกำลังซื้อให้ฟื้นตัวอย่างต่อเนื่อง และครึ่งปีหลังก็น่าจะเห็นการฟื้นตัวแบบค่อยเป็นค่อยไป เพราะมีหลายปัจจัยที่เป็นตัวกระตุ้นภาวะเศรษฐกิจและกำลังซื้อ อาทิ ราคาสินค้าเกษตรที่เพิ่มขึ้น การลงทุนของภาคเอกชน เป็นต้น แต่กระจกที่จะสะท้อนได้เป็นอย่างดี ต้องมาจากผู้ประกอบการในสนามจริงจาก 3 กูรู ใน 3 แวดวง
โดยนายบุญเกียรติ โชควัฒนา ประธานกรรมการ และ ประธานกรรมการบริหาร บริษัท ไอ.ซี.ซี.อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) กล่าวแสดงความคิดเห็นว่า ภาพรวมกำลังซื้อในไตรมาสแรกที่ผ่านมาถือว่าปรับตัวดีขึ้นเล็กน้อย โดยธุรกิจเสื้อผ้ายังเติบโตได้ดีเพราะมีการซื้อเสื้อผ้าสีดำ ส่วนไตรมาสที่ 2 ถือว่าชะลอตัวลงกว่าไตรมาสแรก เนื่องจากมีวันหยุดยาว การเปิดเทอม รวมถึงเข้าสู่ฤดูฝนที่ปีนี้ฝนตกหนัก ส่วนแนวโน้มภาพรวมในช่วงครึ่งปีหลัง คาดว่าจะปรับตัวดีขึ้นแบบค่อยเป็นค่อยไป โดยยังไม่ห่วงหรือกังวลปัจจัยลบว่าจะมีอะไรเกิดขึ้น
"กำลังซื้อมักจะขึ้นอยู่กับจิตใจและความคิดของคน คนไทยมักคิดลบกับประเทศของตัวเอง พอคิดลบอะไรก็ไม่เกิด การพูดอย่างนั้นอย่างนี้ทำให้ขวัญเสีย ทำให้ไม่มีอารมณ์ซื้อของ ซึ่งต้องมีกำลังใจที่ดี ต้องคิดบวก และใช้ฝีมือในการทำงานให้มาก ปีนี้ธุรกิจจะเติบโตหรือไม่ขึ้นอยู่ที่ฝีมือมากกว่า ใครทำดี ทำเก่ง ธุรกิจก็จะดีขึ้น ถ้าทำเหมือนเดิมก็ได้เหมือนเดิม เครือสหพัฒน์เดินหน้าธุรกิจทุกอย่าง แต่บางธุรกิจก็ชะลอ แต่บางธุรกิจก็บุก สิ่งสำคัญ คือ การควบคุมต้นทุนค่าใช้จ่าย ใช้อย่างสมเหตุสมผล และพิถีพิถัน อะไรไม่ควรใช้ก็ไม่ใช้"
อย่างไรก็ตาม หากรัฐบาลต้องการกระตุ้นเศรษฐกิจและกำลังซื้อ นายบุญเกียรติ กล่าวว่า รัฐบาลควรจัดมาตรการลดหย่อนภาษีจากการซื้อสินค้าหรือบริหาร หรือโครงการช้อปช่วยชาติเป็นประจำทุกเดือน เนื่องจากส่งผลโดยตรงต่อผู้ประกอบการ และยังส่งผลถึงธุรกิจอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องด้วย ซึ่งที่ผ่านมารัฐบาลมีแนวนโยบายที่ผิด เช่นการลดภาษีการนำเข้าเครื่องสำอาง ที่ถือว่าไม่ได้ช่วยเหลือประชาชน และยังเป็นการแข่งขันกับผู้ประกอบการภายในประเทศด้วย รวมถึงไม่ได้ทำให้ชาวต่างชาติเข้ามาซื้อสินค้าในประเทศไทยมากขึ้น
ด้านนายธิติ พฤกษ์ชะอุ่ม กรรมการผู้จัดการ บริษัท แกรนด์สปอร์ต กรุ๊ป จำกัด ผู้ผลิตและจัดจำหน่ายแบรนด์เสื้อผ้าและอุปกรณ์กีฬา "แกรนด์สปอร์ต" กล่าวกับ "ฐานเศรษฐกิจ" ว่า แนวโน้มเศรษฐกิจของเมืองไทยในแวดวงที่เกี่ยวข้องกับกีฬาในช่วงครึ่งปีหลังจะเริ่มกลับมาคึกคักอีกครั้ง โดยเฉพาะในช่วงไตรมาสสุดท้ายของปี หลังจากช่วงปีครึ่งที่ผ่านมาอีเวนต์ต่างๆรวมไปถึงกิจกรรมที่จะเข้ามาช่วยในแง่ของอารมณ์การจับจ่ายหายไปจำนวนมาก ซึ่งแน่นอนว่ายอมเกิดผลกระทบต่อแวดวงกีฬาที่ต้องอาศัยกิจกรรมเป็นตัวกระตุ้นยอดขายอยู่แล้ว
ในช่วงครึ่งปีหลังจากนี้โดยเฉพาะตั้งแต่หลังเดือนตุลาคมเป็นต้นไป ที่ผู้ประกอบการในหลายอุตสาหกรรมจะออกมาจัดงานเพื่อกระตุ้นกำลังซื้อในช่วงปลายปีอีกครั้ง ซึ่งประเมินว่าภาคเอกชนส่วนใหญ่จะเพิ่มความถี่ในการจัดงานมากขึ้น เช่น การแข่งขันกีฬาของภาครัฐต่างๆ ที่ชะลอไปในปีก่อนจะกลับมาจัดอีกครั้ง ซึ่งจะช่วยกระตุ้นยอดขายของตลาดกีฬาทั่วประเทศให้ฟื้นกลับมาเติบโตได้
สำหรับบริษัทจะให้ความสำคัญกับการขยายสาขา "แกรนด์สปอร์ต ช้อป" ในย่านชานเมืองและต่างจังหวัดเพิ่มอีก 1-2 แห่ง โดยเน้นความหลากหลายของสินค้า ไม่ว่าจะเป็นเสื้อทีมฟุตบอลสโมสรต่าง ๆ อาทิ สโมสรเอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด ท่าเรือ เสื้อสโมสรวอลเลย์บอลต่างๆ พร้อมทั้งเสื้อกีฬา เสื้อลำลอง ชุดวอร์ม ชุดแทรคสูท และอุปกรณ์กีฬา ควบคู่กับการจัดโปรโมชั่นต่างๆ ร่วมกับสมาชิกแกรนด์สปอร์ต วีไอพี การ์ด ลด 10% และลด 20% ในช่วงวันเกิด เพื่อเป็นการขยายกลุ่มเป้าหมายในช่วงหลังจากนี้ที่สภาวะเศรษฐกิจเริ่มกลับมาคึกคัก
"การเห็นนักกีฬาใส่แบรนด์ของเราถือเป็นเรื่องสำคัญ ดังนั้นจะเห็นการส่งเสริมภาพลักษณ์ของแบรนด์เพื่อสื่อสารไปยังกลุ่มเป้าหมายเพื่อกระตุ้นยอดขายในช่วงครึ่งปีหลัง ขณะที่เรื่องของการแข่งขันในตลาดหลังจากที่มีแบรนด์ต่างชาติเข้ามาทำตลาดในไทยไม่ได้ส่งผลกระทบ เนื่องจากผู้เล่นต่างชาติที่เป็นแบรนด์ชั้นนำส่วนใหญ่อยู่ในตลาดระดับบน"
ขณะที่เป้าหมายรายได้ของบริษัทในสิ้นปีนี้มองว่าหากสามารถรักษาการเติบโตทรงตัวจากปีที่ผ่านมาได้ก็ถือว่าเป็นไปตามเป้าหมายของบริษัทแล้ว เนื่องจากช่วงที่ผ่านมาสภาพเศรษฐกิจค่อนข้างชะลอตัวและส่งผลกระทบต่อการจับจ่ายของผู้บริโภคพอสมควร
"ปีที่ที่ผ่านมาสภาพอากาศร้อนจนถึงเดือนมิถุนายน ส่งผลให้ตลาดเครื่องปรับอากาศมีการเติบโตที่ดี แต่ในขณะที่ปีนี้หน้าฝนมาเร็วตั้งแต่เมษายน ส่งผลให้ยอดขายเครื่องปรับอากาศไม่เป็นไปตามเป้าหมายที่กำหนดไว้ ส่งผลให้ยอดขายของบริษัทไม่เป็นไปตามเป้าหมายที่กำหนดไว้"
อย่างไรก็ตามสำหรับภาพรวมตลาดเครื่องปรับอากาศของบริษัทช่วงครึ่งปีแรกที่ผ่านมาการเติบโตติดลบ 20% ซึ่งเป็นผลพวงจากปัจจัยลบดังกล่าวซึ่งถือว่าไม่เป็นไปตามเป้าหมายที่วางไว้ ขณะที่ภาพรวมรายได้ ในกลุ่มเครื่องปรับอากาศตลอดทั้งปีคาดการณ์ว่าน่าจะปิดที่ 4,000 ล้านบาทจากเดิมที่ตั้งเป้าไว้ 4,500 ล้านบาท เติบโตเพิ่มขึ้น 10%
จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 37 ฉบับที่ 3,269 วันที่ 11 - 14 มิถุนายน พ.ศ. 2560






