thansettakij
thansettakij
บี.กริมรอกินรวบเอสพีพี รายใดไม่ต่อสัญญาขายไฟพร้อมเสียบแทน

บี.กริมรอกินรวบเอสพีพี รายใดไม่ต่อสัญญาขายไฟพร้อมเสียบแทน

11 มิ.ย. 60 | 08:00 น.
สมาคมเอสพีพีเตรียมหารือ กฟผ. ต่อสัญญาพีพีเอโรงไฟฟ้าเอสพีพี 23 รายภายในสิ้นปีนี้ ฟาก บี.กริมเพาเวอร์ เผยมีศักยภาพพร้อมลงทุนเอสพีพีหากผู้ประกอบการถอนตัว พร้อมตั้งงบลงทุนทั้งในและต่างประเทศ 5 ปี 5.5 หมื่นล้านบาท

สมาคมผู้ผลิตไฟฟ้าภาคเอกชน (เอสพีพี) ระบบ Cogeneration กลุ่มแรกที่จะหมดอายุสัญญาในปี 2560-2561 ซึ่งคณะกรรมการนโยบายและแผนพลังงาน (กพช.) มีมติเมื่อวันที่ 30 พฤษภาคม 2559 เห็นชอบให้ต่อสัญญาซื้อขายไฟฟ้าออกไปอีก3 ปี ราคารับซื้อ 2.37 บาทต่อหน่วย ขณะที่กลุ่มเอสพีพีที่จะหมดอายุสัญญาในปี 2562-2568จำนวนทั้งสิ้น 23 ราย กำลังการผลิตรวมเกือบ 2 พันเมกะวัตต์ยังรอสัญญาซื้อขายไฟฟ้า (พีพีเอ) จากทางการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย(กฟผ.) ภายหลัง กพช. เห็นชอบสร้างโรงไฟฟ้าใหม่ และต่ออายุสัญญาไปอีก 25 ปี ภายใต้เงื่อนไขปริมาณการรับซื้อไฟฟ้าลดลงเหลือไม่เกิน 30 เมกะวัตต์ หรือไม่เกิน 30% ของกำลังการผลิตสุทธิ ไฟฟ้ารวมไอนํ้า และจะต้องไม่เกินกว่าปริมาณขายไฟฟ้าตามสัญญาเดิมในราคารับซื้อ 2.81 บาทต่อหน่วย

นางปรียนาถ สุนทรวาทะประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัทบี.กริม เพาเวอร์ จำกัด (มหาชน)และในฐานะนายกสมาคมผู้ผลิตไฟฟ้าเอกชน (เอสพีพี) เปิดเผยกับ “ฐานเศรษฐกิจ” ว่า ขณะนี้ผู้ประกอบการโรงไฟฟ้าภาคเอกชนรายเล็ก (เอสพีพี) ที่จะสิ้นอายุสัญญาในปี 2562-2568 ซึ่งมติกพช. เมื่อปี 2559 ที่ผ่านมา เห็นชอบก่อสร้างโรงไฟฟ้าใหม่ทดแทนในพื้นที่เดิมหรือพื้นที่ใกล้เคยี งนิคมอุตสาหกรรม โดยทางคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (กกพ.) ทำหนังสือไปยัง กฟผ. แล้ว ดังนั้นสมาคมเตรียมหารือกับทางกฟผ. รวมทั้งยังรอสัญญาซื้อขายไฟฟ้า (พีพีเอ)

[caption id="attachment_102526" align="aligncenter" width="336"] นางปรียนาถ สุนทรวาทะ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารบริษัท บี.กริม เพาเวอร์ จำกัด (มหาชน) นางปรียนาถ สุนทรวาทะ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารบริษัท บี.กริม เพาเวอร์ จำกัด (มหาชน)[/caption]

โดยเบื้องต้นคาดว่าผู้ประกอบการเอสพีพีทุกราย ที่ได้รับสิทธิ์จะต่อสัญญาทั้งหมดเพื่อไม่ให้เสียสิทธิ์ โดยโรงไฟฟ้าเอสพีพีในกลุ่มบี.กริม เพาเวอร์ที่จะหมดสัญญาในอกี 3-5 ปีข้างหน้า ประกอบด้วยโรงไฟฟ้าอมตะบี.กริม เพาเวอร์ 1, โรงไฟฟ้าอมตะบี.กริม เพาเวอร์ 2 และโรงไฟฟ้า บี.กริม เพาเวอร์ (แหลมฉบัง) 1ซึ่งเอสพีพีโรงแรกที่นิคมฯอมตะจะหมดอายุสัญญาในปี 2562 ดังนั้นสัญญาซื้อขายไฟฟ้าฉบับใหม่ทดแทนสัญญาชุดเดิมที่จะหมดอายุลง (SPP Replacement) คงต้องรอทาง กฟผ. ก่อน คาดว่าจะมีความชัดเจนภายในปีนี้ว่าผู้ประกอบการรายใดสามารถดำเนินการได้หรือรายใดต้องการถอนตัว

อย่างไรก็ตาม บริษัทมองว่าหากมีผู้ประกอบการเอสพีพีรายใดถอนตัว บริษัทมีความพร้อมที่จะเข้าไปดำเนินการแทนเพื่อลงทุนโรงไฟฟ้าเอสพีพีเพื่อป้อนให้กับลูกค้าในนิคมอุตสาหกรรม แม้ว่าในสัญญาพีพีเอใหม่ ปริมาณการขายไฟฟ้าจะลดลงเหลือ 30 เมกะวัตต์ต่อแห่งก็ตาม

นางปรียนาถ กล่าวอีกว่าสำหรับการดำเนินงานของบี.กริมเพาเวอร์ บริษัทตั้งงบลงทุน 5 ปี (2560-2564) อยู่ที่ 5.5 หมื่นล้านบาท เพื่อลงทุนขยายกำลังการผลิตไฟฟ้าเพิ่มขึ้นเป็น 2.35 พันเมกะวัตต์ จากปัจจุบันอยู่ที่ 1.64 พันเมกะวัตต์ อีกทั้ง ยังอยู่ระหว่างเจรจากับพันธมิตรทั้งในและต่างประเทศเพื่อลงทุนโครงการโรงไฟฟ้าเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง ล่าสุดได้เซ็นสัญญา (เอ็มโอยู) กับพันธมิตรมาเลเซียศึกษาความเป็นไปได้ในการลงทุนโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ 300 เมกะวัตต์

สำหรับโครงการลงทุนในประเทศไทย บริษัทเตรียมพร้อมลงทุนโครงการโซลาร์ฟาร์มราชการและสหกรณ์การเกษตรระยะที่ 2 หลังได้รับคัดเลือกจากองค์การสงเคราะห์ทหารผ่านศึก ให้ร่วมลงทุนแล้ว 5 โครงการ จำนวน 25 เมกะวัตต์และยังมีโครงการที่ต้องรอลุ้นผลการจับสลากอีก 2 โครงการกำลังการผลิต 10 เมกะวัตต์

ส่วนโครงการลงทุนในต่างประเทศ บริษัทมีแผนจะขยายการลงทุนเข้าไปในกลุ่ม CLMV ทั้งกัมพูชา สปป.ลาวเมียนมา เวียดนาม ฟิลิปปินส์และมาเลเซีย โดยตั้งเป้าสัดส่วนรายได้ในต่างประเทศเพิ่ม ขึ้นจากปัจจุบัน 5% เป็น 20-30%ในอีก 5 ปีข้างหน้า

[caption id="attachment_159992" align="aligncenter" width="300"] บี.กริมรอกินรวบเอสพีพี รายใดไม่ต่อสัญญาขายไฟพร้อมเสียบแทน บี.กริมรอกินรวบเอสพีพี รายใดไม่ต่อสัญญาขายไฟพร้อมเสียบแทน[/caption]

จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 37 ฉบับที่ 3,269 วันที่ 11 - 14 มิถุนายน พ.ศ. 2560