
ปีทองของตลาดทองคำ แนวโน้มราคาพุ่งยันสิ้นปี
ความไม่แน่นอนจากปัจจัยในหลายภูมิภาคของโลกเวลานี้ทำให้นักลงทุนหันไปหาความมั่นคงปลอดภัยในการลงทุนทองคำ ส่งผลให้แนวโน้มราคาพุ่งขึ้นต่อเนื่องตั้งแต่ต้นปีจนถึงขณะนี้ราคาทองคำโลกขยับขึ้นไปแล้ว 12% และแตะระดับราคาสูงสุดในรอบ 6 เดือนเมื่อต้นสัปดาห์ที่ผ่านมา คาดว่าสิ้นปีนี้ตลาดอาจได้เห็นราคาทองคำที่ขึ้นไปสูงถึง 1,350 ดอลลาร์ต่อออนซ์
นับตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน 2559 เป็นต้นมา ต้นสัปดาห์นี้ (6 มิถุนายน) นับเป็นครั้งแรกที่ราคาทองคำแท่งขยับสูงทำลายสถิติ โดยขึ้นไปที่ 1,296.15 ดอลลาร์สหรัฐฯต่อออนซ์ และมีแนวโน้มว่าจะขึ้นต่อไปถึง 1,300 ดอลลารน์สหรัฐฯต่อออนซ์ในเร็ววัน เนื่องจากสถานการณ์ความไม่แน่นอนในหลายภูมิภาคทั้งในยุโรปที่มีกำหนดเลือกตั้งในอังกฤษวันที่ 8 มิถุนายน การให้ปากคำของอดีตผู้อำนวยการเอฟบีไอต่อรัฐสภาสหรัฐฯ และความตึงเครียดในตะวันออกกลางหลังจากที่ประเทศพันธมิตรกลุ่มความร่วมมืออ่าวเปอร์เซียประกาศตัดสัมพันธ์ทางการทูตกับประเทศกาตาร์ด้วยข้อกล่าวหาฝักใฝ่อิหร่านและสนับสนุนกลุ่มมุสลิมนิยมความรุนแรง
การปรับขึ้นของราคาทองคำในช่วงเวลานี้ เกิดขึ้นท่ามกลางสถานการณ์ที่ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐฯอ่อนยวบลงสู่ระดับต่ำสุดนับตั้งแต่เดือนตุลาคม 2559 ผลการสำรวจของบลูมเบิร์กช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมาชี้ว่า แนวโน้มราคาทองคำยังอยู่ในทิศทางสูงขึ้นต่อไป เนื่องจากนักลงทุนมองว่าการลงทุนในทองคำมีความมั่นคงปลอดภัยมากกว่าในช่วงเวลาที่หลายสถานการณ์มีความไม่แน่นอน เช่น การเลือกตั้งของอังกฤษซึ่งผลที่ออกมาจะเป็นตัวกำหนดว่าอังกฤษจะมีกระบวนการถอนตัวออกจากการเป็นสมาชิกสหภาพยุโรป (อียู) อย่างราบรื่นหรือลำบากมากน้อยเพียงใด เวลาเดียวกันนั้นในสหรัฐอเมริกา ก็จะมีการให้ปากคำของนายเจมส์ โคมีย์ อดีตผู้อำนวยการสำนักงานสอบสวนกลาง (เอฟบีไอ) ต่อคณะกรรมาธิการของสภาคองเกรส กรณีการสอบสวนของเอฟบีไอในคดีความพัวพันของรัสเซียในการหาเสียงเลือกตั้งของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ เมื่อปลายปีที่ผ่านมา นักวิเคราะห์ระบุว่า สองปัจจัยหลักๆที่กล่าวมา (ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐฯ และความไม่แน่นอนที่เกิดขึ้นจากสถานการณ์โลก) ส่งผลมากที่สุดต่อการขยับสูงขึ้นของราคาทองคำ
จากการสำรวจความคิดเห็นของผู้ค้า โดยสมาคมตลาดทองคำแท่งที่สิงคโปร์เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา พบว่า ผู้ค้าจำนวน 15 คนที่ตอบคำถามการสำรวจคาดการณ์ว่า ราคาทองคำแท่งอาจจะขึ้นไปถึงระดับ 1,350 ดอลลาร์สหรัฐฯต่อออนซ์ภายในสิ้นปี 2560 นี้ ขณะที่บริษัทเวสต์โกลด์ รีซอร์สเซส บริษัทผู้ค้าทองคำรายใหญ่ให้ตัวเลขคาดการณ์สูงกว่านั้นที่ 1,400 ดอลลาร์สหรัฐฯต่อออนซ์ภายในสิ้นปี
นับตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน 2559 เป็นต้นมา ต้นสัปดาห์นี้ (6 มิถุนายน) นับเป็นครั้งแรกที่ราคาทองคำแท่งขยับสูงทำลายสถิติ โดยขึ้นไปที่ 1,296.15 ดอลลาร์สหรัฐฯต่อออนซ์ และมีแนวโน้มว่าจะขึ้นต่อไปถึง 1,300 ดอลลารน์สหรัฐฯต่อออนซ์ในเร็ววัน เนื่องจากสถานการณ์ความไม่แน่นอนในหลายภูมิภาคทั้งในยุโรปที่มีกำหนดเลือกตั้งในอังกฤษวันที่ 8 มิถุนายน การให้ปากคำของอดีตผู้อำนวยการเอฟบีไอต่อรัฐสภาสหรัฐฯ และความตึงเครียดในตะวันออกกลางหลังจากที่ประเทศพันธมิตรกลุ่มความร่วมมืออ่าวเปอร์เซียประกาศตัดสัมพันธ์ทางการทูตกับประเทศกาตาร์ด้วยข้อกล่าวหาฝักใฝ่อิหร่านและสนับสนุนกลุ่มมุสลิมนิยมความรุนแรง
การปรับขึ้นของราคาทองคำในช่วงเวลานี้ เกิดขึ้นท่ามกลางสถานการณ์ที่ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐฯอ่อนยวบลงสู่ระดับต่ำสุดนับตั้งแต่เดือนตุลาคม 2559 ผลการสำรวจของบลูมเบิร์กช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมาชี้ว่า แนวโน้มราคาทองคำยังอยู่ในทิศทางสูงขึ้นต่อไป เนื่องจากนักลงทุนมองว่าการลงทุนในทองคำมีความมั่นคงปลอดภัยมากกว่าในช่วงเวลาที่หลายสถานการณ์มีความไม่แน่นอน เช่น การเลือกตั้งของอังกฤษซึ่งผลที่ออกมาจะเป็นตัวกำหนดว่าอังกฤษจะมีกระบวนการถอนตัวออกจากการเป็นสมาชิกสหภาพยุโรป (อียู) อย่างราบรื่นหรือลำบากมากน้อยเพียงใด เวลาเดียวกันนั้นในสหรัฐอเมริกา ก็จะมีการให้ปากคำของนายเจมส์ โคมีย์ อดีตผู้อำนวยการสำนักงานสอบสวนกลาง (เอฟบีไอ) ต่อคณะกรรมาธิการของสภาคองเกรส กรณีการสอบสวนของเอฟบีไอในคดีความพัวพันของรัสเซียในการหาเสียงเลือกตั้งของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ เมื่อปลายปีที่ผ่านมา นักวิเคราะห์ระบุว่า สองปัจจัยหลักๆที่กล่าวมา (ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐฯ และความไม่แน่นอนที่เกิดขึ้นจากสถานการณ์โลก) ส่งผลมากที่สุดต่อการขยับสูงขึ้นของราคาทองคำ






