
เจาะลึก! “สหราชอาณาจักร” 1 ประเทศ 4 ชาติ
สหราชอาณาจักรมีระบบการปกครองที่ซับซ้อนพอควร เพราะใน 1 ประเทศ ประกอบไปด้วย 4 ชาติใหญ่ ที่มีระบบปกครองของตนเองที่แบ่งแยกจากส่วนกลาง เราไปดูกันว่ามีชาติไหน อย่างไรบ้าง
สหราชอาณาจักรมีประชากรกว่า 65 ล้านคน มีพื้นที่กว่า 240,000 แสนตารางกิโลเมตร โดยประชากรกว่า 37 ล้านคน นับถือศาสนาคริสต์ ส่วนใหญ่เป็นนิกายแองกลิคัน นิกายคาทอลิก นิกายเพรสไบทีเรียนและนิกายเมทอดิสต์ รองลงมาคือ นับถือศาสนาอิสลาม 2.8 ล้านคน
สำหรับโครงสร้างเศรษฐกิจ อังกฤษมีอัตราการว่างงานในช่วงครึ่งปีแรกของปี 2017 ที่ 4.6 เปอร์เซ็นต์ อัตราเงินเฟ้อ 2.6 เปอร์เซ็นต์ ผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศต่อหัวประชากรอยู่ที่ราว 28,000 ปอนด์ ในช่วงไตรมาสแรกของปีนี้ ส่วนหนี้สาธารณะอยู่ที่ 1.72 ล้านล้านปอนด์ ขาดดุลการค้าอยู่ที่เกือบ 4 หมื่นล้านปอนด์ และมีอัตราการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจที่ 1.8 เปอร์เซ็นต์
สหราชอาณาจักรเป็นหนึ่งดินแดนที่ประกอบไปด้วย 4 ชาติ ได้แก่ อังกฤษ สก็อตแลนด์ เวลส์ และไอร์แลนด์เหนือ นอกจากนี้ ยังมีดินแดนในต่างประเทศรวมกัน 14 แห่ง เช่น เกาะเบอร์มิวด้า ดินแดนยิบรอลตาร์ และหมู่เกาะฟอล์คแลนด์
เริ่มจากอังกฤษ มีประชากร 54.8 ล้านคน บนพื้นที่ 130,000 ตารางกิโลเมตร เมืองหลวง คือ กรุงลอนดอน มีผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศต่อหัวประชากรสูงสุดใน 4 บรรดาชาติทั้งหมด อยู่ที่ราว 26,000 ปอนด์ สำหรับผลโหวตเบร็กซิท อังกฤษโหวตอยู่ต่อกับอียู 47 เปอร์เซนต์ และโหวตออก 53 เปอร์เซ็นต์
ส่วนผลการเลือกตั้งทั่วไปเมื่อปี 2015 ในเขตปกครองของอังกฤษ ประกอบด้วยสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร 533 คน จากพรรคอนุรักษ์นิยม 318 คน พรรคแรงงาน 206 คน พรรคเสรีประชาธิปไตย 6 คน พรรค ยูคิป 1 คน พรรคกรีน 1 คน และประธานสภาผู้แทนราษฎร 1 คน
ต่อมา คือ สก็อตแลนด์ มีประชากร 5.4 ล้านคน อยู่บนพื้นที่ 78,000 ตารางกิโลเมตร เมืองหลวง คือเอดินเบิร์ก มีผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศต่อหัวประชากรราว 23,000 ปอนด์ นายกรัฐมนตรีคนปัจจุบันคือ นางนิโคลา สเตอร์เจียน จากพรรคชาติสก็อตหรือพรรค SNP ตั้งแต่ปี 2014 รัฐสภาสก็อตแลนด์ 129 ที่นั่ง มีอำนาจผ่านร่างกฎหมายและต่อรองภาษี รวมถึงอำนาจในการดูแลด้านการศึกษา ด้านสุขภาพ ด้านความยุติธรรม ด้านการคมนาคมและการท่องเที่ยว
สำหรับผลโหวตเบร็กซิท ชาวสก็อตแลนด์โหวตอยู่ต่อกับอียู 62 เปอร์เซ็นต์ และโหวตออก 38 เปอร์เซ็นต์ ส่วนผลการเลือกตั้งเมื่อปี 2015 ในเขตปกครองของสก็อตแลนด์ ประกอบไปด้วยสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร 59 คน เป็นจากพรรคชาติสก็อต 56 คน พรรคแรงงาน 1 คน พรรคอนุรักษ์นิยม 1 คน และพรรคเสรีประชาธิปไตย 1 คน
ชาติที่ 3 คือ เวลส์ มีประชากร 3.1 ล้านคน มีพื้นที่ 21,000 ตารางกิโลเมตร เมืองหลวงคือคาร์ดิฟฟ์ มีผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศต่อหัวประชากร ต่อหัว 18,000 ปอนด์ นายกรัฐมนตรีคือ คาร์วิน โจนส์ จากพรรคแรงงาน ดำรงตำแหน่งตั้งแต่ปี 2009
สำหรับเขตการปกครอง มีที่นั่งสำหรับผู้แทนสมัชชาเวลส์ 90 ที่นั่ง มีอำนาจการปกครองครอบคลุมด้านการศึกษา สาธารณสุข ยุติธรรม และเกษตรกรรม แต่ไม่มีอำนาจในการต่อรองภาษี
สำหรับผลโหวตเบร็กซิท ชาวเวลส์โหวตอยู่ต่อ 47 เปอร์เซนต์ และโหวตออก 53 เปอร์เซ็นต์
ส่วนการเลือกตั้งทั่วไปในปี 2015 ในเขตปกครองของเวลส์ ประกอบไปด้วยสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร 40 คน มาจากพรรคแรงงาน 25 คน พรรคอนุรักษ์นิยม 11 คน พรรคชาตินิยมเวลส์ 3 คน และพรรคเสรีประชาธิปไตย 1 คน
ชาติสุดท้าย คือ ชาติที่เล็กที่สุดของสหราชอาณาจักร นั่นก็คือ ไอร์แลนด์เหนือ มีประชากร 1.9 ล้านคน มีพื้นที่ 14,000 ตารางกิโลเมตร เมืองหลวง คือ เบลฟาสท์ มีผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศต่อหัวประชากรราว 18,000 ปอนด์
สำหรับการปกครอง มีที่นั่งสำหรับผู้แทนสมัชชาไอร์แลนด์เหนือ จำนวน 90 ที่นั่ง มีอำนาจการปกครองครอบคลุมด้านการศึกษา สาธารณสุข ยุติธรรม และเกษตรกรรม แต่ไม่มีอำนาจในการต่อรองภาษี
สำหรับผลโหวตเบร็กซิทของชาวไอร์แลนด์เหนือ มีผู้โหวตอยู่ต่อ 56 เปอร์เซนต์ และโหวตออก 44 เปอร์เซ็นต์
ส่วนผลการเลือกตั้งทั่วไปในปี 2015 ในไอร์แลนด์เหนือ ประกอบไปด้วย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจำนวน 18 คน เป็นจากพรรคการเมืองหลัก 8 คน พรรคซินแฟง 4 คน พรรคประชาธิปไตยสังคมนิยมและพรรคแรงงาน 3 คน พรรค Ulster Unionist 2 คน และพรรคอิสระ 1 คน
สหราชอาณาจักรมีประชากรกว่า 65 ล้านคน มีพื้นที่กว่า 240,000 แสนตารางกิโลเมตร โดยประชากรกว่า 37 ล้านคน นับถือศาสนาคริสต์ ส่วนใหญ่เป็นนิกายแองกลิคัน นิกายคาทอลิก นิกายเพรสไบทีเรียนและนิกายเมทอดิสต์ รองลงมาคือ นับถือศาสนาอิสลาม 2.8 ล้านคน
สำหรับโครงสร้างเศรษฐกิจ อังกฤษมีอัตราการว่างงานในช่วงครึ่งปีแรกของปี 2017 ที่ 4.6 เปอร์เซ็นต์ อัตราเงินเฟ้อ 2.6 เปอร์เซ็นต์ ผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศต่อหัวประชากรอยู่ที่ราว 28,000 ปอนด์ ในช่วงไตรมาสแรกของปีนี้ ส่วนหนี้สาธารณะอยู่ที่ 1.72 ล้านล้านปอนด์ ขาดดุลการค้าอยู่ที่เกือบ 4 หมื่นล้านปอนด์ และมีอัตราการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจที่ 1.8 เปอร์เซ็นต์
สหราชอาณาจักรเป็นหนึ่งดินแดนที่ประกอบไปด้วย 4 ชาติ ได้แก่ อังกฤษ สก็อตแลนด์ เวลส์ และไอร์แลนด์เหนือ นอกจากนี้ ยังมีดินแดนในต่างประเทศรวมกัน 14 แห่ง เช่น เกาะเบอร์มิวด้า ดินแดนยิบรอลตาร์ และหมู่เกาะฟอล์คแลนด์
ส่วนผลการเลือกตั้งทั่วไปเมื่อปี 2015 ในเขตปกครองของอังกฤษ ประกอบด้วยสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร 533 คน จากพรรคอนุรักษ์นิยม 318 คน พรรคแรงงาน 206 คน พรรคเสรีประชาธิปไตย 6 คน พรรค ยูคิป 1 คน พรรคกรีน 1 คน และประธานสภาผู้แทนราษฎร 1 คน
ต่อมา คือ สก็อตแลนด์ มีประชากร 5.4 ล้านคน อยู่บนพื้นที่ 78,000 ตารางกิโลเมตร เมืองหลวง คือเอดินเบิร์ก มีผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศต่อหัวประชากรราว 23,000 ปอนด์ นายกรัฐมนตรีคนปัจจุบันคือ นางนิโคลา สเตอร์เจียน จากพรรคชาติสก็อตหรือพรรค SNP ตั้งแต่ปี 2014 รัฐสภาสก็อตแลนด์ 129 ที่นั่ง มีอำนาจผ่านร่างกฎหมายและต่อรองภาษี รวมถึงอำนาจในการดูแลด้านการศึกษา ด้านสุขภาพ ด้านความยุติธรรม ด้านการคมนาคมและการท่องเที่ยว
สำหรับผลโหวตเบร็กซิท ชาวสก็อตแลนด์โหวตอยู่ต่อกับอียู 62 เปอร์เซ็นต์ และโหวตออก 38 เปอร์เซ็นต์ ส่วนผลการเลือกตั้งเมื่อปี 2015 ในเขตปกครองของสก็อตแลนด์ ประกอบไปด้วยสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร 59 คน เป็นจากพรรคชาติสก็อต 56 คน พรรคแรงงาน 1 คน พรรคอนุรักษ์นิยม 1 คน และพรรคเสรีประชาธิปไตย 1 คน
สำหรับเขตการปกครอง มีที่นั่งสำหรับผู้แทนสมัชชาเวลส์ 90 ที่นั่ง มีอำนาจการปกครองครอบคลุมด้านการศึกษา สาธารณสุข ยุติธรรม และเกษตรกรรม แต่ไม่มีอำนาจในการต่อรองภาษี
สำหรับผลโหวตเบร็กซิท ชาวเวลส์โหวตอยู่ต่อ 47 เปอร์เซนต์ และโหวตออก 53 เปอร์เซ็นต์
ส่วนการเลือกตั้งทั่วไปในปี 2015 ในเขตปกครองของเวลส์ ประกอบไปด้วยสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร 40 คน มาจากพรรคแรงงาน 25 คน พรรคอนุรักษ์นิยม 11 คน พรรคชาตินิยมเวลส์ 3 คน และพรรคเสรีประชาธิปไตย 1 คน
สำหรับการปกครอง มีที่นั่งสำหรับผู้แทนสมัชชาไอร์แลนด์เหนือ จำนวน 90 ที่นั่ง มีอำนาจการปกครองครอบคลุมด้านการศึกษา สาธารณสุข ยุติธรรม และเกษตรกรรม แต่ไม่มีอำนาจในการต่อรองภาษี
สำหรับผลโหวตเบร็กซิทของชาวไอร์แลนด์เหนือ มีผู้โหวตอยู่ต่อ 56 เปอร์เซนต์ และโหวตออก 44 เปอร์เซ็นต์
ส่วนผลการเลือกตั้งทั่วไปในปี 2015 ในไอร์แลนด์เหนือ ประกอบไปด้วย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจำนวน 18 คน เป็นจากพรรคการเมืองหลัก 8 คน พรรคซินแฟง 4 คน พรรคประชาธิปไตยสังคมนิยมและพรรคแรงงาน 3 คน พรรค Ulster Unionist 2 คน และพรรคอิสระ 1 คน






