thansettakij
thansettakij
กรมสุขภาพจิต เพิ่มปลูก“จริยธรรมเด็กไทย” ป้องกันอาชญากรวัยรุ่น!

กรมสุขภาพจิต เพิ่มปลูก“จริยธรรมเด็กไทย” ป้องกันอาชญากรวัยรุ่น!

08 มิ.ย. 60 | 09:24 น.
อัปเดตล่าสุด :08 มิ.ย. 60 | 16:24 น.
กรมสุขภาพจิตระดมสมองทุกภาคส่วนร่วมจัดทำร่างยุทธศาสตร์สุขภาพจิตแห่งชาติ 20 ปี พ.ศ. 2560-2579  ตั้งเป้าพัฒนาคนไทยรุ่นใหม่เป็นมนุษย์สมบูรณ์แบบ มีปัญญา อารมณ์ดี มีความสุข และผลักดัน 4 นโยบายใหม่  อาทิการปลูกจริยธรรมศีลธรรมประจำใจหรือเอ็มคิวให้เด็ก  ป้องกันอาชญากรวัยเด็กเยาวชน   บรรจุวิชาสุขภาพจิตเข้าหลักสูตรชั้นเรียน   การส่งเสริมพัฒนาเด็กไอคิวอัจฉริยะให้เป็นผู้สร้างผลผลิต  เพิ่มศักยภาพแข่งขันประเทศไทย  เตรียมเสนอเข้าที่ประชุมคณะกรรมการสุขภาพจิตแห่งชาติปลายเดือนนี้  ชี้สถิติปัจจุบันนี้มีเด็กและเยาวชนกระทำผิดปีละ 4 – 5 หมื่นคดี อายุน้อยลงเรื่อยๆ

นาวาอากาศตรีนายแพทย์บุญเรือง ไตรเรืองวรวัฒน์  อธิบดีกรมสุขภาพจิต กระทรวงสาธารณสุข ให้สัมภาษณ์ว่า  กรมสุขภาพจิตได้ประชุมคณะอนุกรรมการสุขภาพจิตแห่งชาติ   ซึ่งแต่งตั้งโดยพลเรือเอกณรงค์  พิพัฒนาศัย รองนายกรัฐมนตรี  ประธานคณะกรรมการสุขภาพจิตแห่งชาติ   ประกอบด้วยผู้แทนหน่วยงานทุกภาคส่วนทั้งในและนอกกระทรวงสาธารณสุข  มูลนิธิ  องค์กรเอกชนสาธารณประโยชน์ต่างๆ ที่ดำเนินการเกี่ยวข้องกับด้านสุขภาพจิต  เพื่อจัดร่างยุทธศาสตร์สุขภาพจิตแห่งชาติ 20 ปี พ.ศ.2560-2579  ซึ่งมีความสอดคล้องกับแผนพัฒนาสุขภาพ แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ  แผนพัฒนาประเทศไทยยุค 4.0  และเป้าหมายแห่งการพัฒนาขององค์การสหประชาชาติด้วย

1 (5)  อธิบดีกรมสุขภาพจิตกล่าวว่า ร่างยุทธศาสตร์สุขภาพจิตแห่งชาติฉบับนี้  เป็นแผนบูรณาการเชื่อมโยง สร้างการมีส่วนร่วมของหน่วยงานทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้องในการพัฒนาคุณภาพสุขภาพจิตคนไทยทุกคน ทุกกลุ่ม ทุกอาชีพ กำหนดเป้าหมายให้คนไทยในอีก 20 ปีข้างหน้า มีปัญญา อารมณ์ดี มีความสุขและอยู่ในสังคมอย่างทรงคุณค่า    เป็นพลเมืองไทยและพลเมืองโลก  ประกอบด้วย 5 ยุทธศาสตร์หลักได้แก่ 1. การส่งเสริมและป้องกันปัญหาสุขภาพจิตตลอดช่วงชีวิต ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญของการป้องกันการเจ็บป่วยทางสุขภาพจิตที่ให้ผลยั่งยืนใช้ต้นทุนต่ำกว่าการรักษา  ประชาชนมีความรู้และดูแลสุขภาพจิตตัวเองและครอบครัวในเบื้องต้นได้  รู้อาการแรกเริ่มของความผิดปกติที่ต้องไปรับบริการตั้งแต่เนิ่นๆ

2. การพัฒนาระบบบริการสุขภาพจิตและจิตเวช ให้ผู้ป่วยเข้าถึงการรักษาเร็วขึ้น จะเพิ่มโอกาสหายสูงขึ้น  ซึ่งปัญหาที่ประสบเช่นเดียวกับทั่วโลกขณะนี้คือผู้ป่วยโรคทางจิตเวชเข้าถึงบริการต่ำกว่าโรคทางกายหลายเท่าตัว เนื่องมาจากทัศนคติ การยอมรับการรักษา  3.การขับเคลื่อนและผลักดันมาตรการทางกฎหมาย สังคม และสวัสดิการต่างๆ เช่นการดูแลผู้ป่วยจิตเวชที่ไม่มีญาติ การดูแลผู้ป่วยจิตเวชในเรือนจำ การกำหนดหลักเกณฑ์และเงื่อนไขการเผยแพร่ข้อมูลผู้ป่วยจิตเวชในสื่อทุกประเภท 4. พัฒนากลไกการดำเนินงานด้านสุขภาพจิต เช่นพัฒนาระบบประกันสุขภาพของผู้ที่มีปัญหาสุขภาพจิตให้ได้รับการดูแลเสมอภาคเช่นเดียวกับผู้ป่วยโรคทางกาย และ 5. การศึกษาวิจัยเพื่อพัฒนาองค์ความรู้ใหม่ทั้งด้านการรักษา    การส่งเสริม การป้องกันโรค และลดปัจจัยเสี่ยงที่ก่อให้เกิดปัญหาสุขภาพจิต

2 (3) ทั้งนี้ประเด็นนโยบายใหม่ซึ่งที่ประชุมได้เสนอให้บรรจุในร่างยุทธศาสตร์สุขภาพจิตแห่งชาติ  20 ปีฉบับนี้ มี 4 ประเด็น ได้แก่ 1. เพิ่มเรื่องเอ็มคิว ( Moral  Quotient : MQ)  เพื่อปลูกฝังด้านจริยธรรม คุณธรรมให้แก่เด็กไทยที่เกิดในยุคดิจิตอล เป็นวัคซีนป้องกันปัญหาอาชญากรเด็กและวัยรุ่นในอนาคต  ซึ่งข้อมูลปัจจุบันนี้พบว่าเด็กและเยาวชนที่กระทำผิดที่มีปีละ 40,000 – 50,000 คดี มีอายุน้อยลงเรื่อยๆ และเป็นเด็กที่มีครอบครัวไม่ใช่เด็กเร่ร่อนเหมือนในอดีต  ซึ่งเอ็มคิวนี้จะทำให้เด็กมีศีลธรรม ละอายต่อการกระทำผิด ทำบาป สามารถสร้างเอ็มคิวได้จากการเลี้ยงดูกล่อมเกลาจากครอบครัว ดังนั้นต้นทุนชีวิตของลูกหลานไทยในยุคดิจิตอลทุกคนจะต้องมีอย่างน้อย 3 คิว คือ ไอคิว(IQ) อีคิว(EQ)และเอ็มคิว(MQ) คือมีสมองดี อารมณ์ดี  มีศีลธรรมประจำใจด้วย

ประเด็นที่ 2. มีระบบส่งเสริมพัฒนาเด็กไทยที่มีไอคิวสูงหรือที่เรียกว่าเด็กอัจฉริยะ ซึ่งมีประมาณร้อยละ 5 ของเด็กไทย เพื่อให้เป็นผู้นำในการสร้างผลผลิตของประเทศไทยในอนาคตอย่างจริงจัง เพิ่มศักยภาพการแข่งขันของไทยให้แกร่งขึ้น ซึ่งขณะนี้มีหลายประเทศดำเนินการแล้วทั้งในเอเชีย อเมริกา ประเด็นที่ 3. การบรรจุวิชาสุขภาพจิตเข้าในหลักสูตรการเรียนการของกระทรวงศึกษาธิการ ให้นักเรียนมีความรู้เรื่องของสุขภาพจิต ปัญหาการเจ็บป่วยทางจิตและการปฏิบัติตัวที่ถูกต้อง รู้จักความผิดปกติจิตใจ อารมณ์ พฤติกรรม  และเข้ารับบริการรักษาได้เร็ว จะส่งผลดีต่อคุณภาพการรักษา  สามารถใช้ได้ตลอดชีวิต ซึ่งจะเป็นการเสริมระบบการส่งเสริมป้องกันปัญหาสุขภาพจิตให้เข็มแข็งยิ่งขึ้น

และประการที่ 4. การออกแบบระบบความปลอดภัยของโรงพยาบาลจิตเวชเพื่อดูแลผู้ป่วยจิตเวชที่มีคดีอย่างเหมาะสม   ซึ่งขณะนี้กรมสุขภาพจิตอยู่ระหว่างปรับปรุงร่างยุทธศาสตร์ฯให้สมบูรณ์แบบ คาดว่าจะนำเสนอเข้าที่ประชุมคณะกรรมการสุขภาพจิตแห่งชาติเพื่อพิจารณาในปลายเดือนนี้ เพื่อนำเสนอที่ประชุมคณะรัฐมนตรี ประกาศใช้ ให้ทุกหน่วยงานนำไปปฏิบัติต่อไป