
อาณาจักร3แสนล้าน ‘อนันต์ อัศวโภคิน’ สะเทือน!
อาณาจักรของตระกูลอัศวโภคิน กำลังถูกสั่นคลอนอย่างหนักและกำลังนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้างในธุรกิจและเปลี่ยนแปลงไปถึงธุรกิจในเครือทั้งหมดของ อนันต์อัศวโภคิน หลังจากที่เขาเดินทางเข้ารับทราบข้อกล่าวหาสมคบและร่วมกันฟอกเงินสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนคลองจั่นต่อดีเอสไอ เมื่อวันที่ 5 มิถุนายนที่ผ่านมา จากนี้ไปเขามีเวลา 60 วัน ในการเตรียมเอกสารชี้แจงทั้งหมด
เหตุการณ์นี้กลายเป็นทอล์กออฟเดอะทาวน์เรื่องที่พูดกันมากคือปฏิบัติการของสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน(ปปง.) ที่มีคำสั่งด่วนของคณะกรรมการธุรกรรม สั่งอายัดทรัพย์สินที่เกี่ยวพันกับการกระทำความผิด ในกรณีที่นางสาวอลิสา อัศวโภคินลูกสาว อนันต์ เข้าไปเกี่ยวพัน และมีพฤติการกระทำความผิดเกี่ยวกับการฉ้อโกงประชาชนและยักยอกอันมีลักษณะเป็นปกติธุระ
ปปง.สั่งยึดที่ดิน ของนางสาวอลิสา ซึ่งเป็นสาวกของวัดพระธรรมกาย จำนวน 8 แปลง ในพื้นที่ตำบลคลองสาม อำเภอคลองหลวงจังหวัดปทุมธานี รวม 114 ล้านบาท
[caption id="attachment_154660" align="aligncenter" width="503"]
ความเสี่ยงอาณาจักรแลนด์ฯหลังอนันต์เจอข้อกล่าวหาฟอกเงิน[/caption]
ซึ่งเกิดขึ้น จากกรณีวเอาเงินของวัดที่ได้มาจากสหกรณ์ฯคลองจั่น ที่นายศุภชัย ศรีศุภอักษรอดีตประธานสหกรณ์ นำเงินที่สมาชิกนำมาฝาก มาซื้อตั๋ว มาลงทุน ยักยอกถ่ายเทไปให้วัดพระธรรมกาย จนมีมูลค่าความเสียหายที่เกี่ยวพันกับวัดประมาณกว่า 2,900 -3,000 ล้านบาท จากมูลค่าเสียหายรวมที่ยักยอกไปมากกว่า 13,00 ล้านบาท
คดีนี้เกี่ยวพันกัน 2 เรื่องคือ 1.คณะกรรมการธุรกรรมของปปง.ไปพบว่า การกระทำความผิดของนายศุภชัย กับพวกมีการเปิดทางสาวกของพระทัตตชีโว และหลวงพ่อธัมมชโย นำเงินจากมูลนิธิไปซื้อหุ้น ไปลงทุนในตลาดหลักทรัพย์ เขาตรวจสอบพบว่าผู้ที่นำเงินไปซื้อ เปิดบัญชีในนามของนางสาวรัชดาพรรณ อิทธิวรากร นำไปซื้อหุ้น LH BANK LH HMPRO AP และ QH เอาเงินวัดไปซื้อหุ้นก่อให้เกิดความเสี่ยง
กรณีที่ 2 ตรวจพบว่านางสาวอลิสา นำเงินไปซื้อที่ดินจากนายศุภชัย 8 แปลง มีการตรวจสอบพบว่ามีการผ่องถ่ายกันไปมาหลายรอบ จนนำมาสู่การอายัดทรัพย์ในรอบนี้ พร้อมดอกและผลที่เกิดขึ้น
คดีต่อมานายอนันต์ผู้ศรัทธาในพระพุทธศาสนาอภิมหาเศรษฐีระดับต้นๆของประเทศไทยโดนดีเอสไอแจ้งข้อหาความผิดตามมาตรา 5 มาตรา 9 ตามพ.ร.บ.ว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน ต้องโทษจำคุกตามกฎหมายนี้ 1 -10 ปี หรือปรับตั้งแต่ 20,000 -200,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
ดีเอสไอพบว่า นายอนันต์เข้าไปเชื่อมโยงการซื้อขายที่ดินกับนายศุภชัย ที่โดนคดีฉ้อโกงสหกรณ์ และต้องโทษจำคุกอยู่ในขณะนี้ 16 ปี โดยที่ศาลไม่ให้ประกันตัว ปรากฏว่า ดีเอสไอพบว่า นายอนันต์ เป็นคนกลางในการรับซื้อที่ดิน และสุดท้ายปลายทางก็นำมาขายต่อให้นายอนันต์ ในราคาที่ตํ่ากว่าตลาดและสุดท้ายดีเอสไอพบว่า ไม่มีการซื้อขายกันจริง
[caption id="attachment_158570" align="aligncenter" width="390"]
อาณาจักร3แสนล้าน ‘อนันต์ อัศวโภคิน’ สะเทือน![/caption]
ผลการสอบ สาวเส้นทางการเงินพบต้นตอตัวเลขแค่ 275 ล้านบาท ที่นายศุภชัย สั่งจ่ายเช็คหลายฉบับ รวม 275 ล้านบาท เอาไปซื้อหุ้นบริษัทเอ็มโฮมเอสพีวี 2 จำกัด และซื้อที่ดินบริษัท3 แปลง ที่คลองหลวง จากนั้นเอาที่ดิน 3 แปลงนี้ไปขายให้นายอนันต์ เพื่อนำเงินมาชำระหนี้ ทำสัญญากันที่สำนักงานที่ดินคลองหลวง มีเอกสารลงวันที่ 23 ธันวาคม 2554 หลังจากที่คณะกรรมการมีมติให้ดำเนินการเพียงแค่ 2 วัน ขายราคาไร่ละ 2 ล้านบาท ได้เงิน 93.7 ล้านบาท ขณะที่ราคาประเมินตอนนั้นตารางวาละ 15,000 บาท ราคาขายตํ่ากว่าราคาประเมิน 3 เท่า แต่เมื่อสืบเส้นทางการเงินเหล่านี้ไม่ปรากฏว่ามีการจ่ายเงินในการซื้อหุ้น บริษัทเอ็มโฮมฯ แต่อย่างใด
ต่อมานายอนันต์ขายที่ดินแปลงนี้ให้บุคคลอื่น ในราคา 492 ล้านบาท และเอาเงินที่ได้จากการขายบริจาคให้แก่มูลนิธิคุณยายจันทร์ขนนกยูง ซึ่งมีพระธัมมชโยเป็นองค์อุปถัมภ์ จำนวน 303 ล้านบาท
ดีเอสไอตรวจสอบเส้นทางการเงินสาวเข้าในแบงก์ ดูเข้าไปในบัญชีในวันเดียวกันที่นายอนันต์ทำสัญญาซื้อขายกับนายศุภชัย จากการสอบพฤติกรรมแล้วก็เชื่อมโยงแล้ว ก็นำไปสู่การแจ้งข้อหานายอนันต์ร่วมสมคบในการฟอกเงินดังกล่าว
ชะตากรรมของนายอนันต์ ดอกแรกเมื่อเจอมรสุมนี้ เขาขาดคุณสมบัติจากการเป็นผู้บริหารของ LH BANKและนำมาซึ่งการลาออกจากกรรมการบริษัททุกตำแหน่งใน LH, HMPRO และ QH
เรื่องนี้จึงอ่อนไหว ถ้าหากว่ามีการตรวจสอบและพบว่า นายอนันต์ และธุรกิจแลนด์ มีการเชื่อมโยง เป็นลูกโซ่ กับธุรกิจและเครือข่ายจากการฟอกเงินกับสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนคลองจั่นและวัดพระธรรมกาย
อาณาจักรแลนด์แอนด์ เฮ้าส์ จะสั่นสะเทือนหรือไม่ ตอบได้เลยว่า ถ้าขื่อแปถูกลากลงมา จะสะเทือนไปถึงอาณาจักร และสะเทือนไปถึงธุรกิจที่อนันต์ อัศวโภคินวางรากฐานไว้ในชั่วชีวิตของคนคนหนึ่งแน่นอน
จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 37 ฉบับที่ 3,268 วันที่ 8 - 10 มิถุนายน พ.ศ. 2560
เหตุการณ์นี้กลายเป็นทอล์กออฟเดอะทาวน์เรื่องที่พูดกันมากคือปฏิบัติการของสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน(ปปง.) ที่มีคำสั่งด่วนของคณะกรรมการธุรกรรม สั่งอายัดทรัพย์สินที่เกี่ยวพันกับการกระทำความผิด ในกรณีที่นางสาวอลิสา อัศวโภคินลูกสาว อนันต์ เข้าไปเกี่ยวพัน และมีพฤติการกระทำความผิดเกี่ยวกับการฉ้อโกงประชาชนและยักยอกอันมีลักษณะเป็นปกติธุระ
ปปง.สั่งยึดที่ดิน ของนางสาวอลิสา ซึ่งเป็นสาวกของวัดพระธรรมกาย จำนวน 8 แปลง ในพื้นที่ตำบลคลองสาม อำเภอคลองหลวงจังหวัดปทุมธานี รวม 114 ล้านบาท
[caption id="attachment_154660" align="aligncenter" width="503"]
ซึ่งเกิดขึ้น จากกรณีวเอาเงินของวัดที่ได้มาจากสหกรณ์ฯคลองจั่น ที่นายศุภชัย ศรีศุภอักษรอดีตประธานสหกรณ์ นำเงินที่สมาชิกนำมาฝาก มาซื้อตั๋ว มาลงทุน ยักยอกถ่ายเทไปให้วัดพระธรรมกาย จนมีมูลค่าความเสียหายที่เกี่ยวพันกับวัดประมาณกว่า 2,900 -3,000 ล้านบาท จากมูลค่าเสียหายรวมที่ยักยอกไปมากกว่า 13,00 ล้านบาท
คดีนี้เกี่ยวพันกัน 2 เรื่องคือ 1.คณะกรรมการธุรกรรมของปปง.ไปพบว่า การกระทำความผิดของนายศุภชัย กับพวกมีการเปิดทางสาวกของพระทัตตชีโว และหลวงพ่อธัมมชโย นำเงินจากมูลนิธิไปซื้อหุ้น ไปลงทุนในตลาดหลักทรัพย์ เขาตรวจสอบพบว่าผู้ที่นำเงินไปซื้อ เปิดบัญชีในนามของนางสาวรัชดาพรรณ อิทธิวรากร นำไปซื้อหุ้น LH BANK LH HMPRO AP และ QH เอาเงินวัดไปซื้อหุ้นก่อให้เกิดความเสี่ยง
กรณีที่ 2 ตรวจพบว่านางสาวอลิสา นำเงินไปซื้อที่ดินจากนายศุภชัย 8 แปลง มีการตรวจสอบพบว่ามีการผ่องถ่ายกันไปมาหลายรอบ จนนำมาสู่การอายัดทรัพย์ในรอบนี้ พร้อมดอกและผลที่เกิดขึ้น
คดีต่อมานายอนันต์ผู้ศรัทธาในพระพุทธศาสนาอภิมหาเศรษฐีระดับต้นๆของประเทศไทยโดนดีเอสไอแจ้งข้อหาความผิดตามมาตรา 5 มาตรา 9 ตามพ.ร.บ.ว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน ต้องโทษจำคุกตามกฎหมายนี้ 1 -10 ปี หรือปรับตั้งแต่ 20,000 -200,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
ดีเอสไอพบว่า นายอนันต์เข้าไปเชื่อมโยงการซื้อขายที่ดินกับนายศุภชัย ที่โดนคดีฉ้อโกงสหกรณ์ และต้องโทษจำคุกอยู่ในขณะนี้ 16 ปี โดยที่ศาลไม่ให้ประกันตัว ปรากฏว่า ดีเอสไอพบว่า นายอนันต์ เป็นคนกลางในการรับซื้อที่ดิน และสุดท้ายปลายทางก็นำมาขายต่อให้นายอนันต์ ในราคาที่ตํ่ากว่าตลาดและสุดท้ายดีเอสไอพบว่า ไม่มีการซื้อขายกันจริง
[caption id="attachment_158570" align="aligncenter" width="390"]
ผลการสอบ สาวเส้นทางการเงินพบต้นตอตัวเลขแค่ 275 ล้านบาท ที่นายศุภชัย สั่งจ่ายเช็คหลายฉบับ รวม 275 ล้านบาท เอาไปซื้อหุ้นบริษัทเอ็มโฮมเอสพีวี 2 จำกัด และซื้อที่ดินบริษัท3 แปลง ที่คลองหลวง จากนั้นเอาที่ดิน 3 แปลงนี้ไปขายให้นายอนันต์ เพื่อนำเงินมาชำระหนี้ ทำสัญญากันที่สำนักงานที่ดินคลองหลวง มีเอกสารลงวันที่ 23 ธันวาคม 2554 หลังจากที่คณะกรรมการมีมติให้ดำเนินการเพียงแค่ 2 วัน ขายราคาไร่ละ 2 ล้านบาท ได้เงิน 93.7 ล้านบาท ขณะที่ราคาประเมินตอนนั้นตารางวาละ 15,000 บาท ราคาขายตํ่ากว่าราคาประเมิน 3 เท่า แต่เมื่อสืบเส้นทางการเงินเหล่านี้ไม่ปรากฏว่ามีการจ่ายเงินในการซื้อหุ้น บริษัทเอ็มโฮมฯ แต่อย่างใด
ต่อมานายอนันต์ขายที่ดินแปลงนี้ให้บุคคลอื่น ในราคา 492 ล้านบาท และเอาเงินที่ได้จากการขายบริจาคให้แก่มูลนิธิคุณยายจันทร์ขนนกยูง ซึ่งมีพระธัมมชโยเป็นองค์อุปถัมภ์ จำนวน 303 ล้านบาท
ดีเอสไอตรวจสอบเส้นทางการเงินสาวเข้าในแบงก์ ดูเข้าไปในบัญชีในวันเดียวกันที่นายอนันต์ทำสัญญาซื้อขายกับนายศุภชัย จากการสอบพฤติกรรมแล้วก็เชื่อมโยงแล้ว ก็นำไปสู่การแจ้งข้อหานายอนันต์ร่วมสมคบในการฟอกเงินดังกล่าว
ชะตากรรมของนายอนันต์ ดอกแรกเมื่อเจอมรสุมนี้ เขาขาดคุณสมบัติจากการเป็นผู้บริหารของ LH BANKและนำมาซึ่งการลาออกจากกรรมการบริษัททุกตำแหน่งใน LH, HMPRO และ QH
เรื่องนี้จึงอ่อนไหว ถ้าหากว่ามีการตรวจสอบและพบว่า นายอนันต์ และธุรกิจแลนด์ มีการเชื่อมโยง เป็นลูกโซ่ กับธุรกิจและเครือข่ายจากการฟอกเงินกับสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนคลองจั่นและวัดพระธรรมกาย
อาณาจักรแลนด์แอนด์ เฮ้าส์ จะสั่นสะเทือนหรือไม่ ตอบได้เลยว่า ถ้าขื่อแปถูกลากลงมา จะสะเทือนไปถึงอาณาจักร และสะเทือนไปถึงธุรกิจที่อนันต์ อัศวโภคินวางรากฐานไว้ในชั่วชีวิตของคนคนหนึ่งแน่นอน
จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 37 ฉบับที่ 3,268 วันที่ 8 - 10 มิถุนายน พ.ศ. 2560






