thansettakij
thansettakij
สรุปมติคณะรัฐมนตรีด้านคมนาคม

สรุปมติคณะรัฐมนตรีด้านคมนาคม

06 มิ.ย. 60 | 14:07 น.
อัปเดตล่าสุด :06 มิ.ย. 60 | 21:07 น.
6 ม.ย.60- นายพิชิต อัคราทิตย์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม พร้อมด้วย นายธีระพงษ์ รอดประเสริฐ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงคมนาคม นายสมศักดิ์ ห่มม่วง รองปลัดกระทรวงคมนาคม นายจิรุตม์ วิศาลจิตร ผู้ตรวจราชการกระทรวงคมนาคม และโฆษกกระทรวงคมนาคม แถลงข่าวผลการประชุมคณะรัฐมนตรี ที่เกี่ยวข้องกับกระทรวงคมนาคม เมื่อวันที่ 6 มิถุนายน 2560 ณ ห้องราชดำเนิน อาคารสโมสรและหอประชุม กระทรวงคมนาคม โดยมี ผู้บริหารกระทรวงคมนาคม และหน่วยงานในสังกัด ร่วมแถลงข่าว

 

[caption id="attachment_158213" align="aligncenter" width="503"]  นายพิชิต อัคราทิตย์ นายพิชิต อัคราทิตย์[/caption]

นายพิชิต อัคราทิตย์ กล่าวว่า คณะรัฐมนตรี (ครม.) ได้ประชุม เมื่อวันที่ 6 มิถุนายน 2560 โดยมีเรื่องที่เกี่ยวข้องกับกระทรวงฯ ดังนี้

1. อนุมัติให้ดำเนินโครงการทางพิเศษสายพระราม 3 – ดาวคะนอง – วงแหวนรอบนอกกรุงเทพมหานคร ด้านตะวันตก ของการทางพิเศษแห่งประเทศไทย

ครม. อนุมัติหลักการให้ดำเนินโครงการทางพิเศษสายพระราม 3 - ดาวคะนอง - วงแหวนรอบนอกกรุงเทพมหานครด้านตะวันตก ของการทางพิเศษแห่งประเทศไทย (กทพ.) ระยะทาง 18.7 กิโลเมตร มีจุดเริ่มต้นโครงการบริเวณกิโลเมตร 13 ของถนนพระราม 2 สิ้นสุดโครงการบริเวณถนนพระราม 3 ใกล้กับทางแยกต่างระดับบางโคล่ ดังนี้

1.1 อนุมัติให้ กทพ. ดำเนินโครงการทางพิเศษสายพระราม 3 - ดาวคะนอง – วงแหวนรอบนอกกรุงเทพมหานครด้านตะวันตก วงเงินลงทุน 31,244 ล้านบาท ประกอบด้วย ค่าจัดกรรมสิทธิ์ที่ดิน จำนวน 807 ล้านบาท และค่าก่อสร้าง จำนวน 30,437 ล้านบาท

S__10551679 1.2 อนุมัติให้รัฐอุดหนุนค่าจัดกรรมสิทธิ์ที่ดิน จำนวน 807 ล้านบาท

1.3 อนุมัติให้ กทพ. ใช้แหล่งเงินทุนโครงจากการระดมทุนผ่านกองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐานเพื่ออนาคตประเทศไทย (Thailand Future fund: TFF) เพื่อเป็นค่าก่อสร้าง โดยให้กระทรวงการคลังและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องไปพิจารณาดำเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้องตามมติคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 30 พฤษภาคม 2560 เกี่ยวกับการระดมทุนผ่านกองทุน TFF ของ กทพ.

1.4 อนุมัติหลักการร่างพระราชกฤษฎีกากำหนดเขตที่ดินในบริเวณที่ที่จะเวนคืนในท้องที่เขตราษฎร์บูรณะ กรุงเทพมหานคร พ.ศ. .... ตามโครงการทางพิเศษสายพระราม 3 ดาวคะนอง – วงแหวนรอบนอกกรุงเทพมหานครด้านตะวันตก

ทั้งนี้ ประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับจากการดำเนินโครงการฯ เพื่อใช้เป็นเส้นทางทดแทนในกรณีที่สะพานพระราม 9 ต้องปิดซ่อมบำรุงใหญ่ ทำให้เส้นทางเชื่อมโยงไปสู่ภาคใต้ไม่เกิดปัญหา โดยขยายโครงข่ายทางพิเศษให้สามารถรองรับการเดินทางระหว่างพื้นที่ชั้นนอกและชั้นในกรุงเทพมหานครได้อย่างมีประสิทธิภาพ รวมทั้งช่วยแบ่งเบาปัญหาการจราจรติดขัดบนถนนพระราม 2 ช่วงดาวคะนอง - วงแหวนรอบนอกกรุงเทพมหานคร และทางพิเศษเฉลิมมหานครช่วงบางโคล่ - ดาวคะนอง โดยเฉพาะบริเวณสะพานพระราม 9 ซึ่งรองรับปริมาณจราจรจำนวนมากที่ข้ามแม่น้ำเจ้าพระยามาเป็นเวลานานเกือบ 30 ปี และเป็นเส้นทางที่ใช้ในการเดินทางและการขนส่งสินค้าในกรณีเกิดเหตุการณ์ภัยธรรมชาติและเหตุฉุกเฉิน เช่น เหตุการณ์อุทกภัย เป็นต้น

2. อนุมัติเงินกู้เพื่อเสริมสภาพคล่องสำหรับการดำเนินโครงการตามมาตรการลดภาระค่าครองชีพประชาชน (รถเมล์ฟรี) และเงินอุดหนุนบริการสาธารณะ (PSO) ปีงบประมาณ 2560 ขององค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ขสมก.)

คณะรัฐมนตรี (ครม.) อนุมัติให้องค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ขสมก.) คค. กู้เงินเพื่อเสริมสภาพคล่องสำหรับการดำเนินโครงการตามมาตรการลดภาระค่าครองชีพประชาชน (รถเมล์ฟรี) และเงินอุดหนุนบริการสาธารณะ (PSO) ปีงบประมาณ 2560 จำนวน 1,777.202 ล้านบาท และให้กระทรวงการคลัง (กค.) เป็นผู้ค้ำประกันเงินกู้ รวมทั้งพิจารณาวิธีการกู้เงิน เงื่อนไขและรายละเอียดต่าง ๆ ในการกู้เงิน เนื่องจาก ขสมก. จะได้รับจัดสรรงบประมาณตามมาตรการลดภาระค่าครองชีพประชาชน (รถเมล์ฟรี) และ PSO ย้อนหลังทุกปี ซึ่ง ขสมก. จะต้องจัดการเดินรถไปก่อน ทำให้เกิดหนี้ค่าน้ำมันเชื้อเพลิงและค่าเหมาซ่อมค้างชำระในแต่ละเดือนพร้อมค่าเบี้ยปรับที่ชำระล่าช้า สำหรับปีงบประมาณ 2560 ขสมก. มียอดค้างชำระค่าใช้จ่ายดังกล่าว ตั้งแต่เดือนตุลาคม 2559 - มกราคม 2560 และประมาณการตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ - กันยายน 2560 รวมทั้งสิ้น 1,777.202 ล้านบาท หาก ขสมก. กู้เงินเพื่อมาชำระค่าน้ำมันเชื้อเพลิงและค่าเหมาซ่อม จะทำให้มีอัตราดอกเบี้ยจากการกู้เงินประมาณร้อยละ 2.162 ซึ่งสามารถประหยัดค่าดอกเบี้ยจ่ายได้ประมาณร้อยละ 4.123 - 5.223 หรือเฉลี่ยประมาณเดือนละ 6.743 ล้านบาท

3. คณะรัฐมนตรีรับทราบร่างกฎกระทรวงแบ่งส่วนราชการสำนักงานปลัดกระทรวง กระทรวงคมนาคม พ.ศ. ....

คณะรัฐมนตรี (ครม.) รับทราบร่างกฎกระทรวงแบ่งส่วนราชการสำนักงานปลัดกระทรวง กระทรวงคมนาคม พ.ศ. .... ซึ่งสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (สคก.) เสนอให้ ครม. รับทราบร่างกฎกระทรวงแบ่งส่วนราชการสำนักงานปลัดกระทรวง กระทรวงคมนาคม พ.ศ. .... ที่ สคก. ตรวจพิจารณาแล้ว

ทั้งนี้ ผลของการปรับปรุงโครงสร้างองค์กรด้านการบินพลเรือน ประกาศใช้กฎหมาย จำนวน 4 ฉบับ และกรมการบินพลเรือน แยกเป็นหน่วยงาน ดังนี้

3.1 พระราชกำหนดแก้ไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติการเดินอากาศ พ.ศ. 2497 พ.ศ. 2558

3.2 พระราชกำหนดการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย พ.ศ. 2558 จัดตั้งสำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย (CAAT)

3.3 พระราชกำหนดแก้ไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติปรับปรุงกระทรวง ทบวง กรม พ.ศ. 2545 พ.ศ. 2558 ให้โอนภารกิจด้านการสอบสวนอากาศยานประสบอุบัติเหตุ และการค้นหาช่วยเหลืออากาศยานและเรือที่ประสบภัยจากกรมการบินพลเรือนมาอยู่ที่สำนักงานปลัดกระทรวงคมนาคม

3.4 กฎกระทรวงแบ่งส่วนราชการกรมท่าอากาศยาน กระทรวงคมนาคม พ.ศ. 2558 จัดตั้งกรมท่าอากาศยาน

คค. จึงดำเนินการปรับปรุงกฎกระทรวงแบ่งส่วนราชการสำนักงานปลัดกระทรวง กระทรวงคมนาคม เพื่อให้ภารกิจด้านการสอบสวนอากาศยานประสบอุบัติเหตุ และการค้นหาช่วยเหลืออากาศยานและเรือที่ประสบภัยจากกรมการบินพลเรือน มาอยู่ที่สำนักงานปลัดกระทรวงคมนาคม โดยดำเนินการตามขั้นตอนและได้ส่งร่างกฎกระทรวงแบ่งส่วนราชการสำนักงานปลัดกระทรวง กระทรวงคมนาคม พ.ศ. .... ให้สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีตรวจพิจารณา (สคก.) และภายหลังจาก สคก. ตรวจพิจารณาเสร็จแล้ว ได้เสนอ ครม. เพื่อทราบ ก่อนส่งเรื่องกลับมาให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมพิจารณาลงนาม และประกาศในราชกิจจานุเบกษาต่อไป โดยสรุปสาระสำคัญของร่างกฎกระทรวงดังกล่าว เพื่อเพิ่มเติมอำนาจหน้าที่ของสำนักงานปลัดกระทรวง ให้ดำเนินการเกี่ยวกับการค้นหาและช่วยเหลืออากาศยานและเรือที่ประสบภัย และการสอบสวนอุบัติเหตุและอุบัติการณ์ของอากาศยาน และกำหนดให้มีหน่วยงานใหม่ในสำนักงานปลัดกระทรวงเพิ่มขึ้นอีก 2 หน่วยงาน ได้แก่ สำนักงานคณะกรรมการค้นหาและช่วยเหลืออากาศยานและเรือที่ประสบภัย และสำนักงานคณะกรรมการสอบสวนอุบัติเหตุและอุบัติการณ์ของอากาศยาน โดยทั้ง 2 หน่วยงาน เป็นหน่วยงานระดับกอง และมีอำนาจหน้าที่เกี่ยวกับค้นหาและช่วยเหลืออากาศยานและเรือที่ประสบภัย และสอบสวนอุบัติเหตุของอากาศยานในราชอาณาจักร