
แนวโน้มราคาทองคำวันพรุ่งนี้(6 มิ.ย.60)
สรุปสภาวะตลาดทองคำแท่งและโกลด์ฟิวเจอร์ส วัน ที่ 5 มิถุนายน 2559
สภาวะตลาดวันที่ 5 มิถุนายน 2560 ราคาทองคำแกว่งตัวในกรอบที่ระดับ 1,278.50-1,282.00 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ขณะที่ราคาทองคำแท่ง 96.5% ภายในประเทศขายออกอยู่ที่ 20,650 บาทต่อบาททองคำ โดยราคาปรับตัวเพิ่มขึ้น 200 บาท จากวันก่อนหน้าที่ระดับ 20,450 บาทต่อบาททองคำ
(หมายเหตุ: ข้อมูลนี้จัดทำขึ้น ณ เวลา 16.08 น.ของวันที่ 05/06/60)
แนวโน้มวันที่ 6 มิถุนายน 2560
กระทรวงแรงงานสหรัฐเปิดเผยในวันศุกร์ว่า ตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตรเพิ่มขึ้นน้อยกว่าคาดเพียง 138,000 ตำแหน่ง แม้ว่าอัตราการว่างงานลดลงเกินคาดอยู่ที่ 4.3% ในเดือนพ.ค.ซึ่งถือเป็นจุดต่ำสุดในรอบ 16 ปี แต่ดอลลาร์ได้รับแรงกดดันจนเคลื่อนไหวใกล้ระดับต่ำสุดในรอบ 7 เดือนจากการร่วงลงของอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐ โดยอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐประเภทอายุ 10 ปีเพิ่งดิ่งลงแตะจุดต่ำสุดนับตั้งแต่วันที่ 10 พ.ย. 2559 ปัจจัยดังกล่าว สร้างแรงซื้อเข้าสู่ตลาดทองคำอย่างต่อเนื่องจนราคาทองคำสามารถเคลื่อนไหวใกล้ระดับสูงสุดในรอบกว่า 6 สัปดาห์และสร้างระดับสูงสุดใหม่จากสัปดาห์ก่อนหน้าได้ ขณะที่มุมมองเชิงบวกต่อราคาทองคำเพิ่มมากขึ้น เมื่อคณะกรรมการการค้าสัญญาล่วงหน้าสินค้าโภคภัณฑ์ (CFTC) ของสหรัฐรายงานว่า ปริมาณการถือครองสถานะซื้อสุทธิในดอลลาร์สหรัฐดิ่งลงอย่างรุนแรงในช่วงสัปดาห์สิ้นสุดวันที่ 30 พ.ค. ดิ่งลงแตะระดับต่ำสุดนับตั้งแต่เดือนก.ย. 2559 และ CFTC ระบุว่า ปริมาณการถือครองสถานะซื้อสุทธิในยูโรพุ่งขึ้นแตะจุดสูงสุดในรอบกว่า 6 ปี ในขณะที่เศรษฐกิจยูโรโซนปรับตัวดีขึ้น ประกอบกับ ความหวังว่าแรงซื้อทองคำจากอินเดียซึ่งเป็นผู้ใช้ทองคำอันดับสองของโลกอาจจะเพิ่มขึ้นในอนาคต เมื่อรัฐบาลอินเดียเปิดเผยว่า อินเดียจะเก็บภาษีทองในอัตรา 3% ภายใต้ระบบภาษีการขายทั่วประเทศใหม่ ซึ่งจะมีผลบังคับใช้ในวันที่ 1 ก.ค.นี้ ซึ่งภาษีสินค้าและบริการ (GST) ใหม่จะนำมาใช้แทนภาษีของรัฐบาลกลางและของรัฐต่างๆ ซึ่งเป็นอัตราภาษีที่ต่ำกว่าที่ภาคอุตสาหกรรมคาดไว้ที่ 5% เบื้องต้นวายแอลจีประเมินว่าในระยะสั้นราคาทองคำพยายามขึ้นทดสอบแนวต้านบริเวณ 1,287 ดอลลาร์ต่อออนซ์ หากราคาสามารถยืนเหนือบริเวณดังกล่าวได้จะขึ้นทดสอบแนวต้านถัดไป ทั้งนี้ หากราคาไม่สามารถยืนเหนือต้านดังกล่าวได้ต้องระมัดระวังแรงขายทำกำไรระยะสั้น
กลยุทธ์การลงทุน วายแอลจีแนะนำนักลงทุนสามารถลงทุนระยะสั้นโดยเข้าซื้อหากราคาย่อตัวไม่หลุดแนวรับบริเวณ 1,273 ดอลลาร์ต่อออนซ์ โดยไม่แนะนำให้เข้าซื้อทั้งหมดบริเวณแนวรับใดแนวรับหนึ่ง ควรเหลือเงินทุนเพื่อซื้อเฉลี่ยหากราคาหลุดแนวรับแรกซึ่งราคาจะปรับตัวลงไปบริเวณแนวรับถัดไป และให้ขายทำกำไรเมื่อราคาดีดตัวขึ้นบริเวณแนวต้าน 1,287 หรือ 1,295 ดอลลาร์ต่อออนซ์ หากไม่สามารถผ่านไปได้อาจเห็นการย่อตัวของราคาทองคำอีกครั้ง เบื้องต้นวายแอลจียังมองว่าการลงทุนยังเน้นการลงทุนระยะสั้น เพราะแม้ว่าราคาทองคำจะดีดตัวขึ้นได้บ้าง ก็ยังคงมีแรงขายทองคำออกมาเช่นกัน
ทองคำแท่ง (96.50%)
แนวรับ 1,273 (20,450บาท) 1,261 (20,300บาท) 1,252 (20,150บาท)
แนวต้าน 1,287 (20,700บาท) 1,295 (20,850บาท) 1,308 (21,050บาท)
ที่มา : บริษัท วายแอลจี บูลเลี่ยน อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด
สภาวะตลาดวันที่ 5 มิถุนายน 2560 ราคาทองคำแกว่งตัวในกรอบที่ระดับ 1,278.50-1,282.00 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ขณะที่ราคาทองคำแท่ง 96.5% ภายในประเทศขายออกอยู่ที่ 20,650 บาทต่อบาททองคำ โดยราคาปรับตัวเพิ่มขึ้น 200 บาท จากวันก่อนหน้าที่ระดับ 20,450 บาทต่อบาททองคำ
(หมายเหตุ: ข้อมูลนี้จัดทำขึ้น ณ เวลา 16.08 น.ของวันที่ 05/06/60)
แนวโน้มวันที่ 6 มิถุนายน 2560
กระทรวงแรงงานสหรัฐเปิดเผยในวันศุกร์ว่า ตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตรเพิ่มขึ้นน้อยกว่าคาดเพียง 138,000 ตำแหน่ง แม้ว่าอัตราการว่างงานลดลงเกินคาดอยู่ที่ 4.3% ในเดือนพ.ค.ซึ่งถือเป็นจุดต่ำสุดในรอบ 16 ปี แต่ดอลลาร์ได้รับแรงกดดันจนเคลื่อนไหวใกล้ระดับต่ำสุดในรอบ 7 เดือนจากการร่วงลงของอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐ โดยอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐประเภทอายุ 10 ปีเพิ่งดิ่งลงแตะจุดต่ำสุดนับตั้งแต่วันที่ 10 พ.ย. 2559 ปัจจัยดังกล่าว สร้างแรงซื้อเข้าสู่ตลาดทองคำอย่างต่อเนื่องจนราคาทองคำสามารถเคลื่อนไหวใกล้ระดับสูงสุดในรอบกว่า 6 สัปดาห์และสร้างระดับสูงสุดใหม่จากสัปดาห์ก่อนหน้าได้ ขณะที่มุมมองเชิงบวกต่อราคาทองคำเพิ่มมากขึ้น เมื่อคณะกรรมการการค้าสัญญาล่วงหน้าสินค้าโภคภัณฑ์ (CFTC) ของสหรัฐรายงานว่า ปริมาณการถือครองสถานะซื้อสุทธิในดอลลาร์สหรัฐดิ่งลงอย่างรุนแรงในช่วงสัปดาห์สิ้นสุดวันที่ 30 พ.ค. ดิ่งลงแตะระดับต่ำสุดนับตั้งแต่เดือนก.ย. 2559 และ CFTC ระบุว่า ปริมาณการถือครองสถานะซื้อสุทธิในยูโรพุ่งขึ้นแตะจุดสูงสุดในรอบกว่า 6 ปี ในขณะที่เศรษฐกิจยูโรโซนปรับตัวดีขึ้น ประกอบกับ ความหวังว่าแรงซื้อทองคำจากอินเดียซึ่งเป็นผู้ใช้ทองคำอันดับสองของโลกอาจจะเพิ่มขึ้นในอนาคต เมื่อรัฐบาลอินเดียเปิดเผยว่า อินเดียจะเก็บภาษีทองในอัตรา 3% ภายใต้ระบบภาษีการขายทั่วประเทศใหม่ ซึ่งจะมีผลบังคับใช้ในวันที่ 1 ก.ค.นี้ ซึ่งภาษีสินค้าและบริการ (GST) ใหม่จะนำมาใช้แทนภาษีของรัฐบาลกลางและของรัฐต่างๆ ซึ่งเป็นอัตราภาษีที่ต่ำกว่าที่ภาคอุตสาหกรรมคาดไว้ที่ 5% เบื้องต้นวายแอลจีประเมินว่าในระยะสั้นราคาทองคำพยายามขึ้นทดสอบแนวต้านบริเวณ 1,287 ดอลลาร์ต่อออนซ์ หากราคาสามารถยืนเหนือบริเวณดังกล่าวได้จะขึ้นทดสอบแนวต้านถัดไป ทั้งนี้ หากราคาไม่สามารถยืนเหนือต้านดังกล่าวได้ต้องระมัดระวังแรงขายทำกำไรระยะสั้น
ทองคำแท่ง (96.50%)
แนวรับ 1,273 (20,450บาท) 1,261 (20,300บาท) 1,252 (20,150บาท)
แนวต้าน 1,287 (20,700บาท) 1,295 (20,850บาท) 1,308 (21,050บาท)






