
แนะขนส่งไทยต่อยอดบิ๊กดาต้า เพิ่มขีดแข่งขันรับมือดิจิตอลเปลี่ยนโลก
ศูนย์วิจัยเศรษฐกิจและธุรกิจอีไอซี ธนาคารไทยพาณิชย์ ออกบทวิเคราะห์แนวโน้มธุรกิจขนส่งในประเทศไทย ที่จะต้องปรับตัวปรับทัพ เพื่อรองรับกับการแข่งขันที่รุนแรงขึ้น ในสถานการณ์ของเทคโนโลยีที่กำลังเปลี่ยนโฉมหน้า
รายงานอีไอซี ระบุว่าเทคโนโลยี Connected GPS, Logistics Cloud และ Big Dataกำลังจะเปลี่ยนโฉมหน้าอุตสาหกรรมการขนส่งทางถนนครั้งสำคัญเทคโนโลยีเหล่านี้ไม่เพียงแต่ช่วยแก้ไขปัญหาดั้งเดิมในการขนส่งเช่น ความปลอดภัย การตรงต่อเวลา แต่ยังช่วยเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันให้แก่ผู้ประกอบการ โดยการเก็บรวบรวมข้อมูลเพื่อนำไปสู่การวิเคราะห์และการวางแผนการขนส่งให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้นในอนาคต
การพัฒนาอุปกรณ์เชื่อมต่ออินเตอร์เน็ต การประมวลผลข้อมูล และฮาร์ดแวร์ จะเป็น 3 เทคโนโลยี 3 ที่กำลังถูกนำมาใช้เพื่อพัฒนาอุตสาหกรรมการขนส่งทางถนน ซึ่งในทศวรรษที่ผ่านมาเทคโนโลยีด้านการสื่อสารโทรคมนาคมได้มีการพัฒนาอย่างรวดเร็ว สะท้อนได้จากการเข้าถึงอินเตอร์เน็ตที่สูงขึ้นจาก 17% มาที่ 50% ในช่วงปี 2555-2559
การขนส่งเป็นอีกหนึ่งธุรกิจที่มีการรับเอาเทคโนโลยีเหล่านี้ไปปรับใช้เพื่อลดข้อบกพร่องในการขนส่งสินค้า ไม่ว่าจะเป็นด้านความปลอดภัย ประสิทธิภาพและความโปร่งใสในการรับ/ส่งสินค้า เป็นต้น
เมื่อพิจารณาจากห่วงโซ่คุณค่า ของอุตสาหกรรมขนส่งสามารถแบ่งลักษณะของเทคโนโลยีที่นำมาปรับใช้ได้ 3 รูปแบบคือ1.เทคโนโลยีอุปกรณ์เชื่อมต่ออินเตอร์เน็ต (IoT) เช่น Low-Cost Sensor, Connected GPS
2.เทคโนโลยีข้อมูล (Data) ที่ช่วยในการจัดเก็บและประมวลข้อมูลที่ได้จากการปฏิบัติงาน เช่น Logistics Cloud, Big Data analysis, Machine Learning, และ Augmented Reality 3. เทคโนโลยีฮาร์ดแวร์ (Machine) ซึ่งจะช่วยให้การขนส่งมีความสะดวกและปลอดภัยมากขึ้น เช่น Robotics, Self-driving vehicle, Drone และ 3D Printing
รายงานระบุว่า ผู้ประกอบการขนส่งไทยมีแนวโน้มที่จะนำเทคโนโลยี Connected GPS, Logistics Cloud และ Big Data analysis มาใช้เพื่อเสริมประสิทธิภาพการขนส่ง โดยระยะ เริ่มต้น Connected GPS จะมีบทบาทช่วยให้ผู้ประกอบการสามารถติดตามข้อมูลการขนส่งสินค้าได้อย่างรวดเร็ว โดย Connected GPS เป็นนวัตกรรมที่ได้รับอานิสงส์จากความเร็วในการส่งข้อมูลที่เพิ่มขึ้น ทำให้ผู้ประกอบการสามารถจับตาดูรถขนส่งได้แบบ real-time ซึ่งจะช่วยแก้ปัญหาที่สะสมมานานในอุตสาหกรรม เช่น การขับออกนอกเส้นทาง การใช้ความเร็วเกินกำหนด หรือแม้กระทั่งการเบิกค่านํ้ามันเกินอัตรา
จากกรณีศึกษาของบริษัทDHL ประเทศไทย พบว่า การติดตั้ง Connected GPS ทำให้บริษัทสามารถลดการใช้เชื้อเพลิงได้เกือบ 40% อีกทั้ง เทคโนโลยี Connected GPS นั้นมีความซับซ้อนไม่มากนัก มีเพียงอุปกรณ์ส่งสัญญาณและการแสดงผลเท่านั้น จึงทำให้ผู้ประกอบการและคนขับสามารถปรับใช้เทคโนโลยีได้อย่างรวดเร็ว
ระยะต่อมา Logistics Cloud และ Big Data จะถูกนำมา ใช้ควบคู่กับเทคโนโลยี Connected GPS เพื่อใช้วิเคราะห์การขนส่งสินค้าให้มีประสิทธิภาพสูงสุด
ข้อมูลต่างๆจาก Connected GPS เช่น เส้นทางการขนส่งสินค้า ความเร็ว สภาวะการจราจร และอัตราสิ้นเปลือง เชื้อเพลิง จะถูกนำมาเก็บไว้ที่ Logistics Cloud ที่มีต้นทุนการเก็บข้อมูลตํ่ากว่าเซิร์ฟเวอร์แบบดั้งเดิม แต่สามารถส่งข้อมูลได้รวดเร็วขึ้น และเป็นการสนับสนุนการนำเทคโนโลยี Big Data analysis เข้ามาวิเคราะห์ข้อมูลขนาดใหญ่ที่เก็บรวบรวมไว้เพื่อการดำเนินธุรกิจในอนาคตได้อย่างรวดเร็ว แม่นยำในที่สุดจะช่วยสร้างความสามารถในการแข่งขันให้กับผู้ประกอบการขนส่ง
[caption id="attachment_156718" align="aligncenter" width="374"]
แนะขนส่งไทยต่อยอดบิ๊กดาต้า เพิ่มขีดแข่งขันรับมือดิจิตอลเปลี่ยนโลก[/caption]
อีไอซีคาดว่าภายในปี 2561ตลาด Connected GPS และ Logistics Cloud จะมีขนาดราว 1.3 หมื่นล้านบาท และ 5 พันล้านบาท ตามลำดับ ตลาดของ Connected GPS และ Logistics Cloudจะเติบโตอย่างต่อเนื่อง จากอุปสงค์ของอุตสาหกรรมการขนส่งทางบกที่มีจำนวนรถโดยสารและรถบรรทุกรวมกันกว่า 1.3 ล้านคันทั่วประเทศในปัจจุบันและมีแนวโน้มเติบโตสะสมราว 6% ต่อปี
ขณะที่ผู้ประกอบการขนส่งที่ติดตั้งระบบ Connected GPS แล้ว ควรต่อยอดในการวิเคราะห์ข้อมูลด้วย Big Data เพื่อเพิ่มความสามารถในการแข่งขัน โดยเทคโนโลยี Big Data จะเพิ่มความสามารถในการแข่งขันด้วยการสร้างข้อมูลเชิงลึกเพื่อใช้วางแผนการขนส่งให้เกิดความคุ้มค่าสูงสุดนอกจากนี้หากผู้ประกอบการขนส่งรายใหญ่สามารถสร้าง application สำหรับวิเคราะห์ข้อมูลได้ จะช่วยลดการพึ่งพาผู้เชี่ยวชาญทางด้านข้อมูลจากภายนอก รวมถึงอาจสามารถต่อยอดในการขาย application ให้กับผู้ประกอบการขนส่งรายเล็กได้อีกด้วย
จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 37 ฉบับที่ 3,267 วันที่ 4 - 7 มิถุนายน พ.ศ. 2560
รายงานอีไอซี ระบุว่าเทคโนโลยี Connected GPS, Logistics Cloud และ Big Dataกำลังจะเปลี่ยนโฉมหน้าอุตสาหกรรมการขนส่งทางถนนครั้งสำคัญเทคโนโลยีเหล่านี้ไม่เพียงแต่ช่วยแก้ไขปัญหาดั้งเดิมในการขนส่งเช่น ความปลอดภัย การตรงต่อเวลา แต่ยังช่วยเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันให้แก่ผู้ประกอบการ โดยการเก็บรวบรวมข้อมูลเพื่อนำไปสู่การวิเคราะห์และการวางแผนการขนส่งให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้นในอนาคต
การพัฒนาอุปกรณ์เชื่อมต่ออินเตอร์เน็ต การประมวลผลข้อมูล และฮาร์ดแวร์ จะเป็น 3 เทคโนโลยี 3 ที่กำลังถูกนำมาใช้เพื่อพัฒนาอุตสาหกรรมการขนส่งทางถนน ซึ่งในทศวรรษที่ผ่านมาเทคโนโลยีด้านการสื่อสารโทรคมนาคมได้มีการพัฒนาอย่างรวดเร็ว สะท้อนได้จากการเข้าถึงอินเตอร์เน็ตที่สูงขึ้นจาก 17% มาที่ 50% ในช่วงปี 2555-2559
การขนส่งเป็นอีกหนึ่งธุรกิจที่มีการรับเอาเทคโนโลยีเหล่านี้ไปปรับใช้เพื่อลดข้อบกพร่องในการขนส่งสินค้า ไม่ว่าจะเป็นด้านความปลอดภัย ประสิทธิภาพและความโปร่งใสในการรับ/ส่งสินค้า เป็นต้น
เมื่อพิจารณาจากห่วงโซ่คุณค่า ของอุตสาหกรรมขนส่งสามารถแบ่งลักษณะของเทคโนโลยีที่นำมาปรับใช้ได้ 3 รูปแบบคือ1.เทคโนโลยีอุปกรณ์เชื่อมต่ออินเตอร์เน็ต (IoT) เช่น Low-Cost Sensor, Connected GPS
2.เทคโนโลยีข้อมูล (Data) ที่ช่วยในการจัดเก็บและประมวลข้อมูลที่ได้จากการปฏิบัติงาน เช่น Logistics Cloud, Big Data analysis, Machine Learning, และ Augmented Reality 3. เทคโนโลยีฮาร์ดแวร์ (Machine) ซึ่งจะช่วยให้การขนส่งมีความสะดวกและปลอดภัยมากขึ้น เช่น Robotics, Self-driving vehicle, Drone และ 3D Printing
จากกรณีศึกษาของบริษัทDHL ประเทศไทย พบว่า การติดตั้ง Connected GPS ทำให้บริษัทสามารถลดการใช้เชื้อเพลิงได้เกือบ 40% อีกทั้ง เทคโนโลยี Connected GPS นั้นมีความซับซ้อนไม่มากนัก มีเพียงอุปกรณ์ส่งสัญญาณและการแสดงผลเท่านั้น จึงทำให้ผู้ประกอบการและคนขับสามารถปรับใช้เทคโนโลยีได้อย่างรวดเร็ว
ระยะต่อมา Logistics Cloud และ Big Data จะถูกนำมา ใช้ควบคู่กับเทคโนโลยี Connected GPS เพื่อใช้วิเคราะห์การขนส่งสินค้าให้มีประสิทธิภาพสูงสุด
ข้อมูลต่างๆจาก Connected GPS เช่น เส้นทางการขนส่งสินค้า ความเร็ว สภาวะการจราจร และอัตราสิ้นเปลือง เชื้อเพลิง จะถูกนำมาเก็บไว้ที่ Logistics Cloud ที่มีต้นทุนการเก็บข้อมูลตํ่ากว่าเซิร์ฟเวอร์แบบดั้งเดิม แต่สามารถส่งข้อมูลได้รวดเร็วขึ้น และเป็นการสนับสนุนการนำเทคโนโลยี Big Data analysis เข้ามาวิเคราะห์ข้อมูลขนาดใหญ่ที่เก็บรวบรวมไว้เพื่อการดำเนินธุรกิจในอนาคตได้อย่างรวดเร็ว แม่นยำในที่สุดจะช่วยสร้างความสามารถในการแข่งขันให้กับผู้ประกอบการขนส่ง
[caption id="attachment_156718" align="aligncenter" width="374"]
อีไอซีคาดว่าภายในปี 2561ตลาด Connected GPS และ Logistics Cloud จะมีขนาดราว 1.3 หมื่นล้านบาท และ 5 พันล้านบาท ตามลำดับ ตลาดของ Connected GPS และ Logistics Cloudจะเติบโตอย่างต่อเนื่อง จากอุปสงค์ของอุตสาหกรรมการขนส่งทางบกที่มีจำนวนรถโดยสารและรถบรรทุกรวมกันกว่า 1.3 ล้านคันทั่วประเทศในปัจจุบันและมีแนวโน้มเติบโตสะสมราว 6% ต่อปี
ขณะที่ผู้ประกอบการขนส่งที่ติดตั้งระบบ Connected GPS แล้ว ควรต่อยอดในการวิเคราะห์ข้อมูลด้วย Big Data เพื่อเพิ่มความสามารถในการแข่งขัน โดยเทคโนโลยี Big Data จะเพิ่มความสามารถในการแข่งขันด้วยการสร้างข้อมูลเชิงลึกเพื่อใช้วางแผนการขนส่งให้เกิดความคุ้มค่าสูงสุดนอกจากนี้หากผู้ประกอบการขนส่งรายใหญ่สามารถสร้าง application สำหรับวิเคราะห์ข้อมูลได้ จะช่วยลดการพึ่งพาผู้เชี่ยวชาญทางด้านข้อมูลจากภายนอก รวมถึงอาจสามารถต่อยอดในการขาย application ให้กับผู้ประกอบการขนส่งรายเล็กได้อีกด้วย
จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 37 ฉบับที่ 3,267 วันที่ 4 - 7 มิถุนายน พ.ศ. 2560






