
กะเทาะแนวคิดผู้สูงวัยกับการใช้โซเชียลมีเดีย
ใครว่ายุคโซเชียลมีเดีย ผู้สูงวัยจะไม่สามารถเชื่อมต่อโลกออนไลน์ได้ นั้นจึงเป็นที่มาที่ สมาคมบ้านปันรัก จัดเสวนา “สูงวัยกับไซเบอร์ บาลานซ์อย่างไรให้ลงตัว” ผลักดันสังคมผู้สูงวัยให้ดำเนินชีวิตอย่างมีคุณภาพและปรับตัวให้ทันตามยุคไซเบอร์ ด้วยการใช้สื่อออนไลน์ที่จะเข้ามาช่วยเพิ่มความใกล้ชิดกับลูกหลานและเพิ่มความสุขในการใช้ชีวิตในช่วงบั้นปลายเคียงคู่ไปกับเทคโนโลยี
**ปัญหาสังคมผู้สูงอายุ
นางสาวณภัสวรรณ จิลลานนท์ ผู้บริหารบริษัท สยามณุลักษณ์ จำกัด กล่าวว่าด้วยความที่ตนเป็นคนดูแลตัวเองอย่างดี ทั้งเรื่องสุขภาพความงาม รวมถึงการติดตามสิ่งต่างๆ รอบตัวที่เปลี่ยนแปลงไปตามยุคสมัยแล้วนั้น ทำให้ตนเองมีความรู้สึกว่าไม่อยากคบเพื่อนรุ่นเดียวกันเพราะเพื่อนในรุ่นเดียวกันนั้นดูแก่มากและมีความคิดที่เริ่มจะถอยหลัง ไม่ยอมรับการเปลี่ยนแปลงใหม่ๆ ไม่ชอบเรื่องเทคโนโลยี พยายามหลีกเลี่ยงเพราะมองว่าเป็นเรื่องที่ยากและซับซ้อนอีกทั้งยังมีปัญหาเรื่องสุขภาพที่ชอบนำมาแบ่งปันให้กับตนเองได้รับรู้ ซึ่งการพูดคุยกันหรือรับในสิ่งต่างๆ เชิงลบจะทำให้ชีวิตไม่ก้าวเดินต่อไปข้างหน้า ทำให้ชีวิตเราหมดกำลังใจและพลังในการที่จะทำงานหรือทำในสิ่งต่างๆ ที่จะช่วยเพิ่มคุณค่าให้กับชีวิต อีกทั้งคนสูงวัยนั้นส่วนใหญ่เป็นคนหัวดื้อ มีความเชื่อมั่นในตัวเองสูงไม่อยากที่จะเปลี่ยนแปลงตัวเองตามใครหรือฝึกการใช้เทคโนโลยีต่างๆ นั่นเป็นปัญหาที่ทำให้ผู้สูงวัยหลายคนต้องทนเหงาอยู่ที่บ้านเพียงลำพัง
[caption id="attachment_157532" align="aligncenter" width="415"]
ณภัสวรรณ จิลลานนท์ ผู้บริหารบริษัท สยามณุลักษณ์ จำกัด[/caption]
**เปิดใจยอมรับเทคโนโลยี
นางถ่ายเถา สุจริตกุล กรรมการ สยามซิมโฟนี ออเคสตร้า (ประเทศไทย)กล่าวว่า แรกเริ่มนั้นตนเองทำงานเกี่ยวกับการแปลหนังสือต่างประเทศมาหลายเล่ม หลังจากนั้นจึงผันตัวมาเป็นนักเขียนเองโดยเริ่มจากการเป็นนักเขียนสมัครเล่นซึ่งทำเป็นงานอดิเรก แต่ก็ได้รับผลตอบรับที่ดี ปกติแล้วเป็นคนที่เขียนหนังสือช้ากอปรกับช่วงนั้นเป็นสมัยแรกเริ่มที่คอมพิวเตอร์ออกมาใหม่ๆ จึงได้ตัดสินใจไปเรียนวิธีการใช้คอมพิวเตอร์เพิ่มเติมในขณะที่กำลังศึกษาอยู่ที่ต่างประเทศ ซึ่งการเรียนก็เป็นสิ่งที่ยากเพราะเป็นเทคโนโลยีใหม่แต่ก็พยายามหัดใช้งาน
นางสาวณภัสวรรณ กล่าวเพิ่มเติมว่า ทุกวันนี้การคบกับเด็กรุ่นใหม่นั้นทำให้ได้เรียนรู้ในเทคโนโลยีใหม่ๆ ที่เข้ามาด้วยมุมมองต่างๆ ที่ไม่เหมือนคนในยุคก่อน มีมุมมองที่เปิดกว้างกว่าเพราะฉะนั้นจึงไม่อยากให้คนสูงวัยยึดตัวเองเป็นหลัก และเชื่อมั่นในสิ่งที่ตนเองคิดว่าถูกเสมอ ถึงแม้จะเป็นคนสูงวัยแต่ก็ต้องเริ่มที่จะเปิดใจรับฟังเด็กยุคใหม่
[caption id="attachment_157531" align="aligncenter" width="503"]
ถ่ายเถา สุจริตกุล กรรมการ สยามซิมโฟนี ออเคสตร้า (ประเทศไทย)[/caption]
**สังคมออนไลน์ในสไตล์สูงวัย
นางถ่ายเถา กล่าวว่า ปัจจุบันมีสังคมออนไลน์ที่เรียกว่าเฟซบุ๊กเข้ามา ก็ได้มีการสมัครใช้งานเพื่อถ่ายทอดเรื่องราวต่างๆ ให้ผู้ที่สนใจในผลงานของตนเองได้ติดตาม โดยในการใช้เฟซบุ๊กนั้นก็มีข้อจำกัดและกฎกติกาที่ตั้งขึ้น มีการตรวจสอบข้อมูลก่อนการรับเพื่อนในเฟซบุ๊ก ซึ่งหากระบุตัวตนไม่ได้ เช่นการใช้นามแฝงหรือรูปโพรไฟล์ที่ไม่ใช่รูปจริง ก็จะไม่รับเป็นเพื่อน นางถ่ายเถากล่าว
ทางด้านของนางสาวณภัสวรรณ ให้ความเห็นว่า สำหรับการใช้สื่อสังคมออนไลน์นั้นก็มีการตั้งกฎระเบียบในการใช้งานขึ้นมาไม่ว่าจะเป็นไลน์หรือเฟซบุ๊ก เรียกว่ากฎ “สูงวัยอยู่อย่างไรให้คนรัก” ที่ได้กำหนดและเขียนขึ้นมาด้วยตนเอง เช่นการส่งข้อความซึ่งบางทีอาจเป็นการรบกวนผู้อื่นโดยไม่รู้ตัว ส่วนในการเลือกรับเพื่อนบนสังคมออนไลน์ต่างๆ ก็จะมีการคัดกรองเช่นกันโดยจะไม่รับผู้ที่ใช้รูปโพรไฟล์ที่ระบุตัวตนไม่ได้ เช่น รูปดอกไม้ สัตว์หรือการ์ตูนต่างๆ
**เทคโนโลยีเชื่อมความสัมพันธ์
นางสาวพัชรี วิริยธนสมบัติ ที่ปรึกษาอาวุโส ฝ่ายพัฒนาบุคลากร บริษัท แอดวานซ์อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) หรือ เอไอเอส กล่าวว่า ปัจจุบันทำหน้าที่เป็นอาสาสมัครในการสอนผู้สูงอายุใช้สมาร์ทโฟน หรือแอพพลิเคชันต่างๆ ให้กับสมาคมบ้านปันรัก สำหรับเรื่องของการใช้เทคโนโลยีนั้น ผู้สูงวัยมองว่าเป็นเรื่องที่ยากและไม่อยากเรียนรู้ที่จะใช้งาน แต่เนื่องจากผู้สูงวัยส่วนใหญ่นั้นเวลาอยู่ที่บ้านคนเดียวก็อาจจะมีความรู้สึกเหงา และอยากพูดคุยกับลูกหลาน ซึ่งการใช้สื่อออนไลน์นั้นจะเป็นตัวช่วยในการเชื่อมความสัมพันธ์ให้ผู้สูงวัย รู้สึกว่าตนได้ใกล้ชิดกับลูกหลานมากขึ้น ดังนั้นการแนะนำให้ผู้สูงวัยใช้งานสื่อต่างๆ จึงต้องให้เวลาเพราะอาจเป็นเรื่องที่ยากเพียงแค่เค้าเปิดใจที่จะเรียนรู้เทคโนโลยีใหม่ๆ นั้นก็ถือว่าเป็นสิ่งที่ดีมากแล้ว และการที่ผู้สูงวัยถามเรื่องเดิมๆ ซ้ำๆ นั้นลูกหลานก็ควรเปิดใจที่จะช่วยสอนหรืออธิบายแม้จะเป็นเรื่องเดิมๆ เพราะบางทีหลายคนอาจจะยุ่งกับการทำงานโดยที่ไม่ได้ให้ความสำคัญกับคนที่บ้าน แต่สังคมออนไลน์อาจจะเป็นตัวเชื่อมให้เราได้รู้ว่าตอนนี้ท่านกำลังต้องการอะไร
[caption id="attachment_157533" align="aligncenter" width="503"]
พัชรี วิริยธนสมบัติ ที่ปรึกษาอาวุโส ฝ่ายพัฒนาบุคลากร บริษัท แอดวานซ์อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน)[/caption]
**แนะใช้งานไม่เกิน 30 นาที
นางสาวพัชรี กล่าวต่อว่า สำหรับผู้สูงวัยนั้นจะมีปัญหาในการใช้เวลากับสื่อสังคมออนไลน์ต่างๆ มากเกินไป โดยใช้อุปกรณ์เทคโนโลยีต่างๆ ติดต่อกันนานหลายชั่วโมงทำให้เกิดปัญหาเรื่องตาแห้งหรือสายตาที่ต้องเผชิญกับแสงสว่างที่มากเกินไปทำให้เกิดอาการตาพร่ามัว หรืออาการปวดบริเวณต้นคอจากการก้มนานๆ ซึ่งตรงนี้ควรที่จะให้คำแนะนำแก่ผู้สูงวัยในการใช้งาน โดยปกติแล้วควรใช้งานไม่เกินครั้งละ 30 นาที
จากนั้นทิ้งช่วงเพื่อพักสายตาประมาณ 2-3 ชั่วโมง รวมไปถึงเรื่องการซื้อสินค้าจำพวกเครื่องสำอางหรืออาหารเสริมบนสังคมออนไลน์ เพราะมีผลิตภัณฑ์หลายชนิดที่เมื่อใช้หรือรับประทานเข้าไปอาจเกิดอันตรายต่อสุขภาพ เป็นสิ่งที่บุตรหลานควรให้คำแนะนำแก่ผู้สูงวัยในการใช้เทคโนโลยี
และทั้งหมดคือแนวคิดของผู้สูงวัยกับการใช้โซเชียลมีเดียให้เข้ากับโลกยุคดิจิทัลที่กำลังเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว
จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 37 ฉบับที่ 3,267 วันที่ 4 - 7 มิถุนายน พ.ศ. 2560
**ปัญหาสังคมผู้สูงอายุ
นางสาวณภัสวรรณ จิลลานนท์ ผู้บริหารบริษัท สยามณุลักษณ์ จำกัด กล่าวว่าด้วยความที่ตนเป็นคนดูแลตัวเองอย่างดี ทั้งเรื่องสุขภาพความงาม รวมถึงการติดตามสิ่งต่างๆ รอบตัวที่เปลี่ยนแปลงไปตามยุคสมัยแล้วนั้น ทำให้ตนเองมีความรู้สึกว่าไม่อยากคบเพื่อนรุ่นเดียวกันเพราะเพื่อนในรุ่นเดียวกันนั้นดูแก่มากและมีความคิดที่เริ่มจะถอยหลัง ไม่ยอมรับการเปลี่ยนแปลงใหม่ๆ ไม่ชอบเรื่องเทคโนโลยี พยายามหลีกเลี่ยงเพราะมองว่าเป็นเรื่องที่ยากและซับซ้อนอีกทั้งยังมีปัญหาเรื่องสุขภาพที่ชอบนำมาแบ่งปันให้กับตนเองได้รับรู้ ซึ่งการพูดคุยกันหรือรับในสิ่งต่างๆ เชิงลบจะทำให้ชีวิตไม่ก้าวเดินต่อไปข้างหน้า ทำให้ชีวิตเราหมดกำลังใจและพลังในการที่จะทำงานหรือทำในสิ่งต่างๆ ที่จะช่วยเพิ่มคุณค่าให้กับชีวิต อีกทั้งคนสูงวัยนั้นส่วนใหญ่เป็นคนหัวดื้อ มีความเชื่อมั่นในตัวเองสูงไม่อยากที่จะเปลี่ยนแปลงตัวเองตามใครหรือฝึกการใช้เทคโนโลยีต่างๆ นั่นเป็นปัญหาที่ทำให้ผู้สูงวัยหลายคนต้องทนเหงาอยู่ที่บ้านเพียงลำพัง
[caption id="attachment_157532" align="aligncenter" width="415"]
**เปิดใจยอมรับเทคโนโลยี
นางถ่ายเถา สุจริตกุล กรรมการ สยามซิมโฟนี ออเคสตร้า (ประเทศไทย)กล่าวว่า แรกเริ่มนั้นตนเองทำงานเกี่ยวกับการแปลหนังสือต่างประเทศมาหลายเล่ม หลังจากนั้นจึงผันตัวมาเป็นนักเขียนเองโดยเริ่มจากการเป็นนักเขียนสมัครเล่นซึ่งทำเป็นงานอดิเรก แต่ก็ได้รับผลตอบรับที่ดี ปกติแล้วเป็นคนที่เขียนหนังสือช้ากอปรกับช่วงนั้นเป็นสมัยแรกเริ่มที่คอมพิวเตอร์ออกมาใหม่ๆ จึงได้ตัดสินใจไปเรียนวิธีการใช้คอมพิวเตอร์เพิ่มเติมในขณะที่กำลังศึกษาอยู่ที่ต่างประเทศ ซึ่งการเรียนก็เป็นสิ่งที่ยากเพราะเป็นเทคโนโลยีใหม่แต่ก็พยายามหัดใช้งาน
นางสาวณภัสวรรณ กล่าวเพิ่มเติมว่า ทุกวันนี้การคบกับเด็กรุ่นใหม่นั้นทำให้ได้เรียนรู้ในเทคโนโลยีใหม่ๆ ที่เข้ามาด้วยมุมมองต่างๆ ที่ไม่เหมือนคนในยุคก่อน มีมุมมองที่เปิดกว้างกว่าเพราะฉะนั้นจึงไม่อยากให้คนสูงวัยยึดตัวเองเป็นหลัก และเชื่อมั่นในสิ่งที่ตนเองคิดว่าถูกเสมอ ถึงแม้จะเป็นคนสูงวัยแต่ก็ต้องเริ่มที่จะเปิดใจรับฟังเด็กยุคใหม่
[caption id="attachment_157531" align="aligncenter" width="503"]
**สังคมออนไลน์ในสไตล์สูงวัย
นางถ่ายเถา กล่าวว่า ปัจจุบันมีสังคมออนไลน์ที่เรียกว่าเฟซบุ๊กเข้ามา ก็ได้มีการสมัครใช้งานเพื่อถ่ายทอดเรื่องราวต่างๆ ให้ผู้ที่สนใจในผลงานของตนเองได้ติดตาม โดยในการใช้เฟซบุ๊กนั้นก็มีข้อจำกัดและกฎกติกาที่ตั้งขึ้น มีการตรวจสอบข้อมูลก่อนการรับเพื่อนในเฟซบุ๊ก ซึ่งหากระบุตัวตนไม่ได้ เช่นการใช้นามแฝงหรือรูปโพรไฟล์ที่ไม่ใช่รูปจริง ก็จะไม่รับเป็นเพื่อน นางถ่ายเถากล่าว
ทางด้านของนางสาวณภัสวรรณ ให้ความเห็นว่า สำหรับการใช้สื่อสังคมออนไลน์นั้นก็มีการตั้งกฎระเบียบในการใช้งานขึ้นมาไม่ว่าจะเป็นไลน์หรือเฟซบุ๊ก เรียกว่ากฎ “สูงวัยอยู่อย่างไรให้คนรัก” ที่ได้กำหนดและเขียนขึ้นมาด้วยตนเอง เช่นการส่งข้อความซึ่งบางทีอาจเป็นการรบกวนผู้อื่นโดยไม่รู้ตัว ส่วนในการเลือกรับเพื่อนบนสังคมออนไลน์ต่างๆ ก็จะมีการคัดกรองเช่นกันโดยจะไม่รับผู้ที่ใช้รูปโพรไฟล์ที่ระบุตัวตนไม่ได้ เช่น รูปดอกไม้ สัตว์หรือการ์ตูนต่างๆ
**เทคโนโลยีเชื่อมความสัมพันธ์
นางสาวพัชรี วิริยธนสมบัติ ที่ปรึกษาอาวุโส ฝ่ายพัฒนาบุคลากร บริษัท แอดวานซ์อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) หรือ เอไอเอส กล่าวว่า ปัจจุบันทำหน้าที่เป็นอาสาสมัครในการสอนผู้สูงอายุใช้สมาร์ทโฟน หรือแอพพลิเคชันต่างๆ ให้กับสมาคมบ้านปันรัก สำหรับเรื่องของการใช้เทคโนโลยีนั้น ผู้สูงวัยมองว่าเป็นเรื่องที่ยากและไม่อยากเรียนรู้ที่จะใช้งาน แต่เนื่องจากผู้สูงวัยส่วนใหญ่นั้นเวลาอยู่ที่บ้านคนเดียวก็อาจจะมีความรู้สึกเหงา และอยากพูดคุยกับลูกหลาน ซึ่งการใช้สื่อออนไลน์นั้นจะเป็นตัวช่วยในการเชื่อมความสัมพันธ์ให้ผู้สูงวัย รู้สึกว่าตนได้ใกล้ชิดกับลูกหลานมากขึ้น ดังนั้นการแนะนำให้ผู้สูงวัยใช้งานสื่อต่างๆ จึงต้องให้เวลาเพราะอาจเป็นเรื่องที่ยากเพียงแค่เค้าเปิดใจที่จะเรียนรู้เทคโนโลยีใหม่ๆ นั้นก็ถือว่าเป็นสิ่งที่ดีมากแล้ว และการที่ผู้สูงวัยถามเรื่องเดิมๆ ซ้ำๆ นั้นลูกหลานก็ควรเปิดใจที่จะช่วยสอนหรืออธิบายแม้จะเป็นเรื่องเดิมๆ เพราะบางทีหลายคนอาจจะยุ่งกับการทำงานโดยที่ไม่ได้ให้ความสำคัญกับคนที่บ้าน แต่สังคมออนไลน์อาจจะเป็นตัวเชื่อมให้เราได้รู้ว่าตอนนี้ท่านกำลังต้องการอะไร
[caption id="attachment_157533" align="aligncenter" width="503"]
**แนะใช้งานไม่เกิน 30 นาที
นางสาวพัชรี กล่าวต่อว่า สำหรับผู้สูงวัยนั้นจะมีปัญหาในการใช้เวลากับสื่อสังคมออนไลน์ต่างๆ มากเกินไป โดยใช้อุปกรณ์เทคโนโลยีต่างๆ ติดต่อกันนานหลายชั่วโมงทำให้เกิดปัญหาเรื่องตาแห้งหรือสายตาที่ต้องเผชิญกับแสงสว่างที่มากเกินไปทำให้เกิดอาการตาพร่ามัว หรืออาการปวดบริเวณต้นคอจากการก้มนานๆ ซึ่งตรงนี้ควรที่จะให้คำแนะนำแก่ผู้สูงวัยในการใช้งาน โดยปกติแล้วควรใช้งานไม่เกินครั้งละ 30 นาที
จากนั้นทิ้งช่วงเพื่อพักสายตาประมาณ 2-3 ชั่วโมง รวมไปถึงเรื่องการซื้อสินค้าจำพวกเครื่องสำอางหรืออาหารเสริมบนสังคมออนไลน์ เพราะมีผลิตภัณฑ์หลายชนิดที่เมื่อใช้หรือรับประทานเข้าไปอาจเกิดอันตรายต่อสุขภาพ เป็นสิ่งที่บุตรหลานควรให้คำแนะนำแก่ผู้สูงวัยในการใช้เทคโนโลยี
และทั้งหมดคือแนวคิดของผู้สูงวัยกับการใช้โซเชียลมีเดียให้เข้ากับโลกยุคดิจิทัลที่กำลังเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว
จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 37 ฉบับที่ 3,267 วันที่ 4 - 7 มิถุนายน พ.ศ. 2560






