
ราคาน้ำมันดิบเปลี่ยนแปลงเล็กน้อย หลังตลาดกังวลอุปทานล้นตลาดยังไม่คลี่คลาย
ราคาน้ำมันดิบเปลี่ยนแปลงเล็กน้อย หลังตลาดกังวลอุปทานล้นตลาดยังไม่คลี่คลายในเร็วนี้จากลิเบียที่เพิ่มกำลังการผลิตต่อเนื่อง
หน่วยวิเคราะห์สถานการณ์พลังงาน บมจ.ไทยออยล์ รายงานสถานการณ์ราคาน้ำมัน ประจำวันที่ 2 มิถุนายน 2560
- ราคาน้ำมันดิบเบรนท์ปรับตัวลดลง หลังได้รับแรงกดดันจากปริมาณการผลิตของลิเบียซึ่งได้รับการยกเว้นในข้อตกลงการปรับลดกำลังการผลิตของ OPEC และ Non-OPEC เพิ่มปริมาณการผลิตขึ้นต่อเนื่องมาสู่ระดับสูงสุดในรอบ 3 ปีที่ 827,000 บาร์เรลต่อวัน หลังได้เสร็จสิ้นการซ่อมบำรุงของแหล่งน้ำมันดิบ Sharara
+ ในขณะที่ ราคาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัสปรับตัวเพิ่มขึ้นหลังได้รับแรงหนุนจากปริมาณน้ำมันดิบคงคลังสหรัฐฯ ที่ปรับตัวลดลงต่อเนื่องกว่า 8 สัปดาห์ติดต่อกัน โดยสำนักงานสารสนเทศด้านพลังงานสหรัฐฯ (EIA) รายงานปริมาณน้ำมันดิบคงคลัง สำหรับสัปดาห์สิ้นสุดวันที่ 26 พ.ค. ปรับตัวลดลง 6.4 ล้านบาร์เรล มากกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้ที่ระดับ 2.9 ล้านบาร์เรล เนื่องจากโรงกลั่นน้ำมันในสหรัฐฯ เพิ่มกำลังการผลิตขึ้นต่อเนื่องสู่ระดับสูงสุดในรอบ 5 ปีสำหรับช่วงเวลานี้ รวมถึงการนำเข้าน้ำมันดิบของสหรัฐฯ ที่ปรับตัวลดลง
- ปริมาณการผลิตน้ำมันดิบของสหรัฐฯ ยังคงเพิ่มขี้นต่อเนื่องและส่งผลกดดันต่อราคาน้ำมันดิบให้ปรับตัวเพิ่มขึ้นได้ในกรอบจำกัด โดย EIA รายงานในสัปดาห์ล่าสุด ปริมาณการผลิตน้ำมันดิบของสหรัฐฯ ปรับเพิ่มขึ้นกว่า 0.58 ล้านบาร์เรลต่อวัน จากปีก่อนหน้าขึ้นมาอยู่ที่ 9.34 ล้านบาร์เรลต่อวัน และมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นต่อเนื่องตามปริมาณการขุดเจาะน้ำมันดิบของสหรัฐฯ ที่เพิ่มขึ้นแตะระดับสูงสุดในรอบ 2 ปี
- รัฐมนตรีกระทรวงพลังงานของรัสเซียคาดปี 2561 ปริมาณการผลิตน้ำมันดิบของรัสเซียจะอยู่ที่ราว 547-551 ล้านตันต่อปี ปรับเพิ่มขึ้นเล็กน้อยจากปีนี้ที่ระดับ 547 ล้านตันต่อปี อย่างไรก็ตาม การปรับเพิ่มขึ้นของปริมาณการผลิตขึ้นอยู่กับระยะเวลาสิ้นสุดของข้อตกลงการปรับลดกำลังการผลิตที่จะสิ้นสุด มี.ค. 61
ราคาน้ำมันเบนซิน ปรับตัวลดลงสวนทางกับราคาน้ำมันดิบดูไบ หลังได้รับแรงกดดันจากการส่งออกน้ำมันเบนซินจากยุโรปมายังตลาดเอเชีย อย่างไรก็ตามราคาน้ำมันเบนซินยังได้รับแรงหนุนจากอุปสงค์ในตะวันออกกลางและปริมาณน้ำมันเบนซินคงคลังสิงคโปร์ที่ปรับลดลงสู่ระดับต่ำสุดในรอบ 6 เดือน
ราคาน้ำมันดีเซล ปรับตัวลดลงสวนทางกับราคาน้ำมันดิบดูไบ จากแรงกดดันของอุปทานในภูมิภาคที่ยังคงอยู่ในระดับสูง อย่างไรก็ตาม ราคายังได้รับแรงหนุนจากแรงซื้อของอินเดียและแอฟริกาใต้ที่ยังคงเพิ่มขึ้น
ไทยออยล์คาดการณ์ราคาน้ำมันดิบในสัปดาห์หน้า
ราคาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัสเคลื่อนไหวในกรอบ 48-53 เหรียญสหรัฐฯ ต่อบาร์เรล
ราคาน้ำมันดิบเบรนท์เคลื่อนไหวในกรอบ 50-55 เหรียญสหรัฐฯ ต่อบาร์เรล
ปัจจัยที่น่าจับตามอง
ปริมาณน้ำมันดิบคงคลังสหรัฐฯ มีแนวโน้มปรับตัวลดลงต่อเนื่อง หลังโรงกลั่นยังคงอัตราการกลั่นในระดับสูง ตามความต้องการใช้น้ำมันสำเร็จรูปที่เพิ่มมากขึ้นในช่วงฤดูกาลขับขี่ โดยล่าสุด สำนักงานสารสนเทศด้านพลังงานสหรัฐฯ (EIA) รายงานปริมาณน้ำมันดิบคงคลังสหรัฐฯ สิ้นสุด ณ วันที่ 26 พ.ค. 2560 ปรับลดลง 6.4 ล้านบาร์เรล มาอยู่ที่ระดับ 509.9 ล้านบาร์เรล ซึ่งเป็นการปรับลดลงเป็นสัปดาห์ที่ 8 ติดต่อกัน
การขยายระยะเวลาการปรับลดกำลังการผลิตของผู้ผลิตทั้งในและนอกกลุ่มโอเปกคาดว่าจะช่วยให้ปริมาณน้ำมันคงคลังโลกปรับลดลงอย่างต่อเนื่อง โดยล่าสุด สำนักงานพลังงานสากล (IEA) รายงานปริมาณน้ำมันคงคลังของกลุ่มประเทศพัฒนาแล้ว (OECD Oil Stocks) ในเดือนมี.ค. ปรับลดลง 32.9 ล้านบาร์เรล มาอยู่ที่ระดับ 3,025 ล้านบาร์เรล ซึ่งเป็นการปรับลดลงเป็นเดือนที่ 2 ติดต่อกัน
ปริมาณการผลิตน้ำมันดิบของผู้ผลิตกลุ่มโอเปกในเดือนพ.ค. ปรับเพิ่มขึ้นราว 250,000 บาร์เรลต่อวัน เมื่อเทียบกับเดือนที่ผ่านมา มาอยู่ที่ระดับ 32.22 ล้านบาร์เรลต่อวัน โดยหลักๆ ปรับเพิ่มขึ้นจากไนจีเรีย ซึ่งท่อขนส่งน้ำมันดิบ Forcadosn กำลังการผลิต 200,000-250,000 บาร์เรลต่อวัน เริ่มกลับมาดำเนินการอีกครั้ง และลิเบีย หลังสถานการณ์ความไม่สงบคลี่คลายลง โดยล่าสุดปริมาณกำลังการผลิตปรับเพิ่มขึ้นแตะระดับ 827,000 บาร์เรลต่อวัน ซึ่งเป็นระดับที่สูงที่สุดในรอบ 3 ปี เนื่องจากปัญหาทางด้านเทคนิคที่แหล่งผลิตน้ำมันดิบ Sharara และปัญหาไฟฟ้าขัดข้องที่แหล่งผลิตน้ำมันดิบ Messla และ Sarir คลี่คลายลง นอกจากนี้ยังคาดว่าปริมาณการผลิตจะปรับเพิ่มขึ้นไปสู่ระดับ 1.1 – 1.2 ล้านบาร์เรลต่อวันภายในเดือน ส.ค. 60
ที่มา : บมจ.ไทยออยล์
หน่วยวิเคราะห์สถานการณ์พลังงาน บมจ.ไทยออยล์ รายงานสถานการณ์ราคาน้ำมัน ประจำวันที่ 2 มิถุนายน 2560
- ราคาน้ำมันดิบเบรนท์ปรับตัวลดลง หลังได้รับแรงกดดันจากปริมาณการผลิตของลิเบียซึ่งได้รับการยกเว้นในข้อตกลงการปรับลดกำลังการผลิตของ OPEC และ Non-OPEC เพิ่มปริมาณการผลิตขึ้นต่อเนื่องมาสู่ระดับสูงสุดในรอบ 3 ปีที่ 827,000 บาร์เรลต่อวัน หลังได้เสร็จสิ้นการซ่อมบำรุงของแหล่งน้ำมันดิบ Sharara
+ ในขณะที่ ราคาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัสปรับตัวเพิ่มขึ้นหลังได้รับแรงหนุนจากปริมาณน้ำมันดิบคงคลังสหรัฐฯ ที่ปรับตัวลดลงต่อเนื่องกว่า 8 สัปดาห์ติดต่อกัน โดยสำนักงานสารสนเทศด้านพลังงานสหรัฐฯ (EIA) รายงานปริมาณน้ำมันดิบคงคลัง สำหรับสัปดาห์สิ้นสุดวันที่ 26 พ.ค. ปรับตัวลดลง 6.4 ล้านบาร์เรล มากกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้ที่ระดับ 2.9 ล้านบาร์เรล เนื่องจากโรงกลั่นน้ำมันในสหรัฐฯ เพิ่มกำลังการผลิตขึ้นต่อเนื่องสู่ระดับสูงสุดในรอบ 5 ปีสำหรับช่วงเวลานี้ รวมถึงการนำเข้าน้ำมันดิบของสหรัฐฯ ที่ปรับตัวลดลง
- ปริมาณการผลิตน้ำมันดิบของสหรัฐฯ ยังคงเพิ่มขี้นต่อเนื่องและส่งผลกดดันต่อราคาน้ำมันดิบให้ปรับตัวเพิ่มขึ้นได้ในกรอบจำกัด โดย EIA รายงานในสัปดาห์ล่าสุด ปริมาณการผลิตน้ำมันดิบของสหรัฐฯ ปรับเพิ่มขึ้นกว่า 0.58 ล้านบาร์เรลต่อวัน จากปีก่อนหน้าขึ้นมาอยู่ที่ 9.34 ล้านบาร์เรลต่อวัน และมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นต่อเนื่องตามปริมาณการขุดเจาะน้ำมันดิบของสหรัฐฯ ที่เพิ่มขึ้นแตะระดับสูงสุดในรอบ 2 ปี
- รัฐมนตรีกระทรวงพลังงานของรัสเซียคาดปี 2561 ปริมาณการผลิตน้ำมันดิบของรัสเซียจะอยู่ที่ราว 547-551 ล้านตันต่อปี ปรับเพิ่มขึ้นเล็กน้อยจากปีนี้ที่ระดับ 547 ล้านตันต่อปี อย่างไรก็ตาม การปรับเพิ่มขึ้นของปริมาณการผลิตขึ้นอยู่กับระยะเวลาสิ้นสุดของข้อตกลงการปรับลดกำลังการผลิตที่จะสิ้นสุด มี.ค. 61
ราคาน้ำมันเบนซิน ปรับตัวลดลงสวนทางกับราคาน้ำมันดิบดูไบ หลังได้รับแรงกดดันจากการส่งออกน้ำมันเบนซินจากยุโรปมายังตลาดเอเชีย อย่างไรก็ตามราคาน้ำมันเบนซินยังได้รับแรงหนุนจากอุปสงค์ในตะวันออกกลางและปริมาณน้ำมันเบนซินคงคลังสิงคโปร์ที่ปรับลดลงสู่ระดับต่ำสุดในรอบ 6 เดือน
ราคาน้ำมันดีเซล ปรับตัวลดลงสวนทางกับราคาน้ำมันดิบดูไบ จากแรงกดดันของอุปทานในภูมิภาคที่ยังคงอยู่ในระดับสูง อย่างไรก็ตาม ราคายังได้รับแรงหนุนจากแรงซื้อของอินเดียและแอฟริกาใต้ที่ยังคงเพิ่มขึ้น
ราคาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัสเคลื่อนไหวในกรอบ 48-53 เหรียญสหรัฐฯ ต่อบาร์เรล
ราคาน้ำมันดิบเบรนท์เคลื่อนไหวในกรอบ 50-55 เหรียญสหรัฐฯ ต่อบาร์เรล
ปัจจัยที่น่าจับตามอง
ปริมาณน้ำมันดิบคงคลังสหรัฐฯ มีแนวโน้มปรับตัวลดลงต่อเนื่อง หลังโรงกลั่นยังคงอัตราการกลั่นในระดับสูง ตามความต้องการใช้น้ำมันสำเร็จรูปที่เพิ่มมากขึ้นในช่วงฤดูกาลขับขี่ โดยล่าสุด สำนักงานสารสนเทศด้านพลังงานสหรัฐฯ (EIA) รายงานปริมาณน้ำมันดิบคงคลังสหรัฐฯ สิ้นสุด ณ วันที่ 26 พ.ค. 2560 ปรับลดลง 6.4 ล้านบาร์เรล มาอยู่ที่ระดับ 509.9 ล้านบาร์เรล ซึ่งเป็นการปรับลดลงเป็นสัปดาห์ที่ 8 ติดต่อกัน
การขยายระยะเวลาการปรับลดกำลังการผลิตของผู้ผลิตทั้งในและนอกกลุ่มโอเปกคาดว่าจะช่วยให้ปริมาณน้ำมันคงคลังโลกปรับลดลงอย่างต่อเนื่อง โดยล่าสุด สำนักงานพลังงานสากล (IEA) รายงานปริมาณน้ำมันคงคลังของกลุ่มประเทศพัฒนาแล้ว (OECD Oil Stocks) ในเดือนมี.ค. ปรับลดลง 32.9 ล้านบาร์เรล มาอยู่ที่ระดับ 3,025 ล้านบาร์เรล ซึ่งเป็นการปรับลดลงเป็นเดือนที่ 2 ติดต่อกัน
ปริมาณการผลิตน้ำมันดิบของผู้ผลิตกลุ่มโอเปกในเดือนพ.ค. ปรับเพิ่มขึ้นราว 250,000 บาร์เรลต่อวัน เมื่อเทียบกับเดือนที่ผ่านมา มาอยู่ที่ระดับ 32.22 ล้านบาร์เรลต่อวัน โดยหลักๆ ปรับเพิ่มขึ้นจากไนจีเรีย ซึ่งท่อขนส่งน้ำมันดิบ Forcadosn กำลังการผลิต 200,000-250,000 บาร์เรลต่อวัน เริ่มกลับมาดำเนินการอีกครั้ง และลิเบีย หลังสถานการณ์ความไม่สงบคลี่คลายลง โดยล่าสุดปริมาณกำลังการผลิตปรับเพิ่มขึ้นแตะระดับ 827,000 บาร์เรลต่อวัน ซึ่งเป็นระดับที่สูงที่สุดในรอบ 3 ปี เนื่องจากปัญหาทางด้านเทคนิคที่แหล่งผลิตน้ำมันดิบ Sharara และปัญหาไฟฟ้าขัดข้องที่แหล่งผลิตน้ำมันดิบ Messla และ Sarir คลี่คลายลง นอกจากนี้ยังคาดว่าปริมาณการผลิตจะปรับเพิ่มขึ้นไปสู่ระดับ 1.1 – 1.2 ล้านบาร์เรลต่อวันภายในเดือน ส.ค. 60
ที่มา : บมจ.ไทยออยล์






