
แนวโน้มราคาทองคำวันจันทร์( 29 พ.ค.60)
สรุปสภาวะตลาดทองคำแท่ง วันที่ 26 พฤษภาคม 2560
สภาวะตลาดวันที่ 26 พฤษภาคม 2560 ราคาทองคำแกว่งตัวในกรอบที่ระดับ 1,252.50-1,266.96 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ขณะที่ราคาทองคำแท่ง 96.5% ภายในประเทศขายออกอยู่ที่ 20,400 บาทต่อบาททองคำ โดยราคาไม่เปลี่ยนแปลงจากวันก่อนหน้าที่ระดับ 20,400 บาทต่อบาททองคำ
(หมายเหตุ: ข้อมูลนี้จัดทำขึ้น ณ เวลา 16.35 น.ของวันที่ 26/05/2560)
แนวโน้มวันที่ 29 พฤษภาคม 2560
เจ้าหน้าที่ระดับสูงของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด)หลายรายออกมาแสดงความกังวลเกี่ยวกับแนวโน้มอัตราเงินเฟ้อที่ปรับลดลงในระยะนี้ โดยนายจอห์น วิลเลียมส์ ประธานเฟด สาขาซานฟรานซิสโก คาดว่านโยบายของประธานาธิบดีทรัมป์จะส่งผลบวกเล็กน้อยในระยะสั้นและแทบไม่ส่งผลบวกในระยะยาวต่อเศรษฐกิจสหรัฐและอัตราเงินเฟ้อยังคงอยู่ต่ำกว่าระดับเป้าหมายที่เฟดตั้งไว้ที่ 2% จึงทำให้เฟดไม่ได้รับแรงกดดันให้ต้องปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยมากกว่า 2 ครั้งในช่วงต่อไปในปีนี้ สอดคล้องกับความเห็นของนายเจมส์ บูลลาร์ด ประธานเฟด สาขาเซนต์หลุยส์ได้ออกมาแสดงความวิตกเช่นกันว่าในปัจจุบันอัตราเงินเฟ้อของสหรัฐยังคงเคลื่อนไหวอยู่ในระดับต่ำกว่าที่ควรจะเป็น ปัจจัยดังกล่าวตอกย้ำท่าทีที่ระมัดระวังมากยิ่งขึ้นของเฟดในการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยและประเด็นดังกล่าวส่งผลเชิงบวกต่อทิศทางราคาทองคำในฐานะสินทรัพย์ที่ไม่ได้ให้ผลตอบแทนในรูปแบบดอกเบี้ย อย่างไรก็ตามราคาทองคำปรับตัวขึ้นอย่างจำกัดหลังข้อมูลของสำนักงานสำมะโนประชากรและสถิติของฮ่องกงที่ระบุว่า การนำเข้าทองคำสุทธิของจีนผ่านฮ่องกงลดลงสู่ระดับ 74.202 ตันในเดือนเม.ย. จาก 111.647 ตันในเดือนมี.ค. หรือ ร่วงลง 33.5% ซึ่งการนำเข้าทองคำทั้งหมดของจีนลดลงสู่ระดับ 81.475 ตันในเดือนเม.ย. ประเด็นดังกล่าวสะท้อนแรงซื้อทองคำจากจีนซึ่งถือว่าเป็นผู้ใช้ทองคำอันหนึ่งของโลกเริ่มชะลอตัวลง ปัจจัยส่งผลให้ราคาทองคำขาดแรงหนุนเพิ่มที่จะดันราคาทองคำ เบื้องต้นประเมินว่าหากราคาทองคำสามารถยืนเหนือโซน 1,252 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ซึ่งต้องรอดูการเคลื่อนไหวของราคาทองคำว่าจะสามารถยืนในบริเวณ 1,278 ดอลลาร์ต่อออนซ์ได้หรือไม่ หากสามารถยืนได้ราคาทองคำจะขยับขึ้นชนแนวต้านถัดไป ในขณะที่หากราคาทองคำไม่สามารถยืน 1,252 ดอลลาร์ต่อออนซ์ได้อย่างแข็งแกร่งต้องระมัดระวังการอ่อนตัวลงต่อทดสอบโซน 1,245 ดอลลาร์ต่อออนซ์
กลยุทธ์การลงทุน วายแอลจี แนะนำรอจังหวะเข้าซื้อโดยสำหรับนักลงทุนที่รับความเสี่ยงได้มากอาจเข้าซื้อเมื่อราคาย่อตัวลงมาบริเวณ 1,252 ดอลลาร์ต่อออนซ์ สำหรับผู้ที่รับความเสี่ยงได้น้อยแนะนำให้รอดูบริเวณโซนแนวรับ 1,245 ดอลลาร์ต่อออนซ์ และรอขายทำกำไรบางส่วนบริเวณแนวต้านแรกที่ 1,278 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ส่วนที่เหลือให้รอไปปิดสถานะทำกำไรบริเวณแนวต้านถัดไป และควรตั้งจุดตัดขาดทุนหากราคาไม่เป็นไปตามที่คาดการณ์ เพื่อลดความเสี่ยงพอร์ตการลงทุน ซึ่งหากนักลงทุนไม่มีวินัยในการลงทุนที่จะตัดขาดทุน จะทำให้เกิดความเสียหายที่ไม่อาจควบคุมได้อีกต่อไป
ทองคำแท่ง (96.50%)
แนวรับ 1,252 (20,200บาท) 1,245 (20,050บาท) 1,236 (19,900บาท)
แนวต้าน 1,278 (20,600บาท) 1,287 (20,750บาท) 1,295 (20,900บาท)
ที่มา : บริษัท วายแอลจี บูลเลี่ยน อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด
สภาวะตลาดวันที่ 26 พฤษภาคม 2560 ราคาทองคำแกว่งตัวในกรอบที่ระดับ 1,252.50-1,266.96 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ขณะที่ราคาทองคำแท่ง 96.5% ภายในประเทศขายออกอยู่ที่ 20,400 บาทต่อบาททองคำ โดยราคาไม่เปลี่ยนแปลงจากวันก่อนหน้าที่ระดับ 20,400 บาทต่อบาททองคำ
(หมายเหตุ: ข้อมูลนี้จัดทำขึ้น ณ เวลา 16.35 น.ของวันที่ 26/05/2560)
แนวโน้มวันที่ 29 พฤษภาคม 2560
เจ้าหน้าที่ระดับสูงของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด)หลายรายออกมาแสดงความกังวลเกี่ยวกับแนวโน้มอัตราเงินเฟ้อที่ปรับลดลงในระยะนี้ โดยนายจอห์น วิลเลียมส์ ประธานเฟด สาขาซานฟรานซิสโก คาดว่านโยบายของประธานาธิบดีทรัมป์จะส่งผลบวกเล็กน้อยในระยะสั้นและแทบไม่ส่งผลบวกในระยะยาวต่อเศรษฐกิจสหรัฐและอัตราเงินเฟ้อยังคงอยู่ต่ำกว่าระดับเป้าหมายที่เฟดตั้งไว้ที่ 2% จึงทำให้เฟดไม่ได้รับแรงกดดันให้ต้องปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยมากกว่า 2 ครั้งในช่วงต่อไปในปีนี้ สอดคล้องกับความเห็นของนายเจมส์ บูลลาร์ด ประธานเฟด สาขาเซนต์หลุยส์ได้ออกมาแสดงความวิตกเช่นกันว่าในปัจจุบันอัตราเงินเฟ้อของสหรัฐยังคงเคลื่อนไหวอยู่ในระดับต่ำกว่าที่ควรจะเป็น ปัจจัยดังกล่าวตอกย้ำท่าทีที่ระมัดระวังมากยิ่งขึ้นของเฟดในการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยและประเด็นดังกล่าวส่งผลเชิงบวกต่อทิศทางราคาทองคำในฐานะสินทรัพย์ที่ไม่ได้ให้ผลตอบแทนในรูปแบบดอกเบี้ย อย่างไรก็ตามราคาทองคำปรับตัวขึ้นอย่างจำกัดหลังข้อมูลของสำนักงานสำมะโนประชากรและสถิติของฮ่องกงที่ระบุว่า การนำเข้าทองคำสุทธิของจีนผ่านฮ่องกงลดลงสู่ระดับ 74.202 ตันในเดือนเม.ย. จาก 111.647 ตันในเดือนมี.ค. หรือ ร่วงลง 33.5% ซึ่งการนำเข้าทองคำทั้งหมดของจีนลดลงสู่ระดับ 81.475 ตันในเดือนเม.ย. ประเด็นดังกล่าวสะท้อนแรงซื้อทองคำจากจีนซึ่งถือว่าเป็นผู้ใช้ทองคำอันหนึ่งของโลกเริ่มชะลอตัวลง ปัจจัยส่งผลให้ราคาทองคำขาดแรงหนุนเพิ่มที่จะดันราคาทองคำ เบื้องต้นประเมินว่าหากราคาทองคำสามารถยืนเหนือโซน 1,252 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ซึ่งต้องรอดูการเคลื่อนไหวของราคาทองคำว่าจะสามารถยืนในบริเวณ 1,278 ดอลลาร์ต่อออนซ์ได้หรือไม่ หากสามารถยืนได้ราคาทองคำจะขยับขึ้นชนแนวต้านถัดไป ในขณะที่หากราคาทองคำไม่สามารถยืน 1,252 ดอลลาร์ต่อออนซ์ได้อย่างแข็งแกร่งต้องระมัดระวังการอ่อนตัวลงต่อทดสอบโซน 1,245 ดอลลาร์ต่อออนซ์
กลยุทธ์การลงทุน วายแอลจี แนะนำรอจังหวะเข้าซื้อโดยสำหรับนักลงทุนที่รับความเสี่ยงได้มากอาจเข้าซื้อเมื่อราคาย่อตัวลงมาบริเวณ 1,252 ดอลลาร์ต่อออนซ์ สำหรับผู้ที่รับความเสี่ยงได้น้อยแนะนำให้รอดูบริเวณโซนแนวรับ 1,245 ดอลลาร์ต่อออนซ์ และรอขายทำกำไรบางส่วนบริเวณแนวต้านแรกที่ 1,278 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ส่วนที่เหลือให้รอไปปิดสถานะทำกำไรบริเวณแนวต้านถัดไป และควรตั้งจุดตัดขาดทุนหากราคาไม่เป็นไปตามที่คาดการณ์ เพื่อลดความเสี่ยงพอร์ตการลงทุน ซึ่งหากนักลงทุนไม่มีวินัยในการลงทุนที่จะตัดขาดทุน จะทำให้เกิดความเสียหายที่ไม่อาจควบคุมได้อีกต่อไป
ทองคำแท่ง (96.50%)
แนวรับ 1,252 (20,200บาท) 1,245 (20,050บาท) 1,236 (19,900บาท)
แนวต้าน 1,278 (20,600บาท) 1,287 (20,750บาท) 1,295 (20,900บาท)






