
นายกฯเร่งขับเคลื่อนศก.ใต้ดันทางคู่-มอเตอร์เวย์หาดใหญ่-สะเดาปลุกค้าชายแดน
“ประยุทธ์” ลั่นพัฒนาเศรษฐกิจภาคใต้ เร่งรถไฟทางคู่ มอเตอร์เวย์หาดใหญ่ ปรับปรุงด่านสะเดา-ปาดังเบซาร์ มาตรฐานสากล
พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีปาฐกถาขับเคลื่อน Thailand 4.0 ในภาคใต้ โดยระบุว่า การค้าชายแดนภาคใต้ทางด่านสะเดาและปาดังเบซาร์ จังหวัดสงขลามีความสำคัญมาก จึงได้จัดตั้งให้ทั้ง 2 ด่านเป็นเขตเศรษฐกิจพิเศษ เนื่องจากเป็นพื้นที่ที่มีศักยภาพในการลงทุนสูงมาก เป็นด่านที่มีมูลค่าการส่งออกที่สูงที่สุดในประเทศรองจากการส่งออกที่ท่าเรือกรุงเทพฯ พบว่า ด้านสะเดาที่อยู่ติดกับรัฐเคดาห์มีมูลค่าการส่งออกปีละประมาณ 3.5 แสนล้านบาท และด่านปาดังเบซาร์ที่อยู่ติดกับรัฐเปอร์ลิส มีมูลค่าการส่งออกปีละ 1.5 แสนล้านบาท
การที่ด่านทั้ง 2 ได้รับการพัฒนาเป็นเขตเศรษฐกิจพิเศษ สามารถนำไปสู่การลงทุนของนักลงทุนทั้งของไทย มาเลเซีย และสิงคโปร์ต่อไป นอกจากมีความสะดวกรวดเร็วในการจัดส่งสินค้าแล้ว ยังทำให้ธุรกิจการบริการและการท่องเที่ยวของภาคใต้ ได้รับความสะดวกมากยิ่งขึ้นด้วย ทำให้มีจำนวนนักท่องเที่ยวจากทั้งมาเลเซีย สิงคโปร์ และอินโดนีเซีย ผ่านด่านทั้ง 2 มากขึ้น นักท่องเที่ยวเดินทางมาท่องเที่ยว พักผ่อนในจังหวัดสงขลา และบางส่วนเดินทางต่อไปยังจังหวัดต่างๆในภาคใต้ ทำให้เกิดการกระจายรายได้ด้านการบริการและการท่องเที่ยวได้อย่างทั่วถึง
ในส่วนของภาคใต้ตอนล่างที่อยู่ติดกับชายแดนมาเลเซีย ได้แก่ จังหวัดสงขลา สตูล ปัตตานี ยะลา และนราธิวาสได้จัดตั้งเป็นกลุ่มจังหวัดภาคใต้ชายแดน กลุ่มจังหวัดดังกล่าวนี้เป็นกลุ่มที่มีบทบาทสูงในอุตสาหกรรมสำคัญของประเทศ เช่น อุตสาหกรรมแปรรูปยางพารา ไม้ยางพารา อุตสาหกรรมอาหารทะเล อุตสาหกรรมอาหารฮาลาล อุตสาหกรรมเหล่านี้เป็นอุตสาหกรรมส่งออกที่สำคัญของประเทศ
"เพื่อให้เขตเศรษฐกิจดังกล่าวได้ขับเคลื่อนได้อย่างรวดเร็วและเต็มรูปแบบ ภาคเอกชนคาดหวังให้เร่งปรับปรุงด่านสะเดา และด่านปาดังเบซาร์ ให้ทันสมัย เป็นสากล จัดสร้างโครงการรถไฟทางคู่ และโครงการมอเตอร์เวย์หาดใหญ่ - สะเดา อย่างเร่งด่วน จะทำให้ธุรกิจต่างๆในภาคใต้ได้รับการพัฒนาได้มากยิ่งขึ้น"
พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี กล่าวต่อไปว่า ประเทศไทยมีรายได้สำคัญจากพืชเศรษฐกิจหลักสำคัญ 5 ชนิด ได้แก่ ข้าว อ้อย มันสำปะหลัง ยางพารา และปาล์มน้ำมัน พืชหลักทั้ง 5 ชนิด ดังกล่าว สามารถสร้างรายได้ให้แก่ประเทศปีละมากกว่า 7.5 แสนล้านบาท ซึ่งรายได้ดังกล่าวสามารถกระจายไปสู่ครัวเรือนเกษตรกรในภูมิภาคต่างๆ ทั่วประเทศ ในจำนวนพืชเศรษฐกิจ 5 ชนิดดังกล่าวในภาคใต้ มียางพารา และปาล์มน้ำมันที่มีการปลูกและให้ผลผลิตได้มากที่สุด โดยเฉพาะยางพารา สามารถให้ผลผลิตและส่งออกได้มากที่สุดในโลก ยางพาราในภาคใต้ส่งออกเป็นสินค้าในรูปของยางแท่ง ยางรมควัน และน้ำยางสด สำหรับผลิตภัณฑ์จากยางที่ส่งออกได้มากที่สุด เป็นผลิตภัณฑ์ถุงมือยาง นอกจากนั้นไม้ยางพาราและผลิตภัณฑ์จากไม้ยางพารา ก็เป็นที่ต้องการของตลาดโลกมากเช่นกัน
รายได้ของภาคใต้ นอกจากมาจากยางพาราและปาล์มน้ำมันแล้ว อุตสาหกรรมอาหารทะเล ก็เป็นรายได้หลักของภาคใต้ มีการผลิตเป็นอาหารทะเลกระป๋อง อาหารทะเลแช่แข็ง แช่เย็น และการแปรรูป จากผลิตภัณฑ์อาหารทะเล สามารถส่งออกเป็นสินค้าจำหน่ายได้ ในตลาดอาเซียนและตลาดโลก
พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา กล่าวว่า การพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมของภาคใต้ ตามนโยบาย "ประเทศไทย 4.0" ซึ่งเป็นรูปแบบการขับเคลื่อนประเทศไทยเน้น 3 หลักใหญ่คือ "มั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืน" มี 5 วาระที่ต้องร่วมกันทำคือวาระที่ 1 การเตรียม คนไทย 4.0 ช่วยกันพัฒนาคนไทยให้มีความรู้ความสามารถในเรื่องดิจิทัล เพราะในปัจจุบันดิจิทัลเป็นเทคโนโลยีที่เข้ามาเปลี่ยนแปลงชีวิตประจำวันอย่างมาก
วาระที่ 2 พัฒนาคลัสเตอร์เทคโนโลยีและอุตสาหกรรม 5 กลุ่มคือ 1. กลุ่มเกษตรและอาหาร ใช้เทคโนโลยีชีวภาพ 2. กลุ่มสุขภาพ ใช้เทคโนโลยีชีวการแพทย์ 3. กลุ่มเครื่องมืออัจฉริยะและหุ่นยนต์ ใช้เทคโนโลยีเมคาทรอนิกส์ 4. กลุ่มดิจิทัลและอินเทอร์เน็ตออฟติง ใช้เทคโนโลยีสมองกลฝังตัว 5. กลุ่มสร้างสรรค์และวัฒนธรรมใช้ Service Design ในการสร้างมูลค่า (Creative & Culture - High Value Services)
วาระที่ 3 การบ่มเพาะผู้ประกอบการและพัฒนาเครือข่ายวิสาหกิจที่ขับเคลื่อนด้วยนวัตกรรม วาระที่ 4 การเสริมความเข้มแข็งของเศรษฐกิจภายในประเทศผ่านกลไกของ 18 กลุ่มจังหวัดและ 77 จังหวัด วาระที่ 5บูรณาการอาเซียน เชื่อมประเทศไทยสู่ประชาคมโลก
จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 37 ฉบับที่ 3,265 วันที่ 28 - 31 พฤษภาคม พ.ศ. 2560
พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีปาฐกถาขับเคลื่อน Thailand 4.0 ในภาคใต้ โดยระบุว่า การค้าชายแดนภาคใต้ทางด่านสะเดาและปาดังเบซาร์ จังหวัดสงขลามีความสำคัญมาก จึงได้จัดตั้งให้ทั้ง 2 ด่านเป็นเขตเศรษฐกิจพิเศษ เนื่องจากเป็นพื้นที่ที่มีศักยภาพในการลงทุนสูงมาก เป็นด่านที่มีมูลค่าการส่งออกที่สูงที่สุดในประเทศรองจากการส่งออกที่ท่าเรือกรุงเทพฯ พบว่า ด้านสะเดาที่อยู่ติดกับรัฐเคดาห์มีมูลค่าการส่งออกปีละประมาณ 3.5 แสนล้านบาท และด่านปาดังเบซาร์ที่อยู่ติดกับรัฐเปอร์ลิส มีมูลค่าการส่งออกปีละ 1.5 แสนล้านบาท
การที่ด่านทั้ง 2 ได้รับการพัฒนาเป็นเขตเศรษฐกิจพิเศษ สามารถนำไปสู่การลงทุนของนักลงทุนทั้งของไทย มาเลเซีย และสิงคโปร์ต่อไป นอกจากมีความสะดวกรวดเร็วในการจัดส่งสินค้าแล้ว ยังทำให้ธุรกิจการบริการและการท่องเที่ยวของภาคใต้ ได้รับความสะดวกมากยิ่งขึ้นด้วย ทำให้มีจำนวนนักท่องเที่ยวจากทั้งมาเลเซีย สิงคโปร์ และอินโดนีเซีย ผ่านด่านทั้ง 2 มากขึ้น นักท่องเที่ยวเดินทางมาท่องเที่ยว พักผ่อนในจังหวัดสงขลา และบางส่วนเดินทางต่อไปยังจังหวัดต่างๆในภาคใต้ ทำให้เกิดการกระจายรายได้ด้านการบริการและการท่องเที่ยวได้อย่างทั่วถึง
ในส่วนของภาคใต้ตอนล่างที่อยู่ติดกับชายแดนมาเลเซีย ได้แก่ จังหวัดสงขลา สตูล ปัตตานี ยะลา และนราธิวาสได้จัดตั้งเป็นกลุ่มจังหวัดภาคใต้ชายแดน กลุ่มจังหวัดดังกล่าวนี้เป็นกลุ่มที่มีบทบาทสูงในอุตสาหกรรมสำคัญของประเทศ เช่น อุตสาหกรรมแปรรูปยางพารา ไม้ยางพารา อุตสาหกรรมอาหารทะเล อุตสาหกรรมอาหารฮาลาล อุตสาหกรรมเหล่านี้เป็นอุตสาหกรรมส่งออกที่สำคัญของประเทศ
"เพื่อให้เขตเศรษฐกิจดังกล่าวได้ขับเคลื่อนได้อย่างรวดเร็วและเต็มรูปแบบ ภาคเอกชนคาดหวังให้เร่งปรับปรุงด่านสะเดา และด่านปาดังเบซาร์ ให้ทันสมัย เป็นสากล จัดสร้างโครงการรถไฟทางคู่ และโครงการมอเตอร์เวย์หาดใหญ่ - สะเดา อย่างเร่งด่วน จะทำให้ธุรกิจต่างๆในภาคใต้ได้รับการพัฒนาได้มากยิ่งขึ้น"
พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี กล่าวต่อไปว่า ประเทศไทยมีรายได้สำคัญจากพืชเศรษฐกิจหลักสำคัญ 5 ชนิด ได้แก่ ข้าว อ้อย มันสำปะหลัง ยางพารา และปาล์มน้ำมัน พืชหลักทั้ง 5 ชนิด ดังกล่าว สามารถสร้างรายได้ให้แก่ประเทศปีละมากกว่า 7.5 แสนล้านบาท ซึ่งรายได้ดังกล่าวสามารถกระจายไปสู่ครัวเรือนเกษตรกรในภูมิภาคต่างๆ ทั่วประเทศ ในจำนวนพืชเศรษฐกิจ 5 ชนิดดังกล่าวในภาคใต้ มียางพารา และปาล์มน้ำมันที่มีการปลูกและให้ผลผลิตได้มากที่สุด โดยเฉพาะยางพารา สามารถให้ผลผลิตและส่งออกได้มากที่สุดในโลก ยางพาราในภาคใต้ส่งออกเป็นสินค้าในรูปของยางแท่ง ยางรมควัน และน้ำยางสด สำหรับผลิตภัณฑ์จากยางที่ส่งออกได้มากที่สุด เป็นผลิตภัณฑ์ถุงมือยาง นอกจากนั้นไม้ยางพาราและผลิตภัณฑ์จากไม้ยางพารา ก็เป็นที่ต้องการของตลาดโลกมากเช่นกัน
รายได้ของภาคใต้ นอกจากมาจากยางพาราและปาล์มน้ำมันแล้ว อุตสาหกรรมอาหารทะเล ก็เป็นรายได้หลักของภาคใต้ มีการผลิตเป็นอาหารทะเลกระป๋อง อาหารทะเลแช่แข็ง แช่เย็น และการแปรรูป จากผลิตภัณฑ์อาหารทะเล สามารถส่งออกเป็นสินค้าจำหน่ายได้ ในตลาดอาเซียนและตลาดโลก
พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา กล่าวว่า การพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมของภาคใต้ ตามนโยบาย "ประเทศไทย 4.0" ซึ่งเป็นรูปแบบการขับเคลื่อนประเทศไทยเน้น 3 หลักใหญ่คือ "มั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืน" มี 5 วาระที่ต้องร่วมกันทำคือวาระที่ 1 การเตรียม คนไทย 4.0 ช่วยกันพัฒนาคนไทยให้มีความรู้ความสามารถในเรื่องดิจิทัล เพราะในปัจจุบันดิจิทัลเป็นเทคโนโลยีที่เข้ามาเปลี่ยนแปลงชีวิตประจำวันอย่างมาก
วาระที่ 2 พัฒนาคลัสเตอร์เทคโนโลยีและอุตสาหกรรม 5 กลุ่มคือ 1. กลุ่มเกษตรและอาหาร ใช้เทคโนโลยีชีวภาพ 2. กลุ่มสุขภาพ ใช้เทคโนโลยีชีวการแพทย์ 3. กลุ่มเครื่องมืออัจฉริยะและหุ่นยนต์ ใช้เทคโนโลยีเมคาทรอนิกส์ 4. กลุ่มดิจิทัลและอินเทอร์เน็ตออฟติง ใช้เทคโนโลยีสมองกลฝังตัว 5. กลุ่มสร้างสรรค์และวัฒนธรรมใช้ Service Design ในการสร้างมูลค่า (Creative & Culture - High Value Services)
วาระที่ 3 การบ่มเพาะผู้ประกอบการและพัฒนาเครือข่ายวิสาหกิจที่ขับเคลื่อนด้วยนวัตกรรม วาระที่ 4 การเสริมความเข้มแข็งของเศรษฐกิจภายในประเทศผ่านกลไกของ 18 กลุ่มจังหวัดและ 77 จังหวัด วาระที่ 5บูรณาการอาเซียน เชื่อมประเทศไทยสู่ประชาคมโลก
จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 37 ฉบับที่ 3,265 วันที่ 28 - 31 พฤษภาคม พ.ศ. 2560






