thansettakij
thansettakij
ไทย-สปป.ลาว หารือชื่นมื่นหุ้นส่วนยุทธศาสตร์ทางเศรษฐกิจ

ไทย-สปป.ลาว หารือชื่นมื่นหุ้นส่วนยุทธศาสตร์ทางเศรษฐกิจ

25 พ.ค. 60 | 08:19 น.
อัปเดตล่าสุด :25 พ.ค. 60 | 15:19 น.
นางอภิรดี ตันตราภรณ์    รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ กล่าวภายหลังจากร่วมคณะรองนายกรัฐมนตรี (นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์) พร้อมด้วยภาคเอกชนกว่า 30 บริษัท เดินทางเยือนนครหลวงเวียงจันทน์ สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว (สปป.ลาว) ในระหว่างวันที่ 23-25 พฤษภาคม 2560 ว่า คณะผู้แทนของทั้งสองฝ่ายได้มีการหารือร่วมกันถึงแนวทางการส่งเสริมการค้าการลงทุน ตลอดจนการพัฒนาความเป็นหุ้นส่วนยุทธศาสตร์ทางเศรษฐกิจร่วมกัน โดยทั้งสองฝ่ายให้ความสำคัญกับการขยายมูลค่าการค้าระหว่างกันเป็นอย่างมาก และเห็นชอบการตั้งเป้าหมายการค้าเป็น 10,000 ล้านเหรียญสหรัฐฯภายในอีก 5 ปี  ซึ่งเป็นเป้าหมายที่ท้าทายเป็นอย่างมาก และเพื่อให้บรรลุเป้าหมายตามที่ได้ตั้งไว้

ทั้งสองฝ่ายเห็นควรมีการดำเนินการที่สำคัญ อาทิ การยกระดับด่านท้องถิ่นของ สปป.ลาว ซึ่งอยู่ตรงข้ามกับจุดผ่านแดนถาวรของไทย โดยไทยขอให้ สปป.ลาว พิจารณายกระดับด่านท้องถิ่นเป็นด่านสากล จำนวน 7 ด่าน ที่อยู่ตรงข้ามกับจุดผ่านแดนถาวรของไทย เพื่อส่งเสริมและอำนวยความสะดวกการค้าชายแดน เช่น ด่านเมืองละคอนเพ็ง แขวงสาละวัน ซึ่งอยู่ตรงข้ามกับ จุดผ่านแดนถาวรบ้านปากแซง อ.นาตาล จ.อุบลราชธานี เป็นต้น โดยฝ่าย สปป.ลาว รับจะไปหารือกับกระทรวงการต่างประเทศของ สปป.ลาว ในเรื่องนี้ต่อไป

นอกจากนั้นแล้ว  ฝ่ายไทยยังได้เสนอให้มีการจัดตั้งตลาดประชารัฐไทย-สปป.ลาว โดยการนำสินค้าจาก สปป.ลาว มาขายในพื้นที่ของตลาดอุดรเมืองทอง จ.อุดรธานี และตลาดเจริญศรี จ.อุบลราชธานี รวมทั้งเสนอให้ฝ่าย สปป.ลาว พิจารณาจัดตั้งตลาดประชารัฐในลักษณะเดียวกันนี้ที่บ่อเต็น ซึ่งเป็นจุดกระจายสินค้าของไทยและ สปป.ลาว ไปยังประเทศอื่นๆ ซึ่งฝ่ายสปป.ลาว ให้ความสนใจและพร้อมที่จะสนับสนุนโครงการดังกล่าวนี้ โดยหน่วยงานของทั้งสองประเทศจะได้มีการหารือแนวทางการจัดตั้งตลาดประชารัฐไทย-สปป.ลาว โดยเร็วต่อไป

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ กล่าวเพิ่มเติมว่า ในโอกาสเดียวกันนี้ ฝ่ายไทยได้เสนอให้ทั้งสองฝ่ายได้มีการพิจารณาจัดทำร่างยุทธศาสตร์ไทย-สปป.ลาว เพื่อเตรียมหาแนวทางเชื่อมโยงกับยุทธศาสตร์ One Belt One Road ของจีนที่จะเข้ามามีบทบาทในภูมิภาคอินโดจีน (Indochina) ซึ่ง สปป.ลาว รับที่จะไปหารือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และหารือกับฝ่ายไทยในรายละเอียดต่อไป  สำหรับในส่วนของความร่วมมือ ด้านเกษตรอินทรีย์ นั้น ฝ่ายไทยจึงได้เชิญผู้แทนของ สปป.ลาว เข้าร่วมงาน Organic and Natural Expo 2017 ซึ่งไทยจะเป็นเจ้าภาพจัดงานในระหว่างวันที่ 27-30 กรกฎาคม 2017 ณ กรุงเทพฯ พร้อมทั้งขอให้ สปป.ลาว จัดส่งเจ้าหน้าที่ภาครัฐและเกษตรกรของ สปป.ลาว เข้าร่วมโครงการ "World Wide Opportunities On Organic Farms (WWOOF) for CLMVT 2017" เพื่อแลกเปลี่ยนเรียนรู้ในการทำฟาร์มเกษตรอินทรีย์ระหว่างกัน ซึ่งไทยจะเป็นเจ้าภาพในปีนี้ นอกจากนั้นแล้ว ไทยยังได้เชิญชวนฝ่าย สปป.ลาว เข้าร่วมกิจกรรมของ ASEAN Design Center ณ จังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งเป็นศูนย์รวบรวมสินค้าจากผู้ประกอบการในพื้นที่ และจัดให้มีการเจรจาธุรกิจกับผู้ประกอบการต่างประเทศด้วย

“นอกจากโครงการต่างๆ ที่ทั้งสองประเทศจะได้จับมือร่วมกันเพื่อพัฒนาการค้าการลงทุน  สู่การเป็นหุ้นส่วนยุทธศาสตร์ทางเศรษฐกิจแล้ว กระทรวงพาณิชย์ ก็ยังได้มีการนำเสนอโครงการเพื่อพัฒนาศักยภาพของผู้ประกอบการร่วมกันของทั้งสองประเทศ อาทิ  1) การพัฒนาบุคลากรในหลักสูตรของสถาบัน New Economy Academy โดยจะให้ทุนผู้แทนจากภาครัฐและเอกชนของ สปป.ลาว เข้าร่วมจำนวน  20 ทุนต่อปี 2) การสนับสนุนคูหาแก่ผู้ประกอบการ สปป.ลาว จำนวน 10 คูหาใน 7 งาน ทั้งหมดรวม 70 คูหาต่อปี เพื่อเปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการ SME ของ สปป.ลาว ได้ทดลองนำสินค้ามาจัดแสดง และ 3) การสนับสนุนให้ สปป.ลาว ส่งผู้แทนเข้าร่วมหลักสูตรการฝึกอบรม “การวางแผนและการจัดการขนส่งและโลจิสติกส์อย่างยั่งยืน” ที่ไทยจะจัดขึ้นในปีนี้ ซึ่งโครงการต่างๆ เหล่านี้ นอกเหนือจากความรู้ที่ผู้ประกอบการของทั้ง 2 ประเทศ จะได้รับแล้ว ผู้ประกอบการของทั้ง 2 ประเทศ ยังจะได้มีการสร้างเครือข่ายการดำเนินธุรกิจไปด้วยในตัว ซึ่งถือว่าเป็นสิ่งที่มีความสำคัญเป็นอันมากในการดำเนินธุรกิจในปัจจุบัน” นางอภิรดี กล่าวในตอนท้าย