
แนวโน้มราคาทองคำวันพรุ่งนี้(23 พ.ค.60)
สรุปสภาวะตลาดทองคำแท่ง วันที่ 22 พฤษภาคม 2560
สภาวะตลาดวันที่ 22 พฤษภาคม 2560 ราคาทองคำแกว่งตัวในกรอบที่ระดับ 1,251.21-1,257.60 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ขณะที่ราคาทองคำแท่ง 96.5% ภายในประเทศขายออกอยู่ที่ 20,450 บาทต่อบาททองคำ โดยราคาปรับตัวเพิ่มขึ้น 50 บาท จากวันก่อนหน้าที่ระดับ 20,400 บาทต่อบาททองคำ ขณะที่โกลด์ฟิวเจอร์ส GFM17 อยู่ที่ 20,580 บาท โดยราคาปรับตัวเพิ่มขึ้น 60 บาท จากวันก่อนหน้าที่ระดับ 20,520 บาท
(หมายเหตุ: ข้อมูลนี้จัดทำขึ้น ณ เวลา 16.11 น.ของวันที่ 22/05/2560)
แนวโน้มวันที่ 23 พฤษภาคม 2560
ดัชนีดอลลาร์เมื่อเทียบกับตะกร้า 6 สกุลเงินสำคัญร่วงลงมากกว่า 2% ในสัปดาห์ที่ผ่านมา ซึ่งระหว่างสัปดาห์ร่วงแตะระดับต่ำสุดนับตั้งแต่วันที่ 9 พ.ย. ความวิตกทางการเมืองเกี่ยวกับประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ของสหรัฐซึ่งคาดว่าจะกดดันดอลลาร์ต่อไปได้เพิ่มมุมมองเชิงบวกต่อราคาทองคำ ขณะที่ดอลลาร์ได้รับผลกระทบจากยูโรที่แข็งค่าขึ้นมากกว่า 2.5% ในสัปดาห์ที่ผ่านมา และปรับตัวขึ้นสู่ระดับสูงสุดในรอบ 6 เดือนที่ 1.1205 ดอลลาร์ จากการปรับตัวดีขึ้นของเศรษฐกิจในยูโรโซนได้เพิ่มความคาดหวังว่า ธนาคารกลางยุโรป(อีซีบี) จะลดมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจในการประชุมสภาบริหารในเดือนมิถุนายน ซึ่งคณะกรรมการค้าสัญญาล่วงหน้าสินค้าโภคภัณฑ์ของสหรัฐ (CFTC) รายงานว่า สถานะซื้อสุทธิในยูโร พุ่งแตะระดับสูงสุดในรอบกว่า 3 ปี ในรอบสัปดาห์สิ้นสุดวันที่ 16 พ.ค. ประกอบกับ สถานการณ์ในคาบสมุทรเกาหลีเป็นแรงหนุนราคาทองคำเพิ่มขึ้น โดยนักลงทุนจับตาสถานการณ์ดังกล่าวเพิ่มเติมหลังจากเกาหลีเหนือยิงขีปนาวุธตกลงสู่น่านน้ำนอกชายฝั่งตะวันออกในวันอาทิตย์ ซึ่งเป็นการทดลองยิงขีปนาวุธครั้งที่สองในรอบ 1 สัปดาห์ และเกาหลีใต้ระบุว่า การยิงดังกล่าว ได้ทำลายความหวังสำหรับเป้าหมายของรัฐบาลใหม่ของเกาหลีใต้ ที่จะทำให้เกิดสันติภาพระหว่างสองเกาหลี ราคาทองคำมีแรงสลับทำกำไรสลับออกมาเพิ่มมากขึ้น เนื่องจากนักลงทุนระมัดระวังการถือครองทองคำจำนวนมาก ก่อนการประชุมธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ที่อาจจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในเดือนมิถุนายน ประกอบกับ สัปดาห์นี้ มีกรรมการเฟดหลายคนออกมาแถลงซึ่งจะทำให้เห็นทิศทางการกำหนดอัตราดอกเบี้ยของเฟดที่ชัดเจนมากขึ้น อย่างไรก็ตาม ราคาทองคำในประเทศได้รับแรงกดดันจาก ค่าเงินบาทต่อดอลลาร์ แข็งค่ามากที่สุดในรอบ 1 เดือน ที่ 34.25 โดยการแข็งค่าของเงินบาทจะส่งผลให้ราคาทองคำในประเทศปรับตัวขึ้นในสัดส่วนที่น้อยกว่าราคาทองคำต่างประเทศ
กลยุทธ์การลงทุน ทางวายแอลจีมีมุมมองว่าหากราคาทองคำขึ้นทดสอบแนวต้านที่ 1,265 ดอลลาร์ต่อออนซ์ หรือ 1,278 ดอลลาร์ต่อออนซ์ นักลงทุนที่สะสมทองคำไว้อาจมีการขายทำกำไรบ้างส่วนออกมาบ้างเพราะในช่วงที่ผ่านมาเมื่อราคาทองคำมีการปรับตัวขึ้นยังคงมีแรงขายออกมาอย่างต่อเนื่อง สำหรับการทำกำไรให้ดูว่าราคาจะผ่านแนวต้านได้หรือไม่ ถ้าสามารถผ่านไปได้ให้แนะนำให้ถือต่อไป เพื่อขายทำกำไรที่แนวต้านถัดไป และหากราคาทองคำมีการปรับตัวลดลงมาไม่หลุดแนวรับ แนะนำนักลงทุนสามารถทำการเข้าซื้อเก็งกำไรระยะสั้น ทั้งนี้ประเมินแนวรับไว้ที่ 1,245 ดอลลาร์ต่อออนซ์ หลุดควรตัดขาดทุน โดยมีแนวรับถัดไปอยู่ที่ 1,236-1,226 ดอลลาร์ต่อออนซ์
ทองคำแท่ง (96.50%)
แนวรับ 1,245 (20,250บาท) 1,236 (20,100บาท) 1,226 (19,950บาท)
แนวต้าน 1,265 (20,600บาท) 1,278 (20,800บาท) 1,287 (20,950บาท)
ที่มา : บริษัท วายแอลจี บูลเลี่ยน อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด
สภาวะตลาดวันที่ 22 พฤษภาคม 2560 ราคาทองคำแกว่งตัวในกรอบที่ระดับ 1,251.21-1,257.60 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ขณะที่ราคาทองคำแท่ง 96.5% ภายในประเทศขายออกอยู่ที่ 20,450 บาทต่อบาททองคำ โดยราคาปรับตัวเพิ่มขึ้น 50 บาท จากวันก่อนหน้าที่ระดับ 20,400 บาทต่อบาททองคำ ขณะที่โกลด์ฟิวเจอร์ส GFM17 อยู่ที่ 20,580 บาท โดยราคาปรับตัวเพิ่มขึ้น 60 บาท จากวันก่อนหน้าที่ระดับ 20,520 บาท
(หมายเหตุ: ข้อมูลนี้จัดทำขึ้น ณ เวลา 16.11 น.ของวันที่ 22/05/2560)
แนวโน้มวันที่ 23 พฤษภาคม 2560
ดัชนีดอลลาร์เมื่อเทียบกับตะกร้า 6 สกุลเงินสำคัญร่วงลงมากกว่า 2% ในสัปดาห์ที่ผ่านมา ซึ่งระหว่างสัปดาห์ร่วงแตะระดับต่ำสุดนับตั้งแต่วันที่ 9 พ.ย. ความวิตกทางการเมืองเกี่ยวกับประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ของสหรัฐซึ่งคาดว่าจะกดดันดอลลาร์ต่อไปได้เพิ่มมุมมองเชิงบวกต่อราคาทองคำ ขณะที่ดอลลาร์ได้รับผลกระทบจากยูโรที่แข็งค่าขึ้นมากกว่า 2.5% ในสัปดาห์ที่ผ่านมา และปรับตัวขึ้นสู่ระดับสูงสุดในรอบ 6 เดือนที่ 1.1205 ดอลลาร์ จากการปรับตัวดีขึ้นของเศรษฐกิจในยูโรโซนได้เพิ่มความคาดหวังว่า ธนาคารกลางยุโรป(อีซีบี) จะลดมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจในการประชุมสภาบริหารในเดือนมิถุนายน ซึ่งคณะกรรมการค้าสัญญาล่วงหน้าสินค้าโภคภัณฑ์ของสหรัฐ (CFTC) รายงานว่า สถานะซื้อสุทธิในยูโร พุ่งแตะระดับสูงสุดในรอบกว่า 3 ปี ในรอบสัปดาห์สิ้นสุดวันที่ 16 พ.ค. ประกอบกับ สถานการณ์ในคาบสมุทรเกาหลีเป็นแรงหนุนราคาทองคำเพิ่มขึ้น โดยนักลงทุนจับตาสถานการณ์ดังกล่าวเพิ่มเติมหลังจากเกาหลีเหนือยิงขีปนาวุธตกลงสู่น่านน้ำนอกชายฝั่งตะวันออกในวันอาทิตย์ ซึ่งเป็นการทดลองยิงขีปนาวุธครั้งที่สองในรอบ 1 สัปดาห์ และเกาหลีใต้ระบุว่า การยิงดังกล่าว ได้ทำลายความหวังสำหรับเป้าหมายของรัฐบาลใหม่ของเกาหลีใต้ ที่จะทำให้เกิดสันติภาพระหว่างสองเกาหลี ราคาทองคำมีแรงสลับทำกำไรสลับออกมาเพิ่มมากขึ้น เนื่องจากนักลงทุนระมัดระวังการถือครองทองคำจำนวนมาก ก่อนการประชุมธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ที่อาจจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในเดือนมิถุนายน ประกอบกับ สัปดาห์นี้ มีกรรมการเฟดหลายคนออกมาแถลงซึ่งจะทำให้เห็นทิศทางการกำหนดอัตราดอกเบี้ยของเฟดที่ชัดเจนมากขึ้น อย่างไรก็ตาม ราคาทองคำในประเทศได้รับแรงกดดันจาก ค่าเงินบาทต่อดอลลาร์ แข็งค่ามากที่สุดในรอบ 1 เดือน ที่ 34.25 โดยการแข็งค่าของเงินบาทจะส่งผลให้ราคาทองคำในประเทศปรับตัวขึ้นในสัดส่วนที่น้อยกว่าราคาทองคำต่างประเทศ
กลยุทธ์การลงทุน ทางวายแอลจีมีมุมมองว่าหากราคาทองคำขึ้นทดสอบแนวต้านที่ 1,265 ดอลลาร์ต่อออนซ์ หรือ 1,278 ดอลลาร์ต่อออนซ์ นักลงทุนที่สะสมทองคำไว้อาจมีการขายทำกำไรบ้างส่วนออกมาบ้างเพราะในช่วงที่ผ่านมาเมื่อราคาทองคำมีการปรับตัวขึ้นยังคงมีแรงขายออกมาอย่างต่อเนื่อง สำหรับการทำกำไรให้ดูว่าราคาจะผ่านแนวต้านได้หรือไม่ ถ้าสามารถผ่านไปได้ให้แนะนำให้ถือต่อไป เพื่อขายทำกำไรที่แนวต้านถัดไป และหากราคาทองคำมีการปรับตัวลดลงมาไม่หลุดแนวรับ แนะนำนักลงทุนสามารถทำการเข้าซื้อเก็งกำไรระยะสั้น ทั้งนี้ประเมินแนวรับไว้ที่ 1,245 ดอลลาร์ต่อออนซ์ หลุดควรตัดขาดทุน โดยมีแนวรับถัดไปอยู่ที่ 1,236-1,226 ดอลลาร์ต่อออนซ์
ทองคำแท่ง (96.50%)
แนวรับ 1,245 (20,250บาท) 1,236 (20,100บาท) 1,226 (19,950บาท)
แนวต้าน 1,265 (20,600บาท) 1,278 (20,800บาท) 1,287 (20,950บาท)






