thansettakij
thansettakij
ไปป์บอมบ์ "พระมงกุฎ" ซุกเเจกันดอกไม้ ไล่เช็ก 13 กล้องวงจรปิด

ไปป์บอมบ์ "พระมงกุฎ" ซุกเเจกันดอกไม้ ไล่เช็ก 13 กล้องวงจรปิด

22 พ.ค. 60 | 09:00 น.
อัปเดตล่าสุด :22 พ.ค. 60 | 16:00 น.
วันที่  22 พ.ค.60-ความคืบหน้าคนร้ายวางระเบิดภายในโรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้าเมื่อเวลาประมาณ 11.00 น.ที่ผ่านมานั้น เจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐานได้เก็บพยานวัตถุในที่เกิดเหตุระเบิดบริเวณชั้น 1 อาคารเฉลิมพระเกียรติ โรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้าเสร็จสิ้นแล้ว โดยเตรียมคืนพื้นที่ให้กับโรงพยาบาล โดยมีเจ้าหน้าที่ทหารวางกำลังดูแลความเรียบร้อยบริเวณโดยรอบพื้นที่ทั้งหมด ซึ่งในส่วนพื้นที่โดยรอบโรงพยาบาลยังเปิดให้บริการตามปกติ

 

มีรายงานว่าบริเวณที่เกิดเหตุคือห้องวงษ์สุวรรณ ส่วนระเบิดที่คนร้ายใช้ก่อเหตุเป็นชนิดไปป์บอมส์ แรงดันต่ำ ใช้ตะปูเข็มและเศษเหล็กเป็นส่วนประกอบระเบิด

 

นอกจากนี้มีรายงานจากเจ้าหน้าที่หน่วยเก็บกู้และตรวจพิสูจน์วัตถุระเบิด กองบัญชาการตำรวจนครบาล ระบุว่า คนร้ายนำระเบิดซุกซ่อนในแจกันดอกไม้

 

ขณะที่ชุดสืบสวนอยู่ระหว่างตรวจสอบกล้องวงจรปิดภายในอาคารเฉลิมพระเกียรติประมาณ 13 ตัว ซึ่งเป็นทางเข้าออก รวมถึงกล้องที่ติดตั้งอยู่บริเวณภายนอกโรงพยาบาล พร้อมสอบปากคำพยาน และผู้ที่ได้รับบาดเจ็บ

 

พ.ต.อ.เกียรติ กาบบัว ผู้กำกับการ 4 กองบังคับการสันติบาล 3 เปิดเผยว่า ได้รับคำสั่งจากผู้บัญชาการตำรวจสันติบาล ให้เพิ่มความเข้มงวดในการตรวจตราลาดตระเวนพื้นที่ในเขตความรับผิดชอบโดยรอบและภายในทำเนียบรัฐบาล รวมทั้งตลาดคลองผดุงกรุงเกษม โดยจะตรวจบุคคลและยานพาหนะที่ผ่านเข้า-ออก ที่นอกจากจะตรวจสอบสติกเกอร์อนุญาตเข้า-ออกแล้ว ยังต้องเปิดท้ายรถยนต์ ตรวจสอบโดยละเอียด เนื่องจากเป็นสถานที่สำคัญและอ่อนไหว รวมถึงจะประชาสัมพันธ์ ให้ผู้ค้าและผู้ที่มาเดินซื้อสินค้าตลาดคลองผดุงเกษม ช่วยเป็นหูเป็นตา หากพบความผิดปกติให้รีบแจ้งเจ้าหน้าที่ทันที

 

"สำหรับการลาดตระเวนต้องประสานกับทหารจากกรมทหารปืนใหญ่ที่ 1 รักษาพระองค์ เพิ่มความถี่ให้ตรวจตราพื้นที่ให้มากขึ้น โดยเฉพาะในยามวิกาล รวมทั้งอาจต้องเพิ่มกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจสันติบาล ในพื้นที่ที่นายกรัฐมนตรี จะไปปฎิบัติภารกิจด้วย นอกจากนี้ ยังได้ตรวจสอบกล้องวงจรปิดและเซ็นเซอร์ที่ติดตั้งรอบทำเนียบรัฐบาลทุกชิ้นแล้ว พบว่า สามารถใช้งานได้ตามปกติ"

 

นายสุรชัย เลี้ยงบุญเลิศชัย รองประธานสภานิติบัญญัติแห่งชาติ ( สนช. )ในฐานะผู้รับผิดชอบดูแลรักษาความปลอดภัยรัฐสภา กล่าวว่า ได้กำชับให้เจ้าหน้าที่ตำรวจรัฐสภา เพิ่มความเข้มงวดในการตรวจตราบริเวณโดยรอบรัฐสภา หลังเกิดเหตุระเบิดที่โรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้า เพื่อให้เกิดความมั่นใจแก่สมาชิกรัฐสภา ที่ปฏิบัติหน้าที่ภายในอาคารต่าง ๆ พร้อมสั่งการให้เจ้าหน้าที่ตำรวจรัฐสภา คัดกรองบุคคลเข้าออกอาคารรัฐสภาทุกจุดอย่างเข้มงวด

 
"ไม่กังวลต่อมาตรการรักษาความปลอดภัยของรัฐสภา เนื่องจากเป็นไปอย่างสูงสุดอยู่แล้ว และไม่ได้มีการเพิ่มกำลังรักษาความปลอดภัยให้มากขึ้นแต่อย่างใด"

 
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เวลา 09.45 น. ศูนย์วิทยุ 03 สภ.เมือง จ.ยะลา ได้รับแจ้งจาก หน่วยเฉพาะกิจยะลาที่ 12 ว่า เกิดเหตุคนร้ายลอบวางระเบิดทหาร ชุด ชป.ลาดตระเวน บนถนนเส้นทางเข้า มัรกัส(ศูนย์ดะวะห์) บ้านสวนส้ม หมู่ที่ 3 ต.สะเตงนอก ติดเขตเทศบาลนครยะลา ฝั่งตลาดเก่า หลังได้รับแจ้ง พ.ท.นพพร สิงห์ศักดา ผบ.ฉก.ยะลา 12 พล.ต.ต.กฤษฏา แก้วจันดี ผบก. พ.ต.อ.จำลอง สุวลักษณ์ ผกก.สภ.เมือวยะลา นายก้องสกุล จันทราช นายอำเภอเมือง กำลังเจ้าหน้าที่จำนวนหนึ่งลงพื้นที่

ที่เกิดเหตุ พบรถจักรยานยนต์ของทหาร ล้มอยู่บนถนน 3 คันในพงหญ้าริมทางมีหลุมระเบิดขนาดกว้าง บนถนนมีเศษดิน กระจัดกระจาย ไปทั่วผิวถนน ส่วนคนเจ็บ ชุดกู้ภัยแม่กอเหนี่ยว นำตัวส่งโรงพยาบาลศูนย์ยะลา ทราบชื่อ ส.อ.วีระ มีฤทธิ์, พลทหาร อภิศักดิ์ รักดี, พลทหารไกรศร เรืองกิจ และพลทหารดำรง พิลาพันธ์ ทั้งหมดถูกสะเก็ดระเบิดที่บริเวณขา และมือ อาการไม่สาหัส

จากการสอบสวน ทราบว่า ทหารทั้งหมด เป็นชุดปฏิบัติการลาดตระเวนเส้นทางของหน่วยเฉพาะกิจ ยะลาที่ 12 จำนวน 6 นาย นั่งรถ จักรยานยนต์3 คันโดยมีส.อ.วีระเป็นหัวหน้าชุด เมื่อมาถึงที่เกิดเหตุ คนร้ายได้นำระเบิดชนิดแสวงเครื่อง บรรจุถังแก๊สปิกนิค น้ำหนัก 20 กิโลกรัมซุกไว้ในพงหญ้าริมถนน เเละใช้โทรศัพท์มือถือกดชนวนระเบิด จนเป็นเหตุเกิดระเบิด และกำลังพลได้รับบาดเจ็บดังกล่าว เบื้องต้นสันนิษฐานว่าเป็นการก่อเหตุ เพื่อสร้างสถานการณ์และมุ่งร้ายต่อชีวิตเจ้าหน้าที่รัฐ และเป็นปฏิบัติการใช้ความรุนแรงก่อนถึงเดือนรอมฏอน เหมือนการปฏิบัติทุกปีที่ผ่านมา
  • แท็กที่เกี่ยวข้อง
  • business