
โสมแดง ตั้ง! “ยูนิต 180” หน่วยสายลับ ถล่มโลกไซเบอร์
ศาสตราจารย์ด้านวิทยาศาสตร์คอมพิวเตอร์ชาวเกาหลีเหนือ เผยรัฐบาลเกาหลีเหนือมีหน่วยสายลับชื่อว่า “ยูนิต 180” ทำหน้าที่จู่โจมด้วยไซเบอร์โดยเฉพาะ
วันที่ 21 พ.ค.60-จากกรณีการโจมตีไปทั่วโลกของมัลแวร์ เรียกค่าไถ่ที่ชื่อว่าวอนนาคราย ก่อนหน้านี้จนส่งผลกระทบกับคอมพิวเตอร์ 3 แสนเครื่อง ในกว่า 150 ประเทศทั่วโลกเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ซึ่งผู้เชี่ยวชาญบางกลุ่มพบว่าเกาหลีเหนือมีส่วนพัวพันด้วยนั้น ล่าสุด ทางด้าน นาย คิม ฮวง กวาง อดีตนักวิทยาศาสตร์คอมพิวเตอร์ชาวเกาหลีเหนือ ซึ่งหลบหนีออกมาและพำนักอยู่ในเกาหลีใต้เมื่อปี 2004 เปิดเผยว่า เกาหลีเหนือมีหน่วยสายลับที่ทำงานด้านการเปิดฉากโจมตีในโลกไซเบอร์โดยเฉพาะ
นายคิมฮวงกวาง ซึ่งเขายังคงมีแหล่งข่าวในเกาหลีเหนืออยู่มาก ได้เปิดเผยว่า หน่วยดังกล่าวชื่อว่า “ยูนิต 180” ซึ่งเป็นหน่วยสายลับ และทำหน้าที่เปิดฉากโจมตีทางโลกไซเบอร์โดยเฉพาะ โดยหน่วยนี้จะขึ้นตรงอยู่กับหน่วยสายลับหลักของเกาหลีเหนือที่รู้กันในชื่อว่า “อาร์จีบี”
นายคิมฮวงกวาง เปิดเผยว่า “ยูนิต 180” จะทำการแฮคเข้าไปในสถาบันทางการเงินในต่างประเทศเป็นหลัก และทำการถอนเงินออกจากบัญชี โดยบุคคลกรจากหน่วยนี้ จะถูกส่งออกไปนอกประเทศโดยเฉพาะประเทศที่มีระบบอินเตอร์เน็ตที่ดีกว่าเกาหลีเหนือ และไม่สามารถถูกแกะรอยจับกุมได้ด้วย
ทั้งนี้ จากข้อมูลของกระทรวงกลาโหมสหรัฐ ก็เคยเสนอรายงานขึ้นต่อสภาคองเกรสเมื่อปีที่แล้วระบุว่า เกาหลีเหนือหันมาเน้นการโจมตีทางโลกไซเบอร์มากขึ้น เพราะประหยัด และถูกตอบโต้ได้ยาก โดยเกาหลีเหนือจะใช้ประเทศที่ 3 เป็นฐานในการโจมตี โดยเกาหลีเหนือนั้นต้องสงสัยอย่างมากต่อการเคยเปิดการโจมตีธนาคารหลายแห่งในฟิลิปปินส์ เวียดนาม และโปแลนด์
ในรายงานของรอยเตอร์ส ซึ่งรายงานอ้างนาย ยูดง รูบ อดีตตำรวจ และนักวิจัยของเกาหลีใต้ ซึ่งทำการศึกษาเทคนิคการโจรกรรมข้อมูลของเกาหลีเหนือมานานกว่า 25 ปี เปิดเผยด้วยว่า มาเลเซีย เป็นประเทศที่ถูกใช้เป็นฐานสำคัญสำหรับปฏิบัติการโจมตีในโลกไซเบอร์ ของบรรดาแฮคเกอร์เกาหลีเหนือด้วย
นาย ยู บอกกับรอยเตอร์สว่า แฮกเกอร์สเหล่านั้น ทำงานอยู่ในบริษัทเทรดดิ้ง หรือไม่ก็ทำงานอยู่ในบริษัทโปรแกรมเมอร์เพื่อปิดบังตัวตน โดยรอยเตอร์สรายงานว่า มีบริษัทไอที 2 แห่งในมาเลเซียนั้นมีสายสัมพันธ์กับหน่วยสายลับอาร์จีบีด้วย
วันที่ 21 พ.ค.60-จากกรณีการโจมตีไปทั่วโลกของมัลแวร์ เรียกค่าไถ่ที่ชื่อว่าวอนนาคราย ก่อนหน้านี้จนส่งผลกระทบกับคอมพิวเตอร์ 3 แสนเครื่อง ในกว่า 150 ประเทศทั่วโลกเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ซึ่งผู้เชี่ยวชาญบางกลุ่มพบว่าเกาหลีเหนือมีส่วนพัวพันด้วยนั้น ล่าสุด ทางด้าน นาย คิม ฮวง กวาง อดีตนักวิทยาศาสตร์คอมพิวเตอร์ชาวเกาหลีเหนือ ซึ่งหลบหนีออกมาและพำนักอยู่ในเกาหลีใต้เมื่อปี 2004 เปิดเผยว่า เกาหลีเหนือมีหน่วยสายลับที่ทำงานด้านการเปิดฉากโจมตีในโลกไซเบอร์โดยเฉพาะ
นายคิมฮวงกวาง ซึ่งเขายังคงมีแหล่งข่าวในเกาหลีเหนืออยู่มาก ได้เปิดเผยว่า หน่วยดังกล่าวชื่อว่า “ยูนิต 180” ซึ่งเป็นหน่วยสายลับ และทำหน้าที่เปิดฉากโจมตีทางโลกไซเบอร์โดยเฉพาะ โดยหน่วยนี้จะขึ้นตรงอยู่กับหน่วยสายลับหลักของเกาหลีเหนือที่รู้กันในชื่อว่า “อาร์จีบี”
นายคิมฮวงกวาง เปิดเผยว่า “ยูนิต 180” จะทำการแฮคเข้าไปในสถาบันทางการเงินในต่างประเทศเป็นหลัก และทำการถอนเงินออกจากบัญชี โดยบุคคลกรจากหน่วยนี้ จะถูกส่งออกไปนอกประเทศโดยเฉพาะประเทศที่มีระบบอินเตอร์เน็ตที่ดีกว่าเกาหลีเหนือ และไม่สามารถถูกแกะรอยจับกุมได้ด้วย
ทั้งนี้ จากข้อมูลของกระทรวงกลาโหมสหรัฐ ก็เคยเสนอรายงานขึ้นต่อสภาคองเกรสเมื่อปีที่แล้วระบุว่า เกาหลีเหนือหันมาเน้นการโจมตีทางโลกไซเบอร์มากขึ้น เพราะประหยัด และถูกตอบโต้ได้ยาก โดยเกาหลีเหนือจะใช้ประเทศที่ 3 เป็นฐานในการโจมตี โดยเกาหลีเหนือนั้นต้องสงสัยอย่างมากต่อการเคยเปิดการโจมตีธนาคารหลายแห่งในฟิลิปปินส์ เวียดนาม และโปแลนด์
ในรายงานของรอยเตอร์ส ซึ่งรายงานอ้างนาย ยูดง รูบ อดีตตำรวจ และนักวิจัยของเกาหลีใต้ ซึ่งทำการศึกษาเทคนิคการโจรกรรมข้อมูลของเกาหลีเหนือมานานกว่า 25 ปี เปิดเผยด้วยว่า มาเลเซีย เป็นประเทศที่ถูกใช้เป็นฐานสำคัญสำหรับปฏิบัติการโจมตีในโลกไซเบอร์ ของบรรดาแฮคเกอร์เกาหลีเหนือด้วย
นาย ยู บอกกับรอยเตอร์สว่า แฮกเกอร์สเหล่านั้น ทำงานอยู่ในบริษัทเทรดดิ้ง หรือไม่ก็ทำงานอยู่ในบริษัทโปรแกรมเมอร์เพื่อปิดบังตัวตน โดยรอยเตอร์สรายงานว่า มีบริษัทไอที 2 แห่งในมาเลเซียนั้นมีสายสัมพันธ์กับหน่วยสายลับอาร์จีบีด้วย






