
นักวิจัยแนะรัฐดันซุปเปอร์ฟู้ด ใช้การตลาดนำเพื่อให้โลกต้องการ
นักวิจัยแนะรัฐดันซุปเปอร์ฟู้ด ใช้การตลาดนำเพื่อให้โลกต้องการ
-20 พ.ค.60-นายสมบัติ ชิณะวงศ์ ผู้อำนวยการสถาบันค้นคว้าและพัฒนาผลิตภัณฑ์อาหาร มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ เปิดเผยว่า สถาบันฯอาหาร อยู่ระหว่างดำเนินการนำร่องการพัฒนาสินค้าอาหารไทยให้เป็นซุปเปอร์ฟู้ด โดยเริ่มจากซุปเปอร์ไรซ์ โดยใช้ 5 วิธีการ ประกอบด้วย 1.ความอร่อย 2.มีคุณค่าทางโภชนการ 3.อาหารต้องปลอดภัยทุกขั้นตอน 4.ไม่ทำลายสิ่งแวดล้อม 5.มีความสนุกในการทาน ซึ่งแนวคิดดังกล่าวเพื่อสร้างความน่าสนใจในสินค้าอาหารไทย และดันสินค้าอาหารของไทยให้เป็นที่ต้องทั่วโลก โดยเฉพาะนักท่องเที่ยวที่เข้ามาในประเทศ โดยหวังว่าในอนาคตอาจมีตราสัญลักษณ์ซุปเปอร์ฟู้ดอยู่บนสินค้า เพื่อเป็นตัวการันตีคุณภาพสินค้าอาหารไทย และสิ่งสำคัญก่อนการผลิตคือ การหาตลาดให้เจอ โดยสถาบันฯ อยู่กำลังศึกษาวิเคราะห์ตลาด โดยเฉพาะตลาดมุ่งเป้า เช่น ตลาดเด็ก ตลาดผู้สูงอายุ จะทำสินค้าอะไร เพื่อใคร
ขณะเดียวกันสถาบันฯอาหาร ได้เตรียมพื้นที่เพาะปลูกข้าวไรซ์เบอรี่ จำนวน 2 ไร่ ที่จ.น่าน นำร่องวิจัย ซุปเปอร์ไรซ์ ทำการเกษตรปลูกข้าวแบบไร้สารพิษ ใช้กระบือในการไถนา ก่อนนำผลผลิตที่ได้มาแปรรูปเป็นผลิตขนมกรุบกรอบ หรือผลิตภิณฑ์อื่นๆ ตามความต้องการของตลาด โดยตั้งเป้าการวิจัย และสร้างผลิตภัณฑ์ให้ได้เห็นในกลางปีหน้า ซึ่งการวิจัยนี้ต้องศึกษาในหลายด้าน ทั้งการทำน้อยได้มูลค่ามาก การทำผลิตภัณฑ์ข้าว ที่ช่วยยกระดับราคาข้าวไทย ยกระดับชีวิตเกษตรกร และดันซุปเปอร์ไรซ์ให้เกิดขึ้นจนสร้างมูลค่าเพิ่มได้ และยังต้องการเชิญชวนเกษตรกร ผู้ประกอบการ และทุกคนที่อยากเพิ่มมูลค่าข้าว หรือสินค้าเกษตรอื่นๆ ให้มารวมตัวกัน และมุ่งมั่นพัฒนาสินค้าอาหารร่วมกัน เพื่อยกระดับสินค้าเกษตรไทย สู่สินค้าอาหารที่ช่วยเพิ่มมูลค่า สร้างรายได้อย่างยั่งยืน
-20 พ.ค.60-นายสมบัติ ชิณะวงศ์ ผู้อำนวยการสถาบันค้นคว้าและพัฒนาผลิตภัณฑ์อาหาร มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ เปิดเผยว่า สถาบันฯอาหาร อยู่ระหว่างดำเนินการนำร่องการพัฒนาสินค้าอาหารไทยให้เป็นซุปเปอร์ฟู้ด โดยเริ่มจากซุปเปอร์ไรซ์ โดยใช้ 5 วิธีการ ประกอบด้วย 1.ความอร่อย 2.มีคุณค่าทางโภชนการ 3.อาหารต้องปลอดภัยทุกขั้นตอน 4.ไม่ทำลายสิ่งแวดล้อม 5.มีความสนุกในการทาน ซึ่งแนวคิดดังกล่าวเพื่อสร้างความน่าสนใจในสินค้าอาหารไทย และดันสินค้าอาหารของไทยให้เป็นที่ต้องทั่วโลก โดยเฉพาะนักท่องเที่ยวที่เข้ามาในประเทศ โดยหวังว่าในอนาคตอาจมีตราสัญลักษณ์ซุปเปอร์ฟู้ดอยู่บนสินค้า เพื่อเป็นตัวการันตีคุณภาพสินค้าอาหารไทย และสิ่งสำคัญก่อนการผลิตคือ การหาตลาดให้เจอ โดยสถาบันฯ อยู่กำลังศึกษาวิเคราะห์ตลาด โดยเฉพาะตลาดมุ่งเป้า เช่น ตลาดเด็ก ตลาดผู้สูงอายุ จะทำสินค้าอะไร เพื่อใคร
ขณะเดียวกันสถาบันฯอาหาร ได้เตรียมพื้นที่เพาะปลูกข้าวไรซ์เบอรี่ จำนวน 2 ไร่ ที่จ.น่าน นำร่องวิจัย ซุปเปอร์ไรซ์ ทำการเกษตรปลูกข้าวแบบไร้สารพิษ ใช้กระบือในการไถนา ก่อนนำผลผลิตที่ได้มาแปรรูปเป็นผลิตขนมกรุบกรอบ หรือผลิตภิณฑ์อื่นๆ ตามความต้องการของตลาด โดยตั้งเป้าการวิจัย และสร้างผลิตภัณฑ์ให้ได้เห็นในกลางปีหน้า ซึ่งการวิจัยนี้ต้องศึกษาในหลายด้าน ทั้งการทำน้อยได้มูลค่ามาก การทำผลิตภัณฑ์ข้าว ที่ช่วยยกระดับราคาข้าวไทย ยกระดับชีวิตเกษตรกร และดันซุปเปอร์ไรซ์ให้เกิดขึ้นจนสร้างมูลค่าเพิ่มได้ และยังต้องการเชิญชวนเกษตรกร ผู้ประกอบการ และทุกคนที่อยากเพิ่มมูลค่าข้าว หรือสินค้าเกษตรอื่นๆ ให้มารวมตัวกัน และมุ่งมั่นพัฒนาสินค้าอาหารร่วมกัน เพื่อยกระดับสินค้าเกษตรไทย สู่สินค้าอาหารที่ช่วยเพิ่มมูลค่า สร้างรายได้อย่างยั่งยืน






