thansettakij
thansettakij
จบเเล้ว! สธ.บรรจุพยาบาลปีนี้ 5,915 อัตรา

จบเเล้ว! สธ.บรรจุพยาบาลปีนี้ 5,915 อัตรา

17 พ.ค. 60 | 09:52 น.
อัปเดตล่าสุด :17 พ.ค. 60 | 16:52 น.
วันที่ 17 พ.ค.60 นพ.โสภณ เมฆธน ปลัดกระทรวงสารณสุข , นพ.สมศักดิ์ อรรฆศิลป์ รองปลัดกระทรวงสาธารณสุข และ ดร.กฤษดา แสวงดี อุปนายกสภาการพยาบาล ร่วมประชุมวีดีโอคอนเฟอร์เรนซ์ กับพยาบาล เจ้าหน้าที่สาธารณสุขทั่วประเทศ เพื่อชี้แจงกรณีการบรรจุข้าราชการ ตำแหน่งพยาบาลวิชาชีพขอใหม่ 10,992 อัตรา หลังจากครม.มีมติได้ให้กระทรวงสาธารณสุข เกลี่ยอัตราตำแหน่งที่ว่างของกระทรวง จำนวน 11,442 อัตรา ซึ่งเป็นพยาบาล 2,200 อัตรา จะทำให้ตัวเลขพยาบาลที่ขอบรรจุจาก 10,992 อัตรา เหลือ 8,792 อัตรา และแบ่งบรรจุภายใน 3 ปี

ซึ่งเฉพาะในปี 2560 จะบรรจุข้าราชการให้พยาบาลได้ รวม 5,915 อัตรา แยกเป็นช่วงแรก จำนวน 1,200 อัตราที่จะได้รับการบรรจุเร็วๆนี้ ช่วงที่ 2 จำนวน 1,000 อัตรา ที่คาดว่าจะเกลี่ยได้ ช่วงที่ 3 จำนวน 2,930 อัตรา และช่วงที่ 4 ตำแหน่งเกษียณอีก 785 อัตรา ในปี 2561 จะได้บรรจุจำนวน 2,931 อัตรา และจะรวมกับตำแหน่งเกษียณอีกจำนวนหนึ่งซึ่งระบุจำนวนไม่ได้ และปี 2562 จะได้บรรจุ จำนวน 2,931 และจะรวมกับตำแหน่งเกษียณอีกจำนวนหนึ่งเช่นกัน เมื่อรวมในระยะเวลา 3 ปี ตั้งแต่ 2560-2562 พยาบาลจะได้บรรจุประมาณ 13,583 อัตรา

สำหรับพยาบาลที่จบใหม่ และจะเข้าทำงานในกระทรวงสาธารณสุขที่มีราวปีละ 3,000 – 4,000 คน เชื่อว่าเมื่อถึงปี 2564 น่าจะมีตำแหน่งเพียงพอในการบรรจุพยาบาลที่จบใหม่ เนื่องจากจะมีความสมดุลกับอัตราที่เกษียณ

โดยปลัดกระทรวงสารณสุข กล่าวว่า แม้จะไม่เท่ากับจำนวนเดิมที่ขอไป 10,992 อัตรา แต่จากการคำนวณอัตราว่างของกระทรวงสาธารณสุขที่มีอยู่เดิม รวมกับอัตราใหม่ เชื่อมั่นว่าการบรรจุข้าราชการพยาบาลคงค้างทั้งหมดจะไม่มีปัญหา

นอกจากนี้ ในที่ประชุม ยังเปิดโอกาสให้แต่ละจังหวัดได้สอบถามในปัญหาที่ยังสงสัยพบว่า ยังมีบางส่วนกังวลว่า การบรรจุข้าราชการของพยาบาลในอนาคต อาจจะมีปัญหา โดยเฉพาะข้อมูลกรอบอัตรากำลังที่ต้องมีการนำเสนอ หากข้อมูลไม่ตรงกัน อาจจะมีปัญหากับพยาบาลรุ่นใหม่ ที่เตรียมเข้ามาทำงานในอนาคตได้ รวมถึงการปรับเปลี่ยนบุคคลในตำแหน่งรัฐมนตรีหรือ ปลัดกระทรวงสาธารณสุข จะส่งผลให้การเรียกบรรจุในระยะ 3 ปีได้รับผลกระทบ ซึ่งปลัดกระทรวงสาธารณสุข ยืนยันว่าเป็นเรื่องของ มติครม.ที่ขึ้นอยู่กับระบบ ไม่ใช่ตัวบุคคล

ด้านนางสาวรุ่งทิวา พนมแก พยาบาลวิชาชีพลูกจ้าง ในฐานะประธานเครือข่ายพยาบาลวิชาชีพลูกจ้างชั่วคราวกระทรวงสาธารณสุข ระบุว่า พอใจระดับหนึ่ง แต่อยากเสนอให้มีคนในเครือข่ายฯ ได้เข้าเป็นกรรมการร่วมจัดสรรตำแหน่งด้วย ซึ่งต้องการให้จัดสรรคนตามปีที่เข้าทำงานก่อน

ขณะที่เรื่องการกำหนด FTE หรือ การกำหนดกำลังพลตามภาระงาน ซึ่งกำหนดโดยส่วนกลาง ก่อนจัดกลุ่มโรงพยาบาลดูค่าเฉลี่ย เพื่อตรวจสอบความเหมาะสม และยังเปิดให้มีการอุทธรณ์ ซึ่งท้ายที่สุดต้องพิจารณาประสิทธิภาพสูงสุด เพราะ FTE มีผลกับการจ้างงาน

อย่างไรก็ตาม ในวันพรุ่งนี้ (18 พ.ค.) นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายกฎหมาย ได้เรียกประชุมคณะกรรมการกำหนดเป้าหมายกำลังพลภาครัฐ (คปร.)คณะกรรมการข้าราชการพลเรือน( ก.พ.) คณะกรรมการเป้าหมายนโยบายบุคลากรสุขภาพ ( คปส.) และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อหาข้อสรุป ก่อนนำเข้าสู่ที่ประชุม ครม. ในวันที่ 23 พ.ค. ซึ่งหลังจากผ่านการพิจารณาจากครม.แล้ว จะมีเอกสารที่เป็นหลักฐานอย่างเป็นทางการ เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับพยาบาล
  • แท็กที่เกี่ยวข้อง
  • business