
นักวิชาการด้านสื่อ มธ.แนะ กสทช.หารือรอบด้านก่อนออกกฎคุม OTT
นักวิชาการด้านสื่อสารมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ มองการออกแนวทางการปฏิบัติหรือข้อกฎหมาย OTT ของ กสทช.ช่วงเดือนสิงหาคมเร็วเกินไป ซึ่งอาจไม่เกิดผลดีต่อทั้งผู้ ประกอบการและผู้บริโภคพร้ อมแนะให้หาทางออกร่วมกับผู้มีส่วนได้ส่วนเสียให้ครบทุกกลุ่ม ขณะเดียวกันมองการเสนอแนวทางแก้ ไขของผู้ประกอบการสถานีโทรทัศน์ ภาคพื้นดินระบบดิจิทัลและผู้ ประกอบการแบบบอกรับสมาชิก ต่อ กสทช. บางข้อมาถูกทางแล้ว ทั้งการส่งเสริมให้ผู้ชมมีความรู้ เท่าทันสื่อโดยเฉพาะสื่อออนไลน์ รวมถึงการกลั่นกรองเนื้อหาให้ เหมาะสมกับการออกอากาศ แต่ กสทช.ควรเน้นการดูแลเนื้ อหาออกอากาศเพื่อไม่ให้ OTT ใช้ช่องโหว่ทางกฎหมายนำเสนอเนื้ อหาที่ไม่เหมาะสม ชี้หากไม่สามารถแก้ปัญหานี้ได้ อาจทำให้เกิดผลกระทบต่อวงการโทรทัศน์ไทยแม้จะไม่ได้ กระทบทั้งหมด
ผศ.กุลนารี เสือโรจน์ อาจารย์กลุ่มวิชาวิทยุและโทรทัศน์ คณะวารสารศาสตร์และสื่อสารมวลชน มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์(มธ.) กล่าวว่า จากกรณีการแก้ปัญหาการให้บริการแพร่เสียงและภาพผ่านโครงข่ายอื่นนอกจากโครงข่ายวิทยุ และโทรทัศน์แบบเดิม หรือ OTT (Over-the-top ) มองว่า กสทช. ควรหาทางออกร่วมกับทุกฝ่ายทั้ งผู้ประกอบการและผู้มีส่วนได้ส่ วนเสีย เพราะปัจจุบันมีผู้ ประกอบการและผู้สร้างคอนเท้นท์ จำนวนมากที่เข้าข่ายดังกล่าว โดยล่าสุดที่ ผู้ประกอบการสถานีโทรทัศน์ภาคพื้นดินระบบดิจิทัล มีข้อเสนอต่อ กสทช. เมื่อวันที่ 9 พฤษภาคม 2560 ที่ผ่านมาซึ่งถือว่าตามหลั กการแล้วเป็นเรื่องที่ สามารถทำได้เนื่องจากหน้าที่หลักของ กสทช.คือการกำดับดูแลไม่ใช่ การควบคุม จึงต้องรับฟังความคิดเห็นก่อนการนำข้อมูลที่ได้ไปประเมิ นความเป็นไปได้ในการดำเนินการร่วมกับผู้มีส่วนได้ส่วนเสียจากทุกกลุ่ม ซึ่งบางข้อเสนอนั้นถือว่าเป็ นแนวทางที่ถูกต้องที่ควรให้ความสำคัญ ทั้ง การส่งเสริมให้ผู้ชมมีความรู้ เท่าทันสื่อโดยเฉพาะสื่อออนไลน์ รวมถึงการกลั่นกรองเนื้อหาให้ เหมาะสมกับการออกอากาศ และจากการที่ กสทช.ตั้งเป้าไว้ว่ าจะออกแนวทางการแก้ไขเป็นกฎหมายหรือข้อบังคับในช่วงเดื อนสิงหาคม 2560 อาจจะเร็วเกินไป เพราะอยากให้ได้เเนวทางการกำกับที่มาจากความเห็นของทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง เพื่อจะได้เกิดผลในทางปฏิบัติ ได้จริงจากจุดยืนของหลายๆ ฝ่าย
ผศ.กุลนารี กล่าวต่อว่า หากไม่สามารถแก้ปัญหาได้จะเกิดผลกระทบต่อวงการโทรทัศน์ไทยแน่นอน แต่ไม่ใช่ทั้งหมดเพราะในอีกมุมมองจะกระตุ้นให้เกิดการเเข่งขันที่เพิ่มขึ้น ซึ่งอาจจะกระตุ้นเรื่องความตื่นตัวในการพัฒนาเนื้อหาเพราะผู้บริโภคในตลาดทีวีมีหลายกลุ่ม และเลือกบริโภคตามแนวทางการใช้ ชีวิต
ผศ.กุลนารี เสือโรจน์ อาจารย์กลุ่มวิชาวิทยุและโทรทัศน์ คณะวารสารศาสตร์และสื่อสารมวลชน มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์(มธ.) กล่าวว่า จากกรณีการแก้ปัญหาการให้บริการแพร่เสียงและภาพผ่านโครงข่ายอื่นนอกจากโครงข่ายวิทยุ และโทรทัศน์แบบเดิม หรือ OTT (Over-the-top ) มองว่า กสทช. ควรหาทางออกร่วมกับทุกฝ่ายทั้ งผู้ประกอบการและผู้มีส่วนได้ส่ วนเสีย เพราะปัจจุบันมีผู้ ประกอบการและผู้สร้างคอนเท้นท์ จำนวนมากที่เข้าข่ายดังกล่าว โดยล่าสุดที่ ผู้ประกอบการสถานีโทรทัศน์ภาคพื้นดินระบบดิจิทัล มีข้อเสนอต่อ กสทช. เมื่อวันที่ 9 พฤษภาคม 2560 ที่ผ่านมาซึ่งถือว่าตามหลั กการแล้วเป็นเรื่องที่ สามารถทำได้เนื่องจากหน้าที่หลักของ กสทช.คือการกำดับดูแลไม่ใช่ การควบคุม จึงต้องรับฟังความคิดเห็นก่อนการนำข้อมูลที่ได้ไปประเมิ นความเป็นไปได้ในการดำเนินการร่วมกับผู้มีส่วนได้ส่วนเสียจากทุกกลุ่ม ซึ่งบางข้อเสนอนั้นถือว่าเป็ นแนวทางที่ถูกต้องที่ควรให้ความสำคัญ ทั้ง การส่งเสริมให้ผู้ชมมีความรู้ เท่าทันสื่อโดยเฉพาะสื่อออนไลน์ รวมถึงการกลั่นกรองเนื้อหาให้ เหมาะสมกับการออกอากาศ และจากการที่ กสทช.ตั้งเป้าไว้ว่ าจะออกแนวทางการแก้ไขเป็นกฎหมายหรือข้อบังคับในช่วงเดื อนสิงหาคม 2560 อาจจะเร็วเกินไป เพราะอยากให้ได้เเนวทางการกำกับที่มาจากความเห็นของทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง เพื่อจะได้เกิดผลในทางปฏิบัติ ได้จริงจากจุดยืนของหลายๆ ฝ่าย
ผศ.กุลนารี กล่าวต่อว่า หากไม่สามารถแก้ปัญหาได้จะเกิดผลกระทบต่อวงการโทรทัศน์ไทยแน่นอน แต่ไม่ใช่ทั้งหมดเพราะในอีกมุมมองจะกระตุ้นให้เกิดการเเข่งขันที่เพิ่มขึ้น ซึ่งอาจจะกระตุ้นเรื่องความตื่นตัวในการพัฒนาเนื้อหาเพราะผู้บริโภคในตลาดทีวีมีหลายกลุ่ม และเลือกบริโภคตามแนวทางการใช้ ชีวิต






