
เงินทุนเคลื่อนย้าย-ค่าเงินผันผวนยังเสี่ยง เดิมพันครึ่งปีหลังเอกชนลงทุน
นักเศรษฐศาสตร์คาดเศรษฐกิจไทยเร่งตัวสปีดเต็มที่ครึ่งปีหลัง ปัจจัยหลักหนุนภาคเอกชนขยับลงทุน หลังบริโภคฟื้น-ส่งออกขยายตัวต่อเนื่องตลอดทั้งปี ส่วนเงินทุนเคลื่อนย้าย-ค่าเงินยังเป็นปัจจัยเสี่ยง
สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจ และสังคมแห่งชาติ (สศช.) ประกาศผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ(จีดีพี)ไตรมาส 1/2560 ขยายตัว 3.3% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนและเมื่อปรับผลของฤดูกาลขยายตัวจากไตรมาส 4/2559 ที่ 1.3% ซึ่งถือว่าขยายตัวดีกว่าที่ตลาดคาดการณ์
ปัจจัยสนับสนุนหลักมาจาก มูลค่าการส่งออกสินค้าบริการ การใช้จ่ายภาครัวเรือนและการลงทุนภาครัฐ ขณะที่การลงทุนภาคเอกชน และการใช้จ่ายภาครัฐชะลอตัว สภาพัฒน์จึงปรับลดช่วงประมาณการณ์การขยายตัวของจีดีพีแคบลงจาก 3.0-4.0% มาเป็น 3.3-3.8% และปรับลดการลงทุนภาคเอกชนจากโต 2.5% เหลือแค่ 2%
นายปรเมธี วิมลศิริ เลขาธิการสภาพัฒน์ กล่าว่าขยายตัวของจีดีพีช่วงที่เหลือของปีนี้ จะเร่งขึ้นอย่างช้าๆและมีฐานการขยายตัวที่กว้างขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยมีปัจจัยสนับสนุนมาจาก 1.การปรับตัวดีขึ้นของฐานรายได้จากการส่งออก 2. การลงทุนของภาครัฐที่ยังมีแนวโน้มขยายตัวในเกณฑ์สูงและเร่งขึ้น
3.การปรับตัวเข้าสู่ภาวะปกติของการผลิตในภาคเกษตร และการฟื้นตัวของรายได้เกษตรกร 4.รายได้จากภาคการท่องเที่ยวที่มีแนวโน้มเร่งตัวขึ้น และ 5.การปรับตัวดีขึ้นของตลาดรถยนต์ในประเทศ เสถียรภาพเศรษฐกิจอยู่ในเกณฑ์ดี
ส่วนข้อจำกัดของการฟื้นตัว คือกำลังการผลิตส่วนเกินที่อยู่ในระดับสูง และเป็นข้อจำกัดต่อการขยายตัวของภาคการลงทุนใหม่เพื่อขยายกำลังการผลิต รวมทั้งปัจจัยเสี่ยงจากทิศทางดำเนินนโยบายกีดกันทางการค้าของสหรัฐฯ แม้จะไม่ส่งผลกระทบโดยตรง และเงินทุนเคลื่อนย้ายและอัตราแลกเปลี่ยนที่ผันผวน
“ไตรมาสแรกเศรษฐกิจเริ่มต้นได้ดี ช่วงที่เหลือถ้าส่งออกได้เพิ่มเรื่อยๆ การลงทุนเอกชนจะตามมาแต่อสังหาริมทรัพย์ขึ้นอยู่กับธนาคารที่ระมัดระวัง โดยหวังว่าสัญญาณเศรษฐกิจดีขึ้น แบงก์จะปล่อยสินเชื่อมากขึ้น ส่วนภาคเกษตรยังมองว่าไตรมาส 3-4 น่าจะดี เพราะเป็นการกลับมาของภาคการผลิตและราคาของตลาดโลกปรับตัว โดยรวมถ้าการส่งออกขยายตัว 3.6% จะช่วยอัพไซซ์ประมาณการจีดีพีทั้งปีโต 3.5%”
นายเบญจรงค์ สุวรรณคีรี หัวหน้านักวิเคราะห์ศูนย์วิเคราะห์เศรษฐกิจทีเอ็มบี กล่าวว่า การลงทุนภาคเอกชนยังเป็นปัจจัยฉุดจดีพี แม้อัตราดอกเบี้ยอยู่ในระดับต่ำ และรัฐบาลออกมาตรการมากหมายเพื่อดึงการลงทุน แต่ภาคเอกชนยังไม่สนใจ โดยเฉพาะการลงทุนด้านเครื่องจักรหรือลงทุนขยายกำลังการผลิต
[caption id="attachment_150938" align="aligncenter" width="478"]
เงินทุนเคลื่อนย้าย-ค่าเงินผันผวนยังเสี่ยง เดิมพันครึ่งปีหลังเอกชนลงทุน[/caption]
อย่างไรก็ตามสัญญาณการส่งออกที่เริ่มดีขึ้น จะนำไปสู่การลงทุนเพื่อขยายกำลังการผลิตในระยะข้างหน้า และทีเอ็มบีจะทบทวนประมาณการจีดีพีในเดือนมิถุนายนนี้ จากเดิมประเมินจีดีพีทั้งปีเติบโตได้ 3.3% โดยมาจากการส่งออกขยายตัว 2% การบริโภค 3% การลงทุนภาคเอกชน 1.% และลงทุนภาครัฐโต 9%
“การบริโภคเอกชนฟื้นตัวดีกว่าที่คาด 3.2% จะเป็นหัวใจของการฟื้นตัวเศรษฐกิจปีนี้ เพราะเมื่อบริโภคภาคเอกชนฟื้นจะช่วยผู้ประกอบการเอสเอ็มอีได้ ขณะที่การส่งออกและการท่องเที่ยวยังคงขยายตัวได้ดี ส่วนการประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงินในวันที่ 24 พฤษภาคมนี้น่าจะคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายไว้ที่ระดับ 1.5% ถึงปลายปี”
นายสมประวิณ มันประเสริฐ ที่ปรึกษาและหัวหน้าทีมวิจัยเศรษฐกิจกรุงศรีอยุธยา กล่าวว่า ช่วงที่เหลือจับตาการส่งออกขยายตัวต่อเนื่องหรือไม่ เพราะต้นปีการส่งออกดีขึ้นมากอาจเป็นการเร่งส่งออกป้องกันการกีดกันทางการค้าที่จะออกมาจะทำให้ส่งออกไม่หวือหวา
อย่างไรก็ตามทั้งปีเศรษฐกิจไทยพ้นจุดตํ่าสุดและอยู่ในช่วงขยายตัวโดยการบริโภคภาคเอกชนการส่งออกเปลี่ยนมาเป็นปัจจัยหนุนจีดีพี แต่สปีดของการฟื้นตัวจะเห็นชัดครึ่งปีหลังหากกิจกรรมทางเศรษฐกิจชัดเจนเชื่อว่าภาคเอกชนจะเริ่มลงทุนตาม
จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 37 ฉบับที่ 3,262 วันที่ 18 - 20 พฤษภาคม พ.ศ. 2560
สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจ และสังคมแห่งชาติ (สศช.) ประกาศผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ(จีดีพี)ไตรมาส 1/2560 ขยายตัว 3.3% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนและเมื่อปรับผลของฤดูกาลขยายตัวจากไตรมาส 4/2559 ที่ 1.3% ซึ่งถือว่าขยายตัวดีกว่าที่ตลาดคาดการณ์
ปัจจัยสนับสนุนหลักมาจาก มูลค่าการส่งออกสินค้าบริการ การใช้จ่ายภาครัวเรือนและการลงทุนภาครัฐ ขณะที่การลงทุนภาคเอกชน และการใช้จ่ายภาครัฐชะลอตัว สภาพัฒน์จึงปรับลดช่วงประมาณการณ์การขยายตัวของจีดีพีแคบลงจาก 3.0-4.0% มาเป็น 3.3-3.8% และปรับลดการลงทุนภาคเอกชนจากโต 2.5% เหลือแค่ 2%
นายปรเมธี วิมลศิริ เลขาธิการสภาพัฒน์ กล่าว่าขยายตัวของจีดีพีช่วงที่เหลือของปีนี้ จะเร่งขึ้นอย่างช้าๆและมีฐานการขยายตัวที่กว้างขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยมีปัจจัยสนับสนุนมาจาก 1.การปรับตัวดีขึ้นของฐานรายได้จากการส่งออก 2. การลงทุนของภาครัฐที่ยังมีแนวโน้มขยายตัวในเกณฑ์สูงและเร่งขึ้น
3.การปรับตัวเข้าสู่ภาวะปกติของการผลิตในภาคเกษตร และการฟื้นตัวของรายได้เกษตรกร 4.รายได้จากภาคการท่องเที่ยวที่มีแนวโน้มเร่งตัวขึ้น และ 5.การปรับตัวดีขึ้นของตลาดรถยนต์ในประเทศ เสถียรภาพเศรษฐกิจอยู่ในเกณฑ์ดี
ส่วนข้อจำกัดของการฟื้นตัว คือกำลังการผลิตส่วนเกินที่อยู่ในระดับสูง และเป็นข้อจำกัดต่อการขยายตัวของภาคการลงทุนใหม่เพื่อขยายกำลังการผลิต รวมทั้งปัจจัยเสี่ยงจากทิศทางดำเนินนโยบายกีดกันทางการค้าของสหรัฐฯ แม้จะไม่ส่งผลกระทบโดยตรง และเงินทุนเคลื่อนย้ายและอัตราแลกเปลี่ยนที่ผันผวน
“ไตรมาสแรกเศรษฐกิจเริ่มต้นได้ดี ช่วงที่เหลือถ้าส่งออกได้เพิ่มเรื่อยๆ การลงทุนเอกชนจะตามมาแต่อสังหาริมทรัพย์ขึ้นอยู่กับธนาคารที่ระมัดระวัง โดยหวังว่าสัญญาณเศรษฐกิจดีขึ้น แบงก์จะปล่อยสินเชื่อมากขึ้น ส่วนภาคเกษตรยังมองว่าไตรมาส 3-4 น่าจะดี เพราะเป็นการกลับมาของภาคการผลิตและราคาของตลาดโลกปรับตัว โดยรวมถ้าการส่งออกขยายตัว 3.6% จะช่วยอัพไซซ์ประมาณการจีดีพีทั้งปีโต 3.5%”
นายเบญจรงค์ สุวรรณคีรี หัวหน้านักวิเคราะห์ศูนย์วิเคราะห์เศรษฐกิจทีเอ็มบี กล่าวว่า การลงทุนภาคเอกชนยังเป็นปัจจัยฉุดจดีพี แม้อัตราดอกเบี้ยอยู่ในระดับต่ำ และรัฐบาลออกมาตรการมากหมายเพื่อดึงการลงทุน แต่ภาคเอกชนยังไม่สนใจ โดยเฉพาะการลงทุนด้านเครื่องจักรหรือลงทุนขยายกำลังการผลิต
[caption id="attachment_150938" align="aligncenter" width="478"]
อย่างไรก็ตามสัญญาณการส่งออกที่เริ่มดีขึ้น จะนำไปสู่การลงทุนเพื่อขยายกำลังการผลิตในระยะข้างหน้า และทีเอ็มบีจะทบทวนประมาณการจีดีพีในเดือนมิถุนายนนี้ จากเดิมประเมินจีดีพีทั้งปีเติบโตได้ 3.3% โดยมาจากการส่งออกขยายตัว 2% การบริโภค 3% การลงทุนภาคเอกชน 1.% และลงทุนภาครัฐโต 9%
“การบริโภคเอกชนฟื้นตัวดีกว่าที่คาด 3.2% จะเป็นหัวใจของการฟื้นตัวเศรษฐกิจปีนี้ เพราะเมื่อบริโภคภาคเอกชนฟื้นจะช่วยผู้ประกอบการเอสเอ็มอีได้ ขณะที่การส่งออกและการท่องเที่ยวยังคงขยายตัวได้ดี ส่วนการประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงินในวันที่ 24 พฤษภาคมนี้น่าจะคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายไว้ที่ระดับ 1.5% ถึงปลายปี”
นายสมประวิณ มันประเสริฐ ที่ปรึกษาและหัวหน้าทีมวิจัยเศรษฐกิจกรุงศรีอยุธยา กล่าวว่า ช่วงที่เหลือจับตาการส่งออกขยายตัวต่อเนื่องหรือไม่ เพราะต้นปีการส่งออกดีขึ้นมากอาจเป็นการเร่งส่งออกป้องกันการกีดกันทางการค้าที่จะออกมาจะทำให้ส่งออกไม่หวือหวา
อย่างไรก็ตามทั้งปีเศรษฐกิจไทยพ้นจุดตํ่าสุดและอยู่ในช่วงขยายตัวโดยการบริโภคภาคเอกชนการส่งออกเปลี่ยนมาเป็นปัจจัยหนุนจีดีพี แต่สปีดของการฟื้นตัวจะเห็นชัดครึ่งปีหลังหากกิจกรรมทางเศรษฐกิจชัดเจนเชื่อว่าภาคเอกชนจะเริ่มลงทุนตาม
จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 37 ฉบับที่ 3,262 วันที่ 18 - 20 พฤษภาคม พ.ศ. 2560






