
อเนกชี้! "ลำปาง" เมืองในดวงใจ
วันที่ 16 พ.ค. 60 -- นายอเนก เหล่าธรรมทัศน์ อธิการวิทยาลัยรัฐกิจ มหาวิทยาลัยรังสิต ประธานคณะกรรมการกำกับทิศทาง แผนงานนโยบายสาธารณะเพื่อการพัฒนาอนาคตของเมือง (FURD) ศูนย์ศึกษามหานครและเมือง และผู้อำนวยการสถาบันคลังปัญญาด้านยุทธศาสตร์ชาติ มหาวิทยาลัยรังสิต ได้โพสต์เฟซบุ๊กถึงความภูมิใจใน จ.ลำปาง พร้อมเชิญชวนให้ทุกคนเดินทางไปท่องเที่ยว ระบุว่า
“ลำปาง เมืองแม่-บ้านเกิด ที่ภูมิใจของผม
ผมเกิดที่ละแวก “สบตุ๋ย” อ.เมือง จ.ลำปาง ในบ้านตึกห้องแถวโบราณสูงมากเก่าแก่ สร้างมาตั้งแต่่ก่อนสงครามโลก ครั้งที่ 2 สูง 2 ชั้น มีหลังบ้านยาวมาก เป็นโกดังเก็บข้าวสาร ย่านสบตุ๋ยรุ่งเรืองขึ้นมาเพราะการค้าคึกคักหน้าสถานีรถไฟ รางรถไฟ สร้างจากกรุงเทพฯ มาถึงสถานีลำปาง ในปี 2459 ในต้นสมัยรัชกาลที่ 6 ลำปางมีอะไรที่เท่ห์ น่าภูมิใจหลายอย่างในความเห็นผม จะเล่าให้ฟังครับ
1.เมืองลำปาง จัดเป็นเมืองเก่าแก่มาก ในมาตรฐานของไทย คือ มีอายุเมืองกว่า 1,300 ปี เป็นเมืองแฝดกับเมืองลำพูนหรือเมืองหริภุญชัย เมืองแฝดลำปาง-ลำพูน จัดเป็น 2 เมืองเหนือ ที่มีต้นกำเนิดมาตั้งแต่สมัยนางพญาจามเทวี คนพื้นเมืองส่วนใหญ่ในเมืองเหนือในยุคสมัยนั้น เป็นคนลัวะและมอญ อ้อ มีกะเหรี่ยงด้วย และน่าจะมีไทยวน หรือ ไทโยน หรือที่ต่อมาเรียกตนเองใหม่ว่า “คนเมือง” อันเป็นคนส่วนใหญ่ในปัจจุบัน เริ่มแทรกเข้ามาอยู่บ้างแล้ว
ลำปางนั้น โปรดทราบ เก่าแก่ยิ่งกว่าอาณาจักรล้านนา เก่ากว่าเชียงใหม่ราชธานีแห่งล้านนา ซึ่งสร้างขึ้นโดยพญามังรายถึง 600 ปีครับ ล้านนานั้น แน่นอนเป็นอาณาจักรของคน “ไท ยวน” หรือ “ไทโยน” อยู่ร่วมสมัยกับสุโขทัยของพ่อขุนรามคำแหง ผงาดอำนาจขึ้นมาแทนอาณาจักรหริภุญไชย อันมีลำพูนและลำปางเป็นเมืองสำคัญ เมื่อพญามังรายนำทัพจากเมืองเชียงรายและเงินยาง-เชียงแสน เข้ามายึดครองแคว้นหริภุญชัยได้เมื่อกว่า 700 ปีมาแล้ว ผู้คนส่วนใหญ่ของภาคเหนือในตอนบน น่าจะเป็น “ไทยวน” หรือ “ไทโยน” ไปแล้ว ลำปางได้กลายจาก “เมืองของมอญ” (คือ มอญแห่งหริภุญชัย ซึ่งเป็นคนละพวกกับมอญทางภาคกลางของไทย นั่นเรียก มอญทวาราวดี) เป็น “เมืองของไท”
สิ่งที่น่าประทับใจเกี่ยวกับเมืองลำปางประการที่ 2 คือ จริง ๆ แล้ว พญากาวิละ คนลำปาง หรือ เจ้าลำปางต่างหาก ไม่ใช่คนเชียงใหม่ ที่เป็นผู้นำล้านนาให้ออกจากการปกครองของพม่าไปสู่วงแขนของรัตนโกสินทร์ ต้องอธิบายเพิ่มเติมว่า ล้านนานั้นปกครองตนเองจากยุคพญามังรายมาตลอด จนกระทั่งเสียเมืองให้แก่บุเรงนอง ใกล้เคียงกับเวลาที่อยุธยาเสียเมืองให้พระเจ้าสิบทิศพระองค์นี้ จากนั้นมาล้านนาก็ตกอยู่ใต้การปกครองของพม่ากว่า 200 ปี ลุถึงปี 2317 เจ้าลำปางนามว่า พญากาวิละแห่งราชวงศ์ “ทิพจักร” จึงนำทัพจากลำปางไปร่วมกับพญาจ่าบ้านเจ้าเมืองเชียงใหม่ เป็นขบถต่อพม่าและสวามิภักดิ์ต่อรัตนโกสินทร์ มีความดีความชอบในการสงครามกับพม่าหลายต่อหลายครั้ง จนในที่สุดพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 1 โปรดเกล้าให้เป็นพระเจ้าเชียงใหม่ ทรงสถาปนาราชวงศ์ทิพจักรขึ้นปกครองล้านนา
ในประวัติศาสตร์ล้านนาที่ยาวนานยิ่งกว่าอยุธยาเสียอีกนั้น ปรากฏกษัตริย์ปกครองอยู่เพียง 2 ราชวงศ์เท่านั้น คือ ราชวงศ์มังรายปกครองกว่า 300 ปี และราชวงศ์ทิพจักรปกครองอยู่ราว 150 ปี ต้องย้ำว่า ต้นราชวงศ์ทิพจักรนั้น คือ คนลำปางครับ เจ้าปู่ของกาวิละก็คือ “ทิพย์ช้าง” เดิมท่านเป็นพรานช้างอยู่ที่ปงยางคก ซึ่งเป็นตำบลหนึ่งของ อ.ห้างฉัตร ในปัจจุบันนี้เอง และพญากาวิละ ผู้ห้าวหาญ รบเคียงคู่กับพระเจ้าตากกับรัชกาลที่ 1 และกรมพระราชวังหลัง ก่อนจะรับโปรดเกล้าฯ ขึ้นเป็นพระเจ้าเชียงใหม่ ก็คือ เจ้าผู้ครองลำปางมาก่อนนี่เอง กล่าวได้ไม่ผิดว่า ล้านนาในยุคหลังที่มารวมกับรัตนโกสินทร์สำเร็จนั้น เป็นล้านนาที่นำโดยวีรชนคนกล้าจากลำปาง
สิ่งที่น่าภูมิใจประการที่ 3 ในความเห็นผม คือ ลำปางเจริญรุ่งเรืองและมีความหลากหลายทางชาติพันธ์มากในยุคตัดไม้สักส่งขายฝรั่ง ที่ผมขอเรียกว่า ยุค “กึ่งอาณานิคม” ตรงกับรัชกาลที่ 5 ถึงต้นรัชกาลที่ 7 โดยประมาณ โดยเฉพาะในช่วงปี 2459 ถึง ปี 2469 เป็นเวลา 10 ปี ที่ทางรถไฟจากกรุงเทพฯ มาหยุดปลายทางเพียงที่ อ.เมือง จ.ลำปาง ในระหว่างที่ทางรถไฟยังขึ้นไปไม่ถึงเชียงใหม่อยู่ร่วม 10 ปีนี้ ลำปางเป็นเมืองการค้าที่สำคัญที่สุดของล้านนาก็ว่าได้ในยุคนั้น ลำปางเฟืองฟุ่งรุ่งเรือง อาศัยแม่น้ำวังและการเป็นศูนย์กลางทางรถไฟของภาคเหนือ ขายฝิ่น ข้าว ไม้สัก ให้แก่กรุงเทพฯ และทั่วประเทศ หรือให้แก่ต่างประเทศอย่างคึกคักขมักเขม้น
บ้านอันเก่าแก่ลือชื่อของเศรษฐีไม้สักชื่อ นายหลุยส์ บุตรชายของ แอนนา เลียวโนเวนส์ สตรีผู้ถวายการสอนภาษาอังกฤษให้แด่เจ้าฟ้าจุฬาลงกรณ์ ที่คนไทยรู้จักดีผ่านหนังฝรั่งเรื่อง “คิงแอนด์ไอ” ก็ตั้งอยู่ที่นี่ ทุกวันนี้ยังไปดูได้ บ้าน “เสานัก” อันมีเสาไม้สักงามรองพื้นบ้านอยู่นับร้อยต้น ของคหบดีชาวพม่าผู้เข้ามาช่วยฝรั่งตัดไม้จนร่ำรวยก็อยู่ที่นี่ บริษัทตัดไม้ของฝรั่งเคยตั้งอยู่ที่ลำปางถึง 4 บริษัท ลำปางยุคนั้นมีบริษัทหรือร้านค้าของฝรั่ง แขก พม่า จีน ไทย หลายแห่งมาก ผมเคยเห็นป้ายยี่ห้อร้านโบราณที่เก็บจากยุคนั้น ปรากฏว่า เขียนด้วยภาษาไทย ภาษาอังกฤษ ภาษาจีน ภาษาพม่า และภาษาไทล้านนา รวมแล้วป้ายแผ่นเดียวนั้น เขียนขึ้นด้วย 5 ภาษา
ท่านครับ ลำปาง บ้านเกิดผมนั้น ดู ๆ แล้ว เคยอยู่ในสมัยแห่งโลกาภิวัตน์เสียนี่กระไร และในยุคตัดไม้ส่งใต้นี้เอง ชาวพม่าและไทใหญ่จากรัฐฉานก็ตามฝรั่งเข้ามาทำงานและพำนักหรือตั้งครอบครัวอยู่ทั่วลำปาง รวมทั้งได้สร้างวัดสไตล์พม่า-ไทใหญ่ ที่เหลือมาถึงทุกวันนี้ก็ราว 20 วัดเข้าไปแล้ว ไปเที่ยวลำปางทุกวันนี้ อย่าลืมไปไหว้ไปดูวัดพม่านะครับ สวยงามแปลกตา ดูเหมือนวัดสวย ๆ ในเมืองพม่าเลย และครั้งหนึ่งที่ลำปางมีสังฆราชนิกายพม่าประทับอยู่ในวัดใดวัดหนึ่งเหล่านี้ด้วย ทุกวันนี้ไม่แน่ใจว่า ยังมีสังฆราชนี้อยู่หรือเปล่า
เติมอีกนิด แต่สำหรับผมแล้ว การเติมนี่เป็นอะไรที่น่าภูมิใจเป็นพิเศษครับ ในยุคนั้น ลำปางมีสถานกงสุลอังกฤษไปตั้ง ยิ่งกว่านั้นยังมีแบงค์สยามกัมมาจลไปเปิดสาขา เมื่อปี 2473 เป็นธนาคารไทยแห่งแรกที่ลำปาง และที่ตั้งของธนาคารบนถนนฉัตรชัย กลายเป็นสาขาต่างจังหวัดที่เก่าที่สุดของธนาคารไทยพาณิชย์ (ชื่อในปัจจุบันของสยามกัมมาจล) ในทุกวันนี้ ที่ทำการของสาขาทุ่งสงและของสาขาเชียงใหม่ที่เปิดในเวลาใกล้เคียงกันนี้ ไม่เหลือแล้วครับ แต่ที่ลำปางยังตั้งอยู่ ตึกเก่าที่ตั้งสาขานั้นสวยสง่าและแข็งแรงยิ่ง ปัจจุบันใช้เป็นพิพิธภัณฑ์ของไทยพาณิชย์
ที่ผมดีใจเป็นพิเศษที่จะแนะนำต่อไป คือ ธนาคารสยามกัมมาจลเดิมแห่งนี้ อยู่บนถนนฉัตรชัย ไม่ไกลจาก รร.อัสสัมชัญลำปาง และอยู่เยื้องบ้านที่ 2 ของครอบครัวผม บ้านที่ผมอยู่ตั้งแต่ปี 2504-5 เป็นต้นมา หลังจากพ่อแม่ขายบ้านที่สบตุ๋ยที่ผมเกิด เล่ามาแล้วในข้างต้น ความจริงอยู่เยื้องนิดเดียว เกือบเรียกว่าอยู่ตรงข้ามทีเดียว ตอนเด็ก ๆ ผมเคยเดินตามคุณแม่ข้ามไปทำธุรกรรมที่ธนาคารเก่าแก่แต่สง่าและงดงามแห่งนี้ด้วย
ก็ธนาคารไทยพาณิชย์เยื้องบ้านนี้เองครับ ที่ มรว.คึกฤทธิ์ ปราโมช มาอยู่เป็นผู้จัดการไทยคนแรกถึง 8 ปี ในช่วงปี 2479-2487 อาจารย์คึกฤทธิ์ของสยามรัฐ อาจารย์ใหญ่ของชาวธรรมศาสตร์ ผู้เขียน “สี่แผ่นดิน” และอดีตนายกรัฐมนตรีของประเทศผู้นี้ แต่งงานอยู่กินกับคุณหญิงพักตร์พริ้งที่ธนาคารอันเป็นบ้านพักด้วยที่นี่เอง มีลูก 2 คนก็ที่นี่ ที่ลำปาง เลี้ยงลูกในยามเด็กก็ที่นี่ ที่ลำปาง ท่านอยู่ข้ามถนน เยื้องบ้านผมไปนิดเดียว ขอคุยหน่อย และขอเล่าให้คนรุ่นหลังฟังนะครับ มรว.คึกฤทธิ์ ท่านพูดเหนือ พูดภาษาลำปางได้เป็นอย่างดี อย่างคนโบราณ ออกเสียงได้ชัดเจน และท่านมีเพื่อนอยู่ลำปางหลายคน ท่านถือตนเป็นคนลำปางคนหนึ่ง และยังมีบ้านพักอยู่บนดอยขุนตาลเสียด้วย บ้านที่ดินมีโฉนดแต่โบราณ ท่านได้มาจากฝรั่ง ตั้งแต่มาเป็นผู้จัดการที่กัมมาจลลำปางนั่นเอง
และทั้งหมดนี้ ก็คืออะไรหลายอย่างที่สำคัญ ที่ผมภูมิใจกับลำปาง บ้านเก่า เมืองเกิด ขอเชิญชวนท่านไปเที่ยวชมลำปาง แม้ทุกวันนี้ลำปางของผมจะไม่เติบโตขยายตัว โด่งดังสนั่นหวั่นไหว เหมือนเชียงใหม่กับเชียงราย แต่ก็น่าเที่ยวน่าอยู่ และมีอะไรดี ๆ เก่า ๆ ให้ศึกษาเยอะ ใครจะมาหรือไม่มา ชมหรือไม่ชมเมืองนี้ แต่สำหรับผมแล้ว ลำปางนั้น “อยู่ในดวงใจ” เสมอ ชั่วนิรันดร์”
“ลำปาง เมืองแม่-บ้านเกิด ที่ภูมิใจของผม
ผมเกิดที่ละแวก “สบตุ๋ย” อ.เมือง จ.ลำปาง ในบ้านตึกห้องแถวโบราณสูงมากเก่าแก่ สร้างมาตั้งแต่่ก่อนสงครามโลก ครั้งที่ 2 สูง 2 ชั้น มีหลังบ้านยาวมาก เป็นโกดังเก็บข้าวสาร ย่านสบตุ๋ยรุ่งเรืองขึ้นมาเพราะการค้าคึกคักหน้าสถานีรถไฟ รางรถไฟ สร้างจากกรุงเทพฯ มาถึงสถานีลำปาง ในปี 2459 ในต้นสมัยรัชกาลที่ 6 ลำปางมีอะไรที่เท่ห์ น่าภูมิใจหลายอย่างในความเห็นผม จะเล่าให้ฟังครับ
1.เมืองลำปาง จัดเป็นเมืองเก่าแก่มาก ในมาตรฐานของไทย คือ มีอายุเมืองกว่า 1,300 ปี เป็นเมืองแฝดกับเมืองลำพูนหรือเมืองหริภุญชัย เมืองแฝดลำปาง-ลำพูน จัดเป็น 2 เมืองเหนือ ที่มีต้นกำเนิดมาตั้งแต่สมัยนางพญาจามเทวี คนพื้นเมืองส่วนใหญ่ในเมืองเหนือในยุคสมัยนั้น เป็นคนลัวะและมอญ อ้อ มีกะเหรี่ยงด้วย และน่าจะมีไทยวน หรือ ไทโยน หรือที่ต่อมาเรียกตนเองใหม่ว่า “คนเมือง” อันเป็นคนส่วนใหญ่ในปัจจุบัน เริ่มแทรกเข้ามาอยู่บ้างแล้ว
ลำปางนั้น โปรดทราบ เก่าแก่ยิ่งกว่าอาณาจักรล้านนา เก่ากว่าเชียงใหม่ราชธานีแห่งล้านนา ซึ่งสร้างขึ้นโดยพญามังรายถึง 600 ปีครับ ล้านนานั้น แน่นอนเป็นอาณาจักรของคน “ไท ยวน” หรือ “ไทโยน” อยู่ร่วมสมัยกับสุโขทัยของพ่อขุนรามคำแหง ผงาดอำนาจขึ้นมาแทนอาณาจักรหริภุญไชย อันมีลำพูนและลำปางเป็นเมืองสำคัญ เมื่อพญามังรายนำทัพจากเมืองเชียงรายและเงินยาง-เชียงแสน เข้ามายึดครองแคว้นหริภุญชัยได้เมื่อกว่า 700 ปีมาแล้ว ผู้คนส่วนใหญ่ของภาคเหนือในตอนบน น่าจะเป็น “ไทยวน” หรือ “ไทโยน” ไปแล้ว ลำปางได้กลายจาก “เมืองของมอญ” (คือ มอญแห่งหริภุญชัย ซึ่งเป็นคนละพวกกับมอญทางภาคกลางของไทย นั่นเรียก มอญทวาราวดี) เป็น “เมืองของไท”
สิ่งที่น่าประทับใจเกี่ยวกับเมืองลำปางประการที่ 2 คือ จริง ๆ แล้ว พญากาวิละ คนลำปาง หรือ เจ้าลำปางต่างหาก ไม่ใช่คนเชียงใหม่ ที่เป็นผู้นำล้านนาให้ออกจากการปกครองของพม่าไปสู่วงแขนของรัตนโกสินทร์ ต้องอธิบายเพิ่มเติมว่า ล้านนานั้นปกครองตนเองจากยุคพญามังรายมาตลอด จนกระทั่งเสียเมืองให้แก่บุเรงนอง ใกล้เคียงกับเวลาที่อยุธยาเสียเมืองให้พระเจ้าสิบทิศพระองค์นี้ จากนั้นมาล้านนาก็ตกอยู่ใต้การปกครองของพม่ากว่า 200 ปี ลุถึงปี 2317 เจ้าลำปางนามว่า พญากาวิละแห่งราชวงศ์ “ทิพจักร” จึงนำทัพจากลำปางไปร่วมกับพญาจ่าบ้านเจ้าเมืองเชียงใหม่ เป็นขบถต่อพม่าและสวามิภักดิ์ต่อรัตนโกสินทร์ มีความดีความชอบในการสงครามกับพม่าหลายต่อหลายครั้ง จนในที่สุดพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 1 โปรดเกล้าให้เป็นพระเจ้าเชียงใหม่ ทรงสถาปนาราชวงศ์ทิพจักรขึ้นปกครองล้านนา
ในประวัติศาสตร์ล้านนาที่ยาวนานยิ่งกว่าอยุธยาเสียอีกนั้น ปรากฏกษัตริย์ปกครองอยู่เพียง 2 ราชวงศ์เท่านั้น คือ ราชวงศ์มังรายปกครองกว่า 300 ปี และราชวงศ์ทิพจักรปกครองอยู่ราว 150 ปี ต้องย้ำว่า ต้นราชวงศ์ทิพจักรนั้น คือ คนลำปางครับ เจ้าปู่ของกาวิละก็คือ “ทิพย์ช้าง” เดิมท่านเป็นพรานช้างอยู่ที่ปงยางคก ซึ่งเป็นตำบลหนึ่งของ อ.ห้างฉัตร ในปัจจุบันนี้เอง และพญากาวิละ ผู้ห้าวหาญ รบเคียงคู่กับพระเจ้าตากกับรัชกาลที่ 1 และกรมพระราชวังหลัง ก่อนจะรับโปรดเกล้าฯ ขึ้นเป็นพระเจ้าเชียงใหม่ ก็คือ เจ้าผู้ครองลำปางมาก่อนนี่เอง กล่าวได้ไม่ผิดว่า ล้านนาในยุคหลังที่มารวมกับรัตนโกสินทร์สำเร็จนั้น เป็นล้านนาที่นำโดยวีรชนคนกล้าจากลำปาง
สิ่งที่น่าภูมิใจประการที่ 3 ในความเห็นผม คือ ลำปางเจริญรุ่งเรืองและมีความหลากหลายทางชาติพันธ์มากในยุคตัดไม้สักส่งขายฝรั่ง ที่ผมขอเรียกว่า ยุค “กึ่งอาณานิคม” ตรงกับรัชกาลที่ 5 ถึงต้นรัชกาลที่ 7 โดยประมาณ โดยเฉพาะในช่วงปี 2459 ถึง ปี 2469 เป็นเวลา 10 ปี ที่ทางรถไฟจากกรุงเทพฯ มาหยุดปลายทางเพียงที่ อ.เมือง จ.ลำปาง ในระหว่างที่ทางรถไฟยังขึ้นไปไม่ถึงเชียงใหม่อยู่ร่วม 10 ปีนี้ ลำปางเป็นเมืองการค้าที่สำคัญที่สุดของล้านนาก็ว่าได้ในยุคนั้น ลำปางเฟืองฟุ่งรุ่งเรือง อาศัยแม่น้ำวังและการเป็นศูนย์กลางทางรถไฟของภาคเหนือ ขายฝิ่น ข้าว ไม้สัก ให้แก่กรุงเทพฯ และทั่วประเทศ หรือให้แก่ต่างประเทศอย่างคึกคักขมักเขม้น
บ้านอันเก่าแก่ลือชื่อของเศรษฐีไม้สักชื่อ นายหลุยส์ บุตรชายของ แอนนา เลียวโนเวนส์ สตรีผู้ถวายการสอนภาษาอังกฤษให้แด่เจ้าฟ้าจุฬาลงกรณ์ ที่คนไทยรู้จักดีผ่านหนังฝรั่งเรื่อง “คิงแอนด์ไอ” ก็ตั้งอยู่ที่นี่ ทุกวันนี้ยังไปดูได้ บ้าน “เสานัก” อันมีเสาไม้สักงามรองพื้นบ้านอยู่นับร้อยต้น ของคหบดีชาวพม่าผู้เข้ามาช่วยฝรั่งตัดไม้จนร่ำรวยก็อยู่ที่นี่ บริษัทตัดไม้ของฝรั่งเคยตั้งอยู่ที่ลำปางถึง 4 บริษัท ลำปางยุคนั้นมีบริษัทหรือร้านค้าของฝรั่ง แขก พม่า จีน ไทย หลายแห่งมาก ผมเคยเห็นป้ายยี่ห้อร้านโบราณที่เก็บจากยุคนั้น ปรากฏว่า เขียนด้วยภาษาไทย ภาษาอังกฤษ ภาษาจีน ภาษาพม่า และภาษาไทล้านนา รวมแล้วป้ายแผ่นเดียวนั้น เขียนขึ้นด้วย 5 ภาษา
ท่านครับ ลำปาง บ้านเกิดผมนั้น ดู ๆ แล้ว เคยอยู่ในสมัยแห่งโลกาภิวัตน์เสียนี่กระไร และในยุคตัดไม้ส่งใต้นี้เอง ชาวพม่าและไทใหญ่จากรัฐฉานก็ตามฝรั่งเข้ามาทำงานและพำนักหรือตั้งครอบครัวอยู่ทั่วลำปาง รวมทั้งได้สร้างวัดสไตล์พม่า-ไทใหญ่ ที่เหลือมาถึงทุกวันนี้ก็ราว 20 วัดเข้าไปแล้ว ไปเที่ยวลำปางทุกวันนี้ อย่าลืมไปไหว้ไปดูวัดพม่านะครับ สวยงามแปลกตา ดูเหมือนวัดสวย ๆ ในเมืองพม่าเลย และครั้งหนึ่งที่ลำปางมีสังฆราชนิกายพม่าประทับอยู่ในวัดใดวัดหนึ่งเหล่านี้ด้วย ทุกวันนี้ไม่แน่ใจว่า ยังมีสังฆราชนี้อยู่หรือเปล่า
เติมอีกนิด แต่สำหรับผมแล้ว การเติมนี่เป็นอะไรที่น่าภูมิใจเป็นพิเศษครับ ในยุคนั้น ลำปางมีสถานกงสุลอังกฤษไปตั้ง ยิ่งกว่านั้นยังมีแบงค์สยามกัมมาจลไปเปิดสาขา เมื่อปี 2473 เป็นธนาคารไทยแห่งแรกที่ลำปาง และที่ตั้งของธนาคารบนถนนฉัตรชัย กลายเป็นสาขาต่างจังหวัดที่เก่าที่สุดของธนาคารไทยพาณิชย์ (ชื่อในปัจจุบันของสยามกัมมาจล) ในทุกวันนี้ ที่ทำการของสาขาทุ่งสงและของสาขาเชียงใหม่ที่เปิดในเวลาใกล้เคียงกันนี้ ไม่เหลือแล้วครับ แต่ที่ลำปางยังตั้งอยู่ ตึกเก่าที่ตั้งสาขานั้นสวยสง่าและแข็งแรงยิ่ง ปัจจุบันใช้เป็นพิพิธภัณฑ์ของไทยพาณิชย์
ที่ผมดีใจเป็นพิเศษที่จะแนะนำต่อไป คือ ธนาคารสยามกัมมาจลเดิมแห่งนี้ อยู่บนถนนฉัตรชัย ไม่ไกลจาก รร.อัสสัมชัญลำปาง และอยู่เยื้องบ้านที่ 2 ของครอบครัวผม บ้านที่ผมอยู่ตั้งแต่ปี 2504-5 เป็นต้นมา หลังจากพ่อแม่ขายบ้านที่สบตุ๋ยที่ผมเกิด เล่ามาแล้วในข้างต้น ความจริงอยู่เยื้องนิดเดียว เกือบเรียกว่าอยู่ตรงข้ามทีเดียว ตอนเด็ก ๆ ผมเคยเดินตามคุณแม่ข้ามไปทำธุรกรรมที่ธนาคารเก่าแก่แต่สง่าและงดงามแห่งนี้ด้วย
ก็ธนาคารไทยพาณิชย์เยื้องบ้านนี้เองครับ ที่ มรว.คึกฤทธิ์ ปราโมช มาอยู่เป็นผู้จัดการไทยคนแรกถึง 8 ปี ในช่วงปี 2479-2487 อาจารย์คึกฤทธิ์ของสยามรัฐ อาจารย์ใหญ่ของชาวธรรมศาสตร์ ผู้เขียน “สี่แผ่นดิน” และอดีตนายกรัฐมนตรีของประเทศผู้นี้ แต่งงานอยู่กินกับคุณหญิงพักตร์พริ้งที่ธนาคารอันเป็นบ้านพักด้วยที่นี่เอง มีลูก 2 คนก็ที่นี่ ที่ลำปาง เลี้ยงลูกในยามเด็กก็ที่นี่ ที่ลำปาง ท่านอยู่ข้ามถนน เยื้องบ้านผมไปนิดเดียว ขอคุยหน่อย และขอเล่าให้คนรุ่นหลังฟังนะครับ มรว.คึกฤทธิ์ ท่านพูดเหนือ พูดภาษาลำปางได้เป็นอย่างดี อย่างคนโบราณ ออกเสียงได้ชัดเจน และท่านมีเพื่อนอยู่ลำปางหลายคน ท่านถือตนเป็นคนลำปางคนหนึ่ง และยังมีบ้านพักอยู่บนดอยขุนตาลเสียด้วย บ้านที่ดินมีโฉนดแต่โบราณ ท่านได้มาจากฝรั่ง ตั้งแต่มาเป็นผู้จัดการที่กัมมาจลลำปางนั่นเอง
และทั้งหมดนี้ ก็คืออะไรหลายอย่างที่สำคัญ ที่ผมภูมิใจกับลำปาง บ้านเก่า เมืองเกิด ขอเชิญชวนท่านไปเที่ยวชมลำปาง แม้ทุกวันนี้ลำปางของผมจะไม่เติบโตขยายตัว โด่งดังสนั่นหวั่นไหว เหมือนเชียงใหม่กับเชียงราย แต่ก็น่าเที่ยวน่าอยู่ และมีอะไรดี ๆ เก่า ๆ ให้ศึกษาเยอะ ใครจะมาหรือไม่มา ชมหรือไม่ชมเมืองนี้ แต่สำหรับผมแล้ว ลำปางนั้น “อยู่ในดวงใจ” เสมอ ชั่วนิรันดร์”






