
วธ.แลกเปลี่ยนความร่วมมือจีนหนุนงานศิลปวัฒนธรรม มอบทุนปีละ 1 พันทุน
กระทรวงวัฒนธรรม แลกเปลี่ยนความร่วมมือกับจีน สนับสนุนกิจกรรมด้านศิลปวัฒนธรรมทั้งในและต่างประเทศ โดยทางคณะกรรมการกองทุนศิลปะแห่งชาติ จะคัดเลือกให้รับทุนปีละประมาณ 1,000 ทุน ในจำนวนนี้มีทุนสำหรับแลกเปลี่ยนเรียนรู้ทางวัฒนธรรมระหว่างประเทศด้วย
นายกฤษศญพงษ์ ศิริ ปลัดกระทรวงวัฒนธรรม กล่าวภายหลังการประชุมหารือร่วม กับนายไช่ หวู ประธานกองทุนศิลปะแห่งชาติของจีน และอดีตรัฐมนตรีกระทรวงวัฒนธรรม สาธารณรัฐประชาชนจีน และคณะผู้แทนกองทุนศิลปะแห่งชาติ ของจีน เมื่อเร็วๆนี้ว่า ได้รับทราบข้อมูลเบื้องต้นของกองทุนศิลปะแห่งชาติของจีนนั้นตั้งขึ้นเป็นกองทุนสนับสนุนช่วยเหลือศิลปิน โครงการ กิจกรรมด้านศิลปวัฒนธรรมทั้งในและต่างประเทศ ที่สำคัญมีการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ซึ่งกันและกัน โดยได้รับเงินสนับสนุนจากรัฐบาลจีนปีละประมาณ 4,000 ล้านบาท มีศิลปิน ผู้สนใจสมัครขอรับทุนปีละกว่า 10,000 ราย
ทั้งนี้ทางคณะกรรมการกองทุนศิลปะแห่งชาติ จะคัดเลือกให้รับทุนปีละประมาณ 1,000 ทุน ในจำนวนนี้มีทุนสำหรับแลกเปลี่ยนเรียนรู้ทางวัฒนธรรมระหว่างประเทศ ดังนั้นการเดินทางมาหารือครั้งนี้เพื่อแลกเปลี่ยนเรียนรู้การส่งเสริมงานด้านศิลปวัฒนธรรมระหว่างไทยและจีน เพื่อเป็นการกระชับความสัมพันธ์ ระหว่างสองประเทศมากยิ่งขึ้น อาทิ การแลกเปลี่ยนเรียนรู้ระหว่างระ ดับรัฐมนตรี ผู้บริหาร ข้าราชการ หรือร่วมกิจกรรมใหญ่ด้านศิลปวัฒนธรรมและท่องเที่ยว
ปลัด วธ. กล่าวต่อไปว่า ในการหารือครั้งนี้ ทางประธานกองทุนศิลปะแห่งชาติของจีนให้ความสนใจศึกษาแลกเปลี่ยน การดำเนินงานกองทุนด้านศิลปวัฒน ธรรมของไทยในหลากหลายสาขา อาทิ การดูแลศิลปินของกองทุนศิลปินแห่งชาติ การส่งเสริมด้านไอทีให้ประชาชนของกองทุนสื่อปลอดภัยและสร้ างสรรค์ การส่งเสริมงานด้านแฟชั่นดีไชน์ ของกองทุนส่งเสริมศิลปะร่วมสมัย ซึ่งในการหารือครั้งนี้ทั้งสอง ประเทศหวังเป็นอย่างยิ่งว่าจะมีความร่วมมือด้านศิลปวัฒนธรรมในอ นาคต ทางกระทรวงวัฒนธรรม พร้อมให้ความร่วมมืออย่างดีทั้ง ในระดับประเทศ ระดับกระทรวงและระดับประชาชนกับ ประชาชน เพื่อนำมิติศิลปวัฒนธรรมไปพัฒนา ประเทศให้เกิดประโยชน์สูงสุด ตามนโยบายและยุทธศาสตร์ของรัฐบาลพลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และนโยบายของนายวีระ โรจน์พจนรัตน์ รมว.วธ. ในด้านการศึกษาและเรียนรู้ การทำนุบำรุงศาสนา ศิลปะและวัฒนธรรม โดยให้มีการอนุรักษ์ ฟื้นฟูและเผยแพร่มรดกทางวัฒนธรร ม ภูมิปัญญาท้องถิ่น รวมทั้งความหลากหลายของศิลปวัฒน ธรรมไทย เพื่อการเรียนรู้สร้างความภาคภู มิใจในประวัติศาสตร์และความเป็น ไทย นำไปสู่การสร้างความสัมพันธ์อัน ดีในระดับประชาชน ระดับชาติ ระดับภูมิภาคและระดับนานาชาติ ตลอดจนเพิ่มมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐ กิจให้แก่ประเทศ
นายกฤษศญพงษ์ ศิริ ปลัดกระทรวงวัฒนธรรม กล่าวภายหลังการประชุมหารือร่วม กับนายไช่ หวู ประธานกองทุนศิลปะแห่งชาติของจีน และอดีตรัฐมนตรีกระทรวงวัฒนธรรม สาธารณรัฐประชาชนจีน และคณะผู้แทนกองทุนศิลปะแห่งชาติ ของจีน เมื่อเร็วๆนี้ว่า ได้รับทราบข้อมูลเบื้องต้นของกองทุนศิลปะแห่งชาติของจีนนั้นตั้งขึ้นเป็นกองทุนสนับสนุนช่วยเหลือศิลปิน โครงการ กิจกรรมด้านศิลปวัฒนธรรมทั้งในและต่างประเทศ ที่สำคัญมีการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ซึ่งกันและกัน โดยได้รับเงินสนับสนุนจากรัฐบาลจีนปีละประมาณ 4,000 ล้านบาท มีศิลปิน ผู้สนใจสมัครขอรับทุนปีละกว่า 10,000 ราย
ทั้งนี้ทางคณะกรรมการกองทุนศิลปะแห่งชาติ จะคัดเลือกให้รับทุนปีละประมาณ 1,000 ทุน ในจำนวนนี้มีทุนสำหรับแลกเปลี่ยนเรียนรู้ทางวัฒนธรรมระหว่างประเทศ ดังนั้นการเดินทางมาหารือครั้งนี้เพื่อแลกเปลี่ยนเรียนรู้การส่งเสริมงานด้านศิลปวัฒนธรรมระหว่างไทยและจีน เพื่อเป็นการกระชับความสัมพันธ์ ระหว่างสองประเทศมากยิ่งขึ้น อาทิ การแลกเปลี่ยนเรียนรู้ระหว่างระ ดับรัฐมนตรี ผู้บริหาร ข้าราชการ หรือร่วมกิจกรรมใหญ่ด้านศิลปวัฒนธรรมและท่องเที่ยว
ปลัด วธ. กล่าวต่อไปว่า ในการหารือครั้งนี้ ทางประธานกองทุนศิลปะแห่งชาติของจีนให้ความสนใจศึกษาแลกเปลี่ยน การดำเนินงานกองทุนด้านศิลปวัฒน ธรรมของไทยในหลากหลายสาขา อาทิ การดูแลศิลปินของกองทุนศิลปินแห่งชาติ การส่งเสริมด้านไอทีให้ประชาชนของกองทุนสื่อปลอดภัยและสร้ างสรรค์ การส่งเสริมงานด้านแฟชั่นดีไชน์ ของกองทุนส่งเสริมศิลปะร่วมสมัย ซึ่งในการหารือครั้งนี้ทั้งสอง ประเทศหวังเป็นอย่างยิ่งว่าจะมีความร่วมมือด้านศิลปวัฒนธรรมในอ นาคต ทางกระทรวงวัฒนธรรม พร้อมให้ความร่วมมืออย่างดีทั้ง ในระดับประเทศ ระดับกระทรวงและระดับประชาชนกับ ประชาชน เพื่อนำมิติศิลปวัฒนธรรมไปพัฒนา ประเทศให้เกิดประโยชน์สูงสุด ตามนโยบายและยุทธศาสตร์ของรัฐบาลพลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และนโยบายของนายวีระ โรจน์พจนรัตน์ รมว.วธ. ในด้านการศึกษาและเรียนรู้ การทำนุบำรุงศาสนา ศิลปะและวัฒนธรรม โดยให้มีการอนุรักษ์ ฟื้นฟูและเผยแพร่มรดกทางวัฒนธรร ม ภูมิปัญญาท้องถิ่น รวมทั้งความหลากหลายของศิลปวัฒน ธรรมไทย เพื่อการเรียนรู้สร้างความภาคภู มิใจในประวัติศาสตร์และความเป็น ไทย นำไปสู่การสร้างความสัมพันธ์อัน ดีในระดับประชาชน ระดับชาติ ระดับภูมิภาคและระดับนานาชาติ ตลอดจนเพิ่มมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐ กิจให้แก่ประเทศ






