
แนวโน้มราคาทองคำวันจันทร์(15 พ.ค.60)
สรุปสภาวะตลาดทองคำแท่ง วันที่ 12 พฤษภาคม 2560
สภาวะตลาดวันที่ 12 พฤษภาคม 2560 ราคาทองคำแกว่งตัวในกรอบที่ระดับ 1,224.05-1,229.70 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ขณะที่ราคาทองคำแท่ง 96.5% ภายในประเทศขายออกอยู่ที่ 20,200 บาทต่อบาททองคำ โดยราคาปรับตัวขึ้น 50 บาท จากวันก่อนหน้าที่ระดับ 20,150 บาทต่อบาททองคำ
(หมายเหตุ: ข้อมูลนี้จัดทำขึ้น ณ เวลา 16.03 น.ของวันที่ 12/05/2560)
แนวโน้มวันที่ 15 พฤษภาคม 2560
ราคาทองคำมีเสถียรภาพมากขึ้นหลังจากทรงตัวอยู่เหนือจุดต่ำสุดในรอบ 8 สัปดาห์ที่ 1,213.81 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ระหว่างสัปดาห์ ทองคำในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัยได้แรงหนุนจากความกังวลว่า ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ของสหรัฐสั่งปลดนายเจมส์ โคมีย์ออกจากตำแหน่งผู้อำนวยการสำนักงานสอบสวนกลางของสหรัฐ (เอฟบีไอ) อาจจะสร้างความยากลำบากให้แก่ ปธน.ทรัมป์ ในการผลักดันแผนปฏิรูปภาษี ส่งผลให้ดัชนีดอลลาร์อ่อนค่าหลังจากพุ่งขึ้นในช่วงที่ผ่านมา ทั้งนี้ ราคาทองคำได้รับแรงหนุนเพิ่มธนาคารกลางจีนได้อัดฉีดเม็ดเงินใหม่ผ่านโครงการให้สินเชื่อระยะกลาง ซึ่งการปล่อยสินเชื่อใหม่สกุลหยวนคิดเป็นมูลค่า 1.1 ล้านล้านหยวน (1.594 แสนล้านดอลลาร์) ในเดือนเม.ย. ซึ่งสูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดไว้ ซึ่งการขยายสินเชื่อทำให้เกิดความวิตกเกี่ยวกับความเสี่ยงทางการเงินจากการเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วของหนี้ ประเด็นดังกล่าวกระตุ้นแรงซื้อทองคำเพิ่มเติม ประกอบกับข้อมูลเศรษฐกิจประจำเดือนเม.ย.ของจีน พบว่า การค้าชะลอตัวลง และดัชนีราคาผู้ผลิต (PPI) ลดลงมากเกินคาด ซึ่งเป็นสัญญาณบ่งชี้ว่า กิจกรรมภาคการผลิตของจีนอาจจะกำลังชะลอตัวลง เช่นเดียวกับภาคส่วนอื่นๆ ในเศรษฐกิจ ข้อมูลดังกล่าวตอกย้ำมุมมองของนักวิเคราะห์ที่ว่า การขยายตัวทางเศรษฐกิจของจีนกำลังเริ่มชะลอตัว หลังจากขยายตัวมากเกินคาดในช่วงต้นปี ด้วยเหตุผลเหล่านี้ทำให้วายแอลจีแนะนำให้ใช้กลยุทธ์เข้าซื้อเพื่อเก็งกำไรระยะสั้น ประเมินว่าราคาทองคำยังมีแนวโน้มที่จะปรับตัวขึ้นต่อไปได้อีกโดยราคาทองคำมีแนวโน้มขึ้นทดสอบแนวต้านในโซน 1,235 ดอลลาร์ต่อออนซ์ อย่างไรก็ตามการจับตาความเคลื่อนไหวของราคาทองคำในตลาดโลกนั้นยังไม่เพียงพอ เพราะการเคลื่อนไหวของค่าเงินบาทที่แกว่งตัวเพิ่มสูงขึ้นในช่วงนี้ด้วย
กลยุทธ์การลงทุน ทางวายแอลจีมีมุมมองว่า ราคาทองคำยังมีแนวโน้มปรับตัวเพิ่มสูงขึ้นและ ยังมีโอกาสทดสอบแนวต้านต่อไปที่ 1,235 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ซึ่งนักลงทุนยังคงต้องระมัดระวังแรงขายทำกำไร เนื่องจากช่วงที่ผ่านมาราคาทองคำเมื่อมีการปรับตัวขึ้นแรงก็จะมีแรงขายทำกำไรออกมาแรงเช่นกัน โดยนักลงทุนที่สะสมทองคำไว้อาจมีการขายทำกำไรบ้างส่วนออกมาบ้าง โดยให้ดูว่าราคาจะผ่านแนวต้านได้หรือไม่ ถ้าสามารถผ่านไปได้ให้นักลงทุนที่รับความเสี่ยงสูงได้แนะนำให้ถือต่อไป เพื่อไปขายทำกำไรที่แนวต้านถัดไป และหากราคาทองคำมีการปรับตัวลดลงมา ไม่หลุดแนวรับ แนะนำนักลงทุนสามารถเก็งกำไร โดยให้เน้นไปที่การเข้าซื้อ ทั้งนี้ประเมินแนวรับไว้ที่ 1,213 ดอลลาร์ต่อออนซ์ โดยมีแนวรับถัดไปอยู่ที่ 1,207 ดอลลาร์ต่อออนซ์
ทองคำแท่ง (96.50%)
แนวรับ 1,213 (19,950บาท) 1,207 (19,850บาท) 1,200 (19,700บาท)
แนวต้าน 1,235 (20,300บาท) 1,245 (20,450บาท) 1,253 (20,600บาท)
ที่มา : บริษัท วายแอลจี บูลเลี่ยน อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด
สภาวะตลาดวันที่ 12 พฤษภาคม 2560 ราคาทองคำแกว่งตัวในกรอบที่ระดับ 1,224.05-1,229.70 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ขณะที่ราคาทองคำแท่ง 96.5% ภายในประเทศขายออกอยู่ที่ 20,200 บาทต่อบาททองคำ โดยราคาปรับตัวขึ้น 50 บาท จากวันก่อนหน้าที่ระดับ 20,150 บาทต่อบาททองคำ
(หมายเหตุ: ข้อมูลนี้จัดทำขึ้น ณ เวลา 16.03 น.ของวันที่ 12/05/2560)
แนวโน้มวันที่ 15 พฤษภาคม 2560
ราคาทองคำมีเสถียรภาพมากขึ้นหลังจากทรงตัวอยู่เหนือจุดต่ำสุดในรอบ 8 สัปดาห์ที่ 1,213.81 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ระหว่างสัปดาห์ ทองคำในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัยได้แรงหนุนจากความกังวลว่า ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ของสหรัฐสั่งปลดนายเจมส์ โคมีย์ออกจากตำแหน่งผู้อำนวยการสำนักงานสอบสวนกลางของสหรัฐ (เอฟบีไอ) อาจจะสร้างความยากลำบากให้แก่ ปธน.ทรัมป์ ในการผลักดันแผนปฏิรูปภาษี ส่งผลให้ดัชนีดอลลาร์อ่อนค่าหลังจากพุ่งขึ้นในช่วงที่ผ่านมา ทั้งนี้ ราคาทองคำได้รับแรงหนุนเพิ่มธนาคารกลางจีนได้อัดฉีดเม็ดเงินใหม่ผ่านโครงการให้สินเชื่อระยะกลาง ซึ่งการปล่อยสินเชื่อใหม่สกุลหยวนคิดเป็นมูลค่า 1.1 ล้านล้านหยวน (1.594 แสนล้านดอลลาร์) ในเดือนเม.ย. ซึ่งสูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดไว้ ซึ่งการขยายสินเชื่อทำให้เกิดความวิตกเกี่ยวกับความเสี่ยงทางการเงินจากการเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วของหนี้ ประเด็นดังกล่าวกระตุ้นแรงซื้อทองคำเพิ่มเติม ประกอบกับข้อมูลเศรษฐกิจประจำเดือนเม.ย.ของจีน พบว่า การค้าชะลอตัวลง และดัชนีราคาผู้ผลิต (PPI) ลดลงมากเกินคาด ซึ่งเป็นสัญญาณบ่งชี้ว่า กิจกรรมภาคการผลิตของจีนอาจจะกำลังชะลอตัวลง เช่นเดียวกับภาคส่วนอื่นๆ ในเศรษฐกิจ ข้อมูลดังกล่าวตอกย้ำมุมมองของนักวิเคราะห์ที่ว่า การขยายตัวทางเศรษฐกิจของจีนกำลังเริ่มชะลอตัว หลังจากขยายตัวมากเกินคาดในช่วงต้นปี ด้วยเหตุผลเหล่านี้ทำให้วายแอลจีแนะนำให้ใช้กลยุทธ์เข้าซื้อเพื่อเก็งกำไรระยะสั้น ประเมินว่าราคาทองคำยังมีแนวโน้มที่จะปรับตัวขึ้นต่อไปได้อีกโดยราคาทองคำมีแนวโน้มขึ้นทดสอบแนวต้านในโซน 1,235 ดอลลาร์ต่อออนซ์ อย่างไรก็ตามการจับตาความเคลื่อนไหวของราคาทองคำในตลาดโลกนั้นยังไม่เพียงพอ เพราะการเคลื่อนไหวของค่าเงินบาทที่แกว่งตัวเพิ่มสูงขึ้นในช่วงนี้ด้วย
กลยุทธ์การลงทุน ทางวายแอลจีมีมุมมองว่า ราคาทองคำยังมีแนวโน้มปรับตัวเพิ่มสูงขึ้นและ ยังมีโอกาสทดสอบแนวต้านต่อไปที่ 1,235 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ซึ่งนักลงทุนยังคงต้องระมัดระวังแรงขายทำกำไร เนื่องจากช่วงที่ผ่านมาราคาทองคำเมื่อมีการปรับตัวขึ้นแรงก็จะมีแรงขายทำกำไรออกมาแรงเช่นกัน โดยนักลงทุนที่สะสมทองคำไว้อาจมีการขายทำกำไรบ้างส่วนออกมาบ้าง โดยให้ดูว่าราคาจะผ่านแนวต้านได้หรือไม่ ถ้าสามารถผ่านไปได้ให้นักลงทุนที่รับความเสี่ยงสูงได้แนะนำให้ถือต่อไป เพื่อไปขายทำกำไรที่แนวต้านถัดไป และหากราคาทองคำมีการปรับตัวลดลงมา ไม่หลุดแนวรับ แนะนำนักลงทุนสามารถเก็งกำไร โดยให้เน้นไปที่การเข้าซื้อ ทั้งนี้ประเมินแนวรับไว้ที่ 1,213 ดอลลาร์ต่อออนซ์ โดยมีแนวรับถัดไปอยู่ที่ 1,207 ดอลลาร์ต่อออนซ์
ทองคำแท่ง (96.50%)
แนวรับ 1,213 (19,950บาท) 1,207 (19,850บาท) 1,200 (19,700บาท)
แนวต้าน 1,235 (20,300บาท) 1,245 (20,450บาท) 1,253 (20,600บาท)






