
เอเชีย! กุญแจดอกสำคัญขับเคลื่อนเศรษฐกิจโลก
ที่ประชุม AFMGM+3 ยังมั่นใจเอเชียยังเป็นกุญแจดอกสำคัญช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจโลก เผยยังเสี่ยงเงินทุนเคลื่อนย้าย ชาติมหาอำนาจกีดกันการค้าและนโยบายการเงินที่เข้มงวด
นายอภิศักดิ์ ตันติวรวงศ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เป็นหัวหน้าคณะผู้แทนไทย เข้าร่วมการประชุมรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังและผู้ว่าการธนาคารกลางอาเซียน หรือAFMGM+3 ครั้งที่ 20 ระหว่างวันที่ 4-7 พฤษภาคม 2560 ณ นครโยโกฮามา ประเทศญี่ปุ่น โดยที่ประชุมมองว่าเศรษฐกิจโลก โดยเฉพาะเศรษฐกิจในกลุ่มอาเซียน +3 (อาเซียน + จีน เกาหลีใต้ และญี่ปุ่น) จะยังแข็งแกร่งและเติบโตได้ดีในปี 2560 ต่อเนื่องถึงปี 2561 โดยให้น้ำหนักไปที่ภูมิภาคเอเชียที่จะขับเคลื่อนเศรษฐกิจโลกต่อไป
นอกจากนี้ที่ประชุมยังมองว่า การพัฒนาตลาดทุนให้ได้มาตรฐาน จะรองรับการเคลื่อนย้ายของเงินทุนระหว่างประเทศ ดังนั้นจำเป็นต้องเร่งพัฒนาระบบการติดตามและป้องกันความผันผวนของการเคลื่อนย้ายเงินทุนควบคู่ไปด้วย ซึ่งเอเชียยังเป็นภูมิภาคที่เสี่ยงต่อการผันผวนของเงินทุนเคลื่อนย้ายรวมถึงเป็นภูมิภาคที่ชวนต่อการลงทุน
นอกจากนี้ นายอภิศักดิ์ กล่าวถึงการดำเนินนโยบายการเงินและนโยบายการคลังเชิงมหภาคจะต้องมีความเหมาะสม รวมถึงมีการดำเนินมาตรการเพื่อปฏิรูปเชิงโครงสร้างที่ทำอย่างต่อเนื่อง เน้นไปที่ความมั่นคง อย่างไรก็ดี แต่เศรษฐกิจโลกก็ยังต้องเผชิญกับความเสี่ยงจากความไม่แน่นอนทั้งจากนโยบายเศรษฐกิจของประเทศพัฒนาแล้วที่คงใช้นโยบายปกป้องทางการค้าและนโยบายการเงินที่จะเข้มงวดมากขึ้น ที่ประชุมจึงเห็นพ้องกันว่าแต่ละประเทศจำเป็นต้องดำเนินนโยบายแบบผสมผสาน (Policy Mix) เพื่อรักษาเสถียรภาพทางการเงิน ขณะเดียวกัน ก็ต้องดำเนินนโยบายการคลังเพื่อกระตุ้นให้เศรษฐกิจมีการเติบโตอย่างสมดุล ทั่วถึงและยั่งยืน
นายอภิศักดิ์ ตันติวรวงศ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เป็นหัวหน้าคณะผู้แทนไทย เข้าร่วมการประชุมรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังและผู้ว่าการธนาคารกลางอาเซียน หรือAFMGM+3 ครั้งที่ 20 ระหว่างวันที่ 4-7 พฤษภาคม 2560 ณ นครโยโกฮามา ประเทศญี่ปุ่น โดยที่ประชุมมองว่าเศรษฐกิจโลก โดยเฉพาะเศรษฐกิจในกลุ่มอาเซียน +3 (อาเซียน + จีน เกาหลีใต้ และญี่ปุ่น) จะยังแข็งแกร่งและเติบโตได้ดีในปี 2560 ต่อเนื่องถึงปี 2561 โดยให้น้ำหนักไปที่ภูมิภาคเอเชียที่จะขับเคลื่อนเศรษฐกิจโลกต่อไป
นอกจากนี้ที่ประชุมยังมองว่า การพัฒนาตลาดทุนให้ได้มาตรฐาน จะรองรับการเคลื่อนย้ายของเงินทุนระหว่างประเทศ ดังนั้นจำเป็นต้องเร่งพัฒนาระบบการติดตามและป้องกันความผันผวนของการเคลื่อนย้ายเงินทุนควบคู่ไปด้วย ซึ่งเอเชียยังเป็นภูมิภาคที่เสี่ยงต่อการผันผวนของเงินทุนเคลื่อนย้ายรวมถึงเป็นภูมิภาคที่ชวนต่อการลงทุน
นอกจากนี้ นายอภิศักดิ์ กล่าวถึงการดำเนินนโยบายการเงินและนโยบายการคลังเชิงมหภาคจะต้องมีความเหมาะสม รวมถึงมีการดำเนินมาตรการเพื่อปฏิรูปเชิงโครงสร้างที่ทำอย่างต่อเนื่อง เน้นไปที่ความมั่นคง อย่างไรก็ดี แต่เศรษฐกิจโลกก็ยังต้องเผชิญกับความเสี่ยงจากความไม่แน่นอนทั้งจากนโยบายเศรษฐกิจของประเทศพัฒนาแล้วที่คงใช้นโยบายปกป้องทางการค้าและนโยบายการเงินที่จะเข้มงวดมากขึ้น ที่ประชุมจึงเห็นพ้องกันว่าแต่ละประเทศจำเป็นต้องดำเนินนโยบายแบบผสมผสาน (Policy Mix) เพื่อรักษาเสถียรภาพทางการเงิน ขณะเดียวกัน ก็ต้องดำเนินนโยบายการคลังเพื่อกระตุ้นให้เศรษฐกิจมีการเติบโตอย่างสมดุล ทั่วถึงและยั่งยืน






