thansettakij
thansettakij
อัดบริการโมบายแอพ สนองลูกค้าดิจิตอล รับยอดใช้พุ่งไม่หยุด

อัดบริการโมบายแอพ สนองลูกค้าดิจิตอล รับยอดใช้พุ่งไม่หยุด

13 พ.ค. 60 | 07:00 น.
แบงก์พาเหรดพัฒนาแอพพลิเคชัน อัดบริการใหม่ๆโยกธุรกรรมการเงินจากสาขาสู่มือถือ ดึงลูกค้าเก่า-ใหม่ใช้บริการ “กรุงเทพ” ชี้อนาคตโมบายแบงกิ้งจากธุรกรรม Basic ก้าวลํ้า Apply Service ส่วนกรุงศรีอยุธยาเตรียมปล่อยเวอร์ชันใหม่-ขอสินเชื่อออนไลน์ กสิกรไทยรีแบรนดิ้ง K PLUS ดันยอดใช้งาน 7 ล้านบัญชี

จำนวนการใช้บริการธนาคารอินเตอร์เน็ตและธนาคารออนโมบายล์ผ่านแอพพลิเคชั่นต่างๆที่บันทึกโดยธนาคารแห่งประเทศไทย เมื่อสิ้นปี 2559 เพิ่มขึ้นทั้ง 2 ช่องทาง โดยเฉพาะผ่านโมบายแบงกิ้งมีอัตราการเติบโตอย่างก้าวกระโดดจาก 13.91 ล้านบัญชี เป็น 20.88 ล้านบัญชีขณะที่ช่องทางอินเตอร์เน็ตแบงกิ้งเพิ่มขึ้นจาก 11.90 ล้านบัญชี เป็น 15.09 ล้านบัญชี เป็นผลจากธนาคารพาณิชย์เร่งพัฒนาแอพพลิเคชั่นผ่านสมาร์ทโฟน มากขึ้น ตอบโจทย์ยุคดิจิตอล ที่ลูกค้าต้องการความรวดเร็ว สะดวกสบาย และมีความปลอดภัย

“ในอนาคตช่องทางดิจิตอลจะมาเป็นช่องทางหลักในการทำธุรกรรมของลูกค้า ทั้งผ่านอินเตอร์เน็ตแบง กิ้ง และ โมบายแบงกิ้ง แต่จะเห็นแนวโน้มคนโยกมาใช้ช่องทางโมบายแบงกิ้งมากกว่าอินเทอร์เน็ต อัตราการเติบโตช่องทางโมบายแบงกิ้งขยายตัวอย่างรวดเร็วแบบก้าวกระโดด”นางปรัศนี อุยยามะพันธุ์ ผู้ช่วยผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) กล่าวกับ "ฐานเศรษฐกิจ"

การแข่งขันในอนาคตของธนาคารพาณิชย์จะเห็นการพัฒนาแอพพิลเคชั่นบนโทรศัพท์มือถือที่สามารถทำธุรกรรมที่ตอบโจทย์ลูกค้าได้แทนช่องทางสาขาและเอทีเอ็ม คาดว่าภายในอีก 1-2 ปี จะเห็นการพัฒนาแอพพิลเคชั่นนอกเหนือจากการทำธุรกรรมการเงิน เช่น การทำโลเคชั่นมาร์เก็ตติ้ง การนำ Big Data Analytic มาใช้วิเคราะห์พฤติกรรมลูกค้า เพื่อตอบโจทย์การบริการ และการขายผลิตภัณฑ์ที่ตรงกับกลุ่มลูกค้า

“ในระยะต่อไปหากการพิสูจน์ตัวตน E-KYC มีความชัดเจน จะเห็นการเปิดบัญชีธนาคารออนไลน์ เปิดบัญชีซื้อขายกองทุนได้บนมือถือ ซึ่งเป็นขั้นที่เรียกว่าการ Apply Service ที่ให้บริการ ถือเป็นการสร้างมูลค่าเพิ่มให้แอพพลิเคชั่น”
ปัจจุบันธนาคารกรุงเทพ อยู่ระหว่างการพัฒนาแอพพลิเคชั่นเพิ่มเติมจากปัจจุบันที่ตอบโจทย์การเงินพื้นฐานแล้ว คาดว่าจะเห็นฟีลเจอร์ใหม่ๆภายในครึ่งปีหลังนี้

นายพัชร สมะลาภา รองกรรมการผู้จัดการอาวุโส ธนาคารกสิกรไทย จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า ธนาคารได้รีแบรนดิ้งแอพพลิเคชั่นธนาคารบนมือถือโดยเปลี่ยนชื่อและโลโก้ของ K-Mobile Banking PLUS ใหม่ เป็น K PLUS
ไตรมาสแรกปีนี้เทียบกับปีก่อนมียอดผู้ใช้แล้วกว่า 5 ล้านคน ขยายตัว65% และเป็นผู้ใช้งานอย่างสม่ำเสมอถึง 80% การทำธุรกรรมเพิ่มขึ้น 102%สอดคล้องกับแนวโน้มลูกค้าที่หันมาใช้บริการโมบายแบงกิ้งมากขึ้น

"โมบายแบงกิ้งมีโตเพิ่มขึ้นทุกปี 2 ปีก่อนมีฐานลูกค้าเพียง 2 ล้านบัญชี ปัจจุบันเพิ่มขึ้นเป็น 5 ล้านบัญชี และคาดว่าสิ้นปีนี้น่าจะแตะ 7 ล้านบัญชี”

นายฐากร ปิยะพันธ์ ประธานคณะเจ้าหน้าที่ด้านกรุงศรี คอนซูมเมอร์ และผู้บริหารสายงานดิจิตอลแบงกิ้งและนวัตกรรม ธนาคารกรุงศรีอยุธยา กล่าวว่า ภายในเดือนกรกฎาคมนี้ธนาคารจะออกโมบายแอพพลิเคชั่นเวอร์ชั่นใหม่ที่เสริมบริการใหม่ๆ และปรับปรุงของเดิมให้ดีขึ้นและจะออกแอพพลิเคชั่นฟีเจอร์ใหม่ๆออกมาต่อเนื่องทุก 1-2 เดือน

นอกจากนี้จะออกดิจิตอล เลนดิ้งการปล่อยกู้บนมือถือ ในช่วงแรกธนาคารจะเน้นปล่อยสินเชื่อให้กับฐานลูกค้าเก่าแต่คาดว่าภายในสิ้นปีหลังจากทางการมีเรื่องของพิสูจน์ตัวตนสามารถปล่อยไปสู่กลุ่มลูกค้าใหม่ได้ รวมถึงการออกบริการ QR Payment และเชื่อมโยงกับ API เพื่อต่อกับธนาคารอื่นสิ่งเหล่านี้จะได้เริ่มเห็นภายในไตรมาสที่ 3 เป็นต้นไป
ปัจจุบันธนาคารมีฐานลูกค้าโมบายแบงกิ้งอยู่ที่ 1.5 ล้านบัญชีคาดว่าในสิ้นปีจะเพิ่มเป็น 2 ล้านบัญชี

นางสาวมิ่งขวัญ พัฒนวงศ์ หัวหน้าเจ้าหน้าที่บริหารส่งเสริมการตลาดลูกค้าบุคคล ธนาคารทหารไทย หรือ ทีเอ็มบี กล่าวว่าในปีนี้โบายแอพพิลเคชั่นจะเป็นช่องทางหลักที่ทุกธนาคารจะเดินหน้าและแข่งขันกันบนมือถือมากขึ้น อย่างไรก็ดีการเลือกใช้แอพพลิเคชั่นของลูกค้า จะเลือกจากการใช้บัญชีหลักของธนาคารนั้นๆ และเลือกจากฟีเจอร์ที่ตรงกับความต้องการหรือการใช้งานมากที่สุด ทำให้ธนาคารพาณิชย์ต่างเร่งพัฒนาหาฟีเจอร์ใหม่ๆ มาไว้บนมือถือมากขึ้น เพื่อเป็นการแข่งขันและรักษาฐานลูกค้าตัวเองไว้

ทีเอ็มบีจะเน้น3 เรื่องที่ทำแล้วและพัฒนาต่อ คือ 1.ทีเอ็มบีททัชโมบาย 2.บริการ TMB Call me now 3.TMB Live!ปัจจุบันมีฐานลูกค้าลงทะเบียนใช้ TMB Touch ณ สิ้นเดือนมีนาคม 2560 จำนวน 1 ล้านบัญชี มียอดใช้แอคทีฟประมาณ 40% ภายในสิ้นปีตั้งเป้าเพิ่มเป็น 1.5 ล้านบัญชี

จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 37 ฉบับที่ 3,260 วันที่ 11 - 13 พฤษภาคม พ.ศ. 2560