
ใช้ Smart National Park 4.0 ดูเเลป่า
ใช้ Smart National Park 4.0 ดูเเลป่า
-9 พ.ค. 60- พ.อ.อธิสิทธิ์ ไชยนุวัติ ผู้ช่วยโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงภายหลังการประชุมครม. ว่า ที่ประชุมเห็นชอบแผนยุทธศาสตร์การคุ้มครองผู้บริโภคแห่งชาติฉบับที่ 1 พ.ศ.2560-2564 ซึ่งแผนนี้จะสอดคล้องกับยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี แผนพัฒนาทางเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติฉบับที่ 12 และแผนงานโครงการสอดรับกับวาระการปฎิรูปของสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ (สปท.) โดยมีเป้าหมายเพื่อให้เกิดการบูรณาการคุ้มครองผู้บริโภคทุกภาคส่วนอย่างเป็นระบบ มีมาตรฐาน และให้เกิดการคุ้มครองผู้บริโภคในภาพรวมที่มีประสิทธิภาพยั่งยืน
สำหรับแผนยุทธศาสตร์คุ้มครองผู้บริโภคฯ มี 5 ยุทธศาสตร์ และ 15 กลยุทธ์ ได้แก่ 1. การพัฒนาระบบและกลไกการคุ้มครองผู้บริโภค รวมไปถึงการพัฒนาระบบการกำกับดูแลสินค้า บริการให้มีความปลอดภัย พัฒนาระบบการเรียกคืนสินค้า และการเยียวยาความเสียหายผู้บริโภค 2.การพัฒนาระบบฐานข้อมูลในการคุ้มครองผู้บริโภค 3. การพัฒนาองค์ความรู้และการสื่อสารเพื่อการคุ้มครองผู้บริโภค 4. การพัฒนาศักยภาพเครือข่ายคุ้มครองผู้บริโภค และ 5. ส่งเสริมการบูรณาการ การคุ้มครองผู้บริโภค
พ.อ.อธิสิทธิ์ กล่าวว่า พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม ได้ชี้แจงต่อที่ประชุมครม. ถึงความคืบหน้าการป้องกันและการแก้ไขปัญหาการบุกรุกทำลายทรัพยากรป่าไม้ โดยเรื่องนี้ถือเป็นนโยบายสำคัฐของรัฐบาล โดยได้ดำเนินการอย่างต่อเนื่องตั้งแต่เริ่มต้น ซึ่งมีกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เป็นหน่วยงานหลักรับผิดชอบ ซึ่งล่าสุดได้จัดตั้งศูนย์ปฏิบัติการพิทักษ์ป่า เพื่อเชื่อมโยงเครือข่ายหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้มีการประสานงาน และติดตามผลการปฏิบัติในการแก้ไขปัญหาให้เป็นไปตามเป้าหมายเดียวกัน ทั้งหมดตั้งอยู่บนพื้นฐานการรักษาผลประโยชน์ของชาติ ให้มีความโปร่งใสเป็นธรรมอย่างไม่เลือกปฏิบัติ โดยศูนย์การปฏิบัติการ จะเน้นดำเนินการในพื้นที่ล่อแหลม ที่อาจมีนายทุนและผู้มีอิธิพลอยู่เบื้องหลัง อีกทั้งจะเน้นลดกลุ่มเครือข่ายลักลอบตัดไม้ทำลายป่าในพื้นที่ให้หมดลง
พ.อ.อธิสิทธิ์ กล่าวอีกว่า สำหรับการดำเนินงานที่ผ่านมามีรายงานระบุว่า สามารถทวงคืนผืนป่าได้แล้วทั้งหมด 349,000 ไร่ และฟื้นฟูพื้นที่ป่าไม้ได้มากกว่า 210,000 ไร่ โดยปัจจุบันจะมีการประยุกต์แทคโนโลยีในการแก้ไขปัญหา โดยเฉพาะพื้นที่อุทยานแห่งชาติ เข้ามาใช้ โดยจะพัฒนาแอพพลิเคชั่นที่ชื่อว่า Smart National Park 4.0 เพื่อเป็นเครื่องมือช่วยเฝ้าระวัง ติดตามตรวจสอบ และอำนวยความสะดวกแก่ประชาชน อีกทั้งยังยกระดับการดำเนินการไปสู่ความเป็นมาตรฐานสากล โดยแอพพลิเคชั่นนี้จะเสร็จสินในปี 2560 นี้
"นายกรัฐมนตรีได้กำชับขอบเขตการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ ว่าถ้ามีพื้นที่ไหนประชาชนได้รับผลกระทบ ก็ให้พิจารณาการเยียวยาแก้ไขปัญหาให้มีผลกระทบน้อยที่สุด ให้กระทรวงและหน่วยงานต่าง ๆ ที่ได้รับมอบหมายกำหนดขอบเขตการดำเนินงานที่ชัดเจนด้วย และขอให้บูรณาการการทำงานระหว่างฝ่ายความมั่นคง ตำรวจ และทหาร ในการแก้ไขปัญหาการบุกรุกทำลายป่า"
-9 พ.ค. 60- พ.อ.อธิสิทธิ์ ไชยนุวัติ ผู้ช่วยโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงภายหลังการประชุมครม. ว่า ที่ประชุมเห็นชอบแผนยุทธศาสตร์การคุ้มครองผู้บริโภคแห่งชาติฉบับที่ 1 พ.ศ.2560-2564 ซึ่งแผนนี้จะสอดคล้องกับยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี แผนพัฒนาทางเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติฉบับที่ 12 และแผนงานโครงการสอดรับกับวาระการปฎิรูปของสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ (สปท.) โดยมีเป้าหมายเพื่อให้เกิดการบูรณาการคุ้มครองผู้บริโภคทุกภาคส่วนอย่างเป็นระบบ มีมาตรฐาน และให้เกิดการคุ้มครองผู้บริโภคในภาพรวมที่มีประสิทธิภาพยั่งยืน
สำหรับแผนยุทธศาสตร์คุ้มครองผู้บริโภคฯ มี 5 ยุทธศาสตร์ และ 15 กลยุทธ์ ได้แก่ 1. การพัฒนาระบบและกลไกการคุ้มครองผู้บริโภค รวมไปถึงการพัฒนาระบบการกำกับดูแลสินค้า บริการให้มีความปลอดภัย พัฒนาระบบการเรียกคืนสินค้า และการเยียวยาความเสียหายผู้บริโภค 2.การพัฒนาระบบฐานข้อมูลในการคุ้มครองผู้บริโภค 3. การพัฒนาองค์ความรู้และการสื่อสารเพื่อการคุ้มครองผู้บริโภค 4. การพัฒนาศักยภาพเครือข่ายคุ้มครองผู้บริโภค และ 5. ส่งเสริมการบูรณาการ การคุ้มครองผู้บริโภค
พ.อ.อธิสิทธิ์ กล่าวว่า พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม ได้ชี้แจงต่อที่ประชุมครม. ถึงความคืบหน้าการป้องกันและการแก้ไขปัญหาการบุกรุกทำลายทรัพยากรป่าไม้ โดยเรื่องนี้ถือเป็นนโยบายสำคัฐของรัฐบาล โดยได้ดำเนินการอย่างต่อเนื่องตั้งแต่เริ่มต้น ซึ่งมีกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เป็นหน่วยงานหลักรับผิดชอบ ซึ่งล่าสุดได้จัดตั้งศูนย์ปฏิบัติการพิทักษ์ป่า เพื่อเชื่อมโยงเครือข่ายหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้มีการประสานงาน และติดตามผลการปฏิบัติในการแก้ไขปัญหาให้เป็นไปตามเป้าหมายเดียวกัน ทั้งหมดตั้งอยู่บนพื้นฐานการรักษาผลประโยชน์ของชาติ ให้มีความโปร่งใสเป็นธรรมอย่างไม่เลือกปฏิบัติ โดยศูนย์การปฏิบัติการ จะเน้นดำเนินการในพื้นที่ล่อแหลม ที่อาจมีนายทุนและผู้มีอิธิพลอยู่เบื้องหลัง อีกทั้งจะเน้นลดกลุ่มเครือข่ายลักลอบตัดไม้ทำลายป่าในพื้นที่ให้หมดลง
พ.อ.อธิสิทธิ์ กล่าวอีกว่า สำหรับการดำเนินงานที่ผ่านมามีรายงานระบุว่า สามารถทวงคืนผืนป่าได้แล้วทั้งหมด 349,000 ไร่ และฟื้นฟูพื้นที่ป่าไม้ได้มากกว่า 210,000 ไร่ โดยปัจจุบันจะมีการประยุกต์แทคโนโลยีในการแก้ไขปัญหา โดยเฉพาะพื้นที่อุทยานแห่งชาติ เข้ามาใช้ โดยจะพัฒนาแอพพลิเคชั่นที่ชื่อว่า Smart National Park 4.0 เพื่อเป็นเครื่องมือช่วยเฝ้าระวัง ติดตามตรวจสอบ และอำนวยความสะดวกแก่ประชาชน อีกทั้งยังยกระดับการดำเนินการไปสู่ความเป็นมาตรฐานสากล โดยแอพพลิเคชั่นนี้จะเสร็จสินในปี 2560 นี้
"นายกรัฐมนตรีได้กำชับขอบเขตการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ ว่าถ้ามีพื้นที่ไหนประชาชนได้รับผลกระทบ ก็ให้พิจารณาการเยียวยาแก้ไขปัญหาให้มีผลกระทบน้อยที่สุด ให้กระทรวงและหน่วยงานต่าง ๆ ที่ได้รับมอบหมายกำหนดขอบเขตการดำเนินงานที่ชัดเจนด้วย และขอให้บูรณาการการทำงานระหว่างฝ่ายความมั่นคง ตำรวจ และทหาร ในการแก้ไขปัญหาการบุกรุกทำลายป่า"






