thansettakij
thansettakij
แผน5ปีดันยอดเท่าตัว เพิ่มพอร์ตสินค้าใหม่ ลุยตลาดอาเซียน

แผน5ปีดันยอดเท่าตัว เพิ่มพอร์ตสินค้าใหม่ ลุยตลาดอาเซียน

10 พ.ค. 60 | 12:30 น.
กลุ่มธุรกิจอาหาร บีเจซี วางแผน 5 ปีสร้างยอดขายโตเท่าตัว ชูกลยุทธ์สินค้าใหม่ รับเทรนด์สุขภาพและสังคมผู้สูงอายุ พร้อมเพิ่มพอร์ตสินค้านอกเครือ 50% นำขายในอาเซียน ต่อยอดผู้นำธุรกิจในภูมิภาค

กลุ่มธุรกิจอาหาร ถือเป็นหนึ่งธุรกิจสำคัญของ บริษัท เบอร์ลี่ยุคเกอร์ จำกัด (มหาชน) หรือบีเจซี เนื่องจากเป็นจิ๊กซอเริ่มต้นของซัพพลายเชน ที่จะนำไปสู่เป้าหมายสำคัญของบีเจซี ในการเป็นหนึ่งในผู้นำธุรกิจของภูมิภาคอาเซียนตั้งแต่ต้นน้ำจนถึงปลายน้ำ ตามที่นายอัศวิน เตชะเจริญวิกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร และกรรมการผู้จัดการใหญ่ ได้วางนโยบายเอาไว้ก่อนหน้านี้ ตามแผนธุรกิจระยะ 5 ปีนับจากปัจจุบัน กลุ่มธุรกิจอาหารจึงตั้งเป้าหมายการเติบโตอีกเท่าตัว ด้วยกลยุทธ์สำคัญต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นการเพิ่มไลน์สินค้าใหม่ การลงทุนไลน์การผลิตสินค้า การปรับภาพลักษณ์สินค้าเดิมให้ตรงกับกลุ่มเป้าหมาย การรับจัดจำหน่ายสินค้านอกกลุ่มบีเจซี และการสื่อสารเพื่อให้เข้าถึงกลุ่มเป้าหมาย

นางสาวนุชนาฎ แก่นทองเจริญ ผู้ช่วยผู้จัดการใหญ่ กลุ่มธุรกิจอาหาร บริษัท เบอร์ลี่ยุคเกอร์ จำกัด (มหาชน) หรือบีเจซี เปิดเผยกับ "ฐานเศรษฐกิจ" ถึงทิศทางการดำเนินธุรกิจในระยะ 5 ปีนับจากปัจจุบันว่า กลุ่มธุรกิจอาหารได้วางเป้าหมายสร้างการเติบโตให้ได้เท่าตัว ซึ่งในปี 2560 วางเป้าหมายการเติบโต 30% จากปีที่ผ่านมามียอดขายกว่า 4,000 ล้านบาท กลยุทธ์สำคัญที่จะนำไปสู่เป้าหมายดังกล่าว คือ การเพิ่มไลน์สินค้าใหม่ทั้งกลุ่มขนมขบเคี้ยวและเครื่องดื่ม ที่ไปในทิศทางของตลาด คือ สินค้าสุขภาพ และสินค้าสำหรับผู้สูงอายุ รวมถึงสินค้าที่ตรงกับความต้องการของผู้บริโภค ที่เป็นสินค้านอกเหนือจากไลน์สินค้าเดิมที่มีอยู่

[caption id="attachment_147793" align="aligncenter" width="503"] นุชนาฎ แก่นทองเจริญ ผู้ช่วยผู้จัดการใหญ่ กลุ่มธุรกิจอาหาร บริษัท เบอร์ลี่ยุคเกอร์ จำกัด (มหาชน) นุชนาฎ แก่นทองเจริญ ผู้ช่วยผู้จัดการใหญ่ กลุ่มธุรกิจอาหาร บริษัท เบอร์ลี่ยุคเกอร์ จำกัด (มหาชน)[/caption]

นางสาวนุชนาฎ กล่าวว่า ปัจจุบันการแข่งขันในธุรกิจขนมขบเคี้ยวและเครื่องดื่ม ไม่ได้แข่งขันกันเองเฉพาะแบรนด์สินค้าที่วางจำหน่ายในช่องทางเดียวกัน แต่ต้องแข่งขันกับสินค้าอาหารและเครื่องดื่มอื่นๆ ที่เป็นเทรนด์การตลาดใหม่ๆ ด้วย ไม่ว่าจะเป็นกลุ่มอาหารที่เป็นแพ็คเกจ ฟู้ด ในร้านสะดวกซื้อ อาทิ ซาลาเปา ใส้กรอก แซนวิส รวมถึงธุรกิจร้านอาหารต่างๆ อาทิ โทสต์ บิงซู ที่ทำให้ผู้บริโภคมีทางเลือกในการซื้ออาหารและเครื่องดื่มมากขึ้น ส่งผลให้ต้องปรับตัวรองรับกับการแข่งขันที่มีอยู่รอบด้านมากขึ้น

"ในระยะ 5 ปีนับจากนี้จะต้องเพิ่มสินค้าให้มากขึ้น ทั้งไลน์สินค้าเดิมและสินค้าไลน์ใหม่ เพื่อรองรับกับการแข่งขันในสินค้าใหม่ๆ ที่เกิดขึ้น เพราะผู้บริโภคเริ่มไปจับจ่ายกับสินค้าเหล่านั้น ซึ่งแนวทางการเพิ่มสินค้าใหม่จะตอบโจทย์ความต้องการของผู้บริโภค และไปตามเทรนด์ตลาดกลุ่มเอจจิ้งโซไซตี้ และกลุ่มเฮลท์ตี้ อาทิ กลุ่มเครื่องดื่มจะออกสินค้าฟังก์ชันนอลดริ้ง ออกสินค้ากลุ่มอีโคโนมี กลุ่มสแน็ค อย่างแบรนด์โดโซะ ก็จะออกสินค้าเน้นความเป็นพรีเมี่ยม เป็นต้น"

นอกจากการออกสินค้าใหม่แล้ว บริษัทยังได้ปรับภาพลักษณ์สินค้าเดิมที่มีอยู่ ทั้งการปรับโพสิชั่นนิ่งของแบรนด์ ยังมีการปรับแพ็คเกจจิ้งใหม่ในสินค้าบางรายการ เพื่อให้ตรงกับกลุ่มเป้าหมายของแบรนด์สินค้าด้วย พร้อมกับการสื่อสารการตลาดเพื่อเข้าถึงกลุ่มเป้าหมาย อาทิ มันฝรั่งเทสโต ได้ปรับภาพลักษณ์สินค้าใหม่ด้วยแพ็กเกจจิ้งใหม่ และใช้พรีเซ็นเตอร์คนใหม่ "เจเจ กฤษณภูมิ" เข้ามาทำตลาด จากช่วงก่อนหน้าได้ใช้ "เก้า จิรายุ" "เจมส์ มาร์" โยเกิร์ต ปาร์ตี้ แดรี่ ได้เปลี่ยนพรีเซ็นเตอร์ใหม่จาก "คิม เบอร์ลี่" มาเป็น ญาญ่า "อุรัสยา" เป็นต้น

ด้านการทำตลาดบริษัทจะเน้นการสื่อสารการตลาดเพื่อให้เข้าถึงกลุ่มเป้าหมาย เพื่อตอบโจทย์ความต้องการในสินค้าและการสร้างการรับรู้ในแบรนด์สินค้าเพิ่มมากขึ้น โดยผ่านกลยุทธ์ทางการตลาดต่างๆ ตั้งแต่การใช้สื่อโฆษณาและประชาสัมพันธ์ การใช้พรีเซ็นเตอร์ การทำตลาด ณ จุดขาย การจัดกิจกรรมการตลาด และการส่งเสริมการขาย ขณะที่ช่องทางการจัดจำหน่ายสินค้า บริษัทพยายามเข้าไปในทุกช่องทางให้มากขึ้นและเพิ่มประสิทธิภาพการจัดจำหน่ายในทุกช่องทางด้วย โดยเฉพาะในช่องทางออนไลน์ ที่ปัจจุบันจัดจำหน่ายผ่านช่องทางออนไลน์ของห้างบิ๊กซี ซูเปอร์สโตร์ ต่อไปจะขยายการจัดจำหน่ายไปยังช่องทางออนไลน์อื่นๆ เพิ่มขึ้น

ขณะที่เป้าหมายของธุรกิจในภาพใหญ่นั้น กลุ่มบีเจซีต้องการขยายตลาดไปยังภูมิภาคอาเซียนเพิ่มมากขึ้น ทิศทางของบริษัทจึงต้องการเพิ่มรายการสินค้านอกกลุ่มบีเจซีเข้ามาจัดจำหน่ายให้มากขึ้น โดยวางเป้าหมายเพิ่มสัดส่วนสินค้านอกกลุ่มบีเจซีเป็น 50% จากปัจจุบันมีสัดส่วนประมาณ 20% ซึ่งปัจจุบันอยู่ระหว่างการเจรจากับเจ้าของแบรนด์สินค้าอยู่ 5 ราย ในกลุ่มสินค้าสแน็ค เครื่องดื่ม และกลุ่มนม จากภูมิภาคอาเซียน เช่น ประเทศมาเลเซีย และประเทศในยุโรป ซึ่งแบรนด์สินค้าต่างๆ เหล่านี้กำลังศึกษาสภาพตลาดในประเทศไทย เพื่อวางนโยบายการทำตลาดในอนาคต

นางสาวนุชนาฎ กล่าวเพิ่มเติมว่า เพื่อให้เป็นไปในทิศทางเดียวกัน ทางด้านโรงงานผลิตสินค้า ก็มีแผนขยายการลงทุนเพิ่ม ทั้งการลงทุนในส่วนไลน์ผลิตสินค้าใหม่ และโรงงานแห่งใหม่เพื่อรองรับการผลิตสินค้าที่จะเกิดขึ้นในอนาคต ที่ขณะนี้อยู่ระหว่างการศึกษาและวางแผน ซึ่งมีความเป็นไปได้ในการขยายการผลิตในโรงงานเดิม หรือการก่อสร้างโรงงานในพื้นที่แห่งใหม่ สำหรับกลุ่มสินค้าและบริการทางอุปโภคบริโภค ถือเป็น 1 ใน 5 ธุรกิจหลักของบีเจซี ที่ประกอบด้วย 1. กลุ่มสินค้าและบริการทางการค้าปลีกสมัยใหม่ ปีที่ผ่านมามีรายได้กว่า 8.13 ล้านบาท 2.กลุ่มสินค้าและบริการทางบรรจุภัณฑ์ ปีที่ผ่านมามีรายได้กว่า 1.89 หมื่นล้านบาท 3.กลุ่มสินค้าและบริการทางอุปโภคบริโภค ปีที่ผ่านมามีรายได้กว่า 1.63 หมื่นล้านบาท 4. กลุ่มสินค้าและบริการทางเวชภัณฑ์และทางเทคนิค ปีที่ผ่านมามีรายได้ 7,406 ล้านบาท และ 5. กลุ่มธุรกิจอื่นๆ ปีที่ผ่านมามีรายได้ 1,243 ล้านบาท

โดยกลุ่มสินค้าและบริการทางอุปโภคบริโภค ประกอบด้วย 3 ธุรกิจหลัก ได้แก่ กลุ่มธุรกิจอาหาร กลุ่มธุรกิจสินค้าอุปโภค และกลุ่มธุรกิจต่างประเทศ ซึ่งธุรกิจอาหาร มีแบรนด์สินค้าชั้นนำ อาทิ มันฝรั่งเทสโต ที่ครองส่วนแบ่งตลาด 8% เป็นอันดับ 2 รองจากแบรนด์เลย์ที่มีส่วนแบ่งตลาด 80% โดโซะ แบรนด์ขนมข้าวอบกรอบที่ถือว่าเป็นผู้นำตลาดด้วยส่วนแบ่ง 83%

[caption id="attachment_147801" align="aligncenter" width="301"] แผน5ปีดันยอดเท่าตัว เพิ่มพอร์ตสินค้าใหม่ ลุยตลาดอาเซียน แผน5ปีดันยอดเท่าตัว เพิ่มพอร์ตสินค้าใหม่ ลุยตลาดอาเซียน[/caption]

จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 37 ฉบับที่ 3,260 วันที่ 11 - 13 พฤษภาคม พ.ศ. 2560