
เป๊ปซี่-ไทยเบฟชิงแชร์ตลาดน้ำแร่ ส่ง‘"อควาฟิน่า มิเนเรล-ช้าง’ไล่จับกลุ่มมิลเลนเนียล์
ตลาดนํ้าแร่ 3,800 ล้านบาทคึกคัก 2 บิ๊กจัดหนักทุ่มงบ “เป๊ปซี่” แจ้งเกิดน้องใหม่ “อควาฟิน่า มิเนเรล”ส่วน “ไทยเบฟ” ปล่อยนํ้าแร่ช้างซุ่มทำตลาดไล่จับกลุ่มมิลเลนเนียลส์ กระเป๋าหนัก
นายโอเมอร์ มาลิค กรรมการผู้จัดการ กลุ่มธุรกิจเครื่องดื่ม บริษัท เป๊ปซี่-โคล่า (ไทย) เทรดดิ้ง จำกัด ผู้ผลิตและจัดจำหน่ายเครื่องดื่ม อาทิ เป๊ปซี่ , อควาฟินน่า เปิดเผยว่า ล่าสุดบริษัทขยายพอร์ตโฟลิโอ เครื่องดื่มในกลุ่มไฮเดรชั่น โดยเปิดตัวแบรนด์น้ำแร่ใหม่ "อควาฟิน่า มิเนเรล โดยชูจุดขาย น้ำแร่ธรรมชาติ ถือเป็นน้องเล็กในกลุ่มอควาฟิน่า ซึ่งเป็นน้ำดื่ม และ อควาฟิน่า วิตซ่า เครื่องดื่มสปาร์คกลิ้งผสมวิตามิน และถือเป็นการเสริมทัพสินค้าให้มีความหลากหลายยิ่งขึ้นจากปัจจุบันที่มีเครื่องดื่มในกลุ่มน้ำอัดลม ชาพร้อมดื่ม และเครื่องดื่มเกลือแร่
"ในช่วง 1 – 2 ปีที่ผ่านมา บริษัทรุกหนักในการพัฒนาและทำตลาดเครื่องดื่มในกลุ่มไฮเดรชั่นหรือเครื่องดื่มที่ช่วยเติมเต็มความสดชื่น ไม่ว่าจะเป็นการเปิดตัวน้ำดื่มบรรจุขวดอควาฟิน่า ในปลายปี 2558 พร้อมกับแตกเซ็กเมนต์ใหม่เครื่องดื่มสปาร์คกลิ้งใสผสมวิตามินอควาฟิน่า วิตซ่า ในกลางปี 2559 ขณะที่อควาฟิน่า มิเนเรล ถือเป็นแบรนด์น้องใหม่ที่เกิดขึ้นเพื่อตอบโจกย์ผู้บริโภคยุคใหม่ที่ใส่ใจต่อสุขภาพมากขึ้น"
ทั้งนี้บริษัทได้วางจำหน่ายอควาฟิน่า มิเนเรล ผ่านร้านสะดวกซื้อตั้งแต่ต้นเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา ในรูปแบบขวดขนาด 550 มล. ราคา 10 บาท และขนาด 1.5 ลิตร ราคา 19 บาท และในอนาคตมีแผนกระจายสินค้าไปยังร้านค้าปลีกทั่วไปผ่านศูนย์กระจายสินค้าของเป๊ปซี่ โดยอควาฟิน่า มิเนเรล มุ่งเจาะกลุ่มเป้าหมาย ที่เป็นกลุ่มมิลเลนเนียลส์ (Millennials) หรือคนรุ่นใหม่ที่มีอายุระหว่าง 20 – 35 ปี ซึ่งปัจจุบันมีจำนวน 15.2 ล้านคน มีไลฟ์สไตล์ที่เป็นตัวเอง ชอบเรื่องของเทคโนโลยีและโลกออนไลน์ และเลือกแต่สิ่งดีๆ ทั้งอาหารและเครื่องดื่ม รวมทั้งชอบการออกกำลังกาย
ดังนั้นกลยุทธ์การทำตลาดจึงมุ่งไปที่สื่อดิจิตอลและออนไลน์ และสื่อกลางแจ้งทั้งในกรุงเทพฯ และหัวเมืองใหญ่ รวมถึงสื่อ ณ จุดขายและร้านค้า ภายใต้คอนเซ็ปท์ "สดชื่น... กับสิ่งดีๆ ทุกวัน" เพื่อสร้างการรับรู้และกระตุ้นให้เกิดการทดลองดื่ม
นอกจากเป๊ปซี่โค ที่รุกหนักส่งแบรนด์อควาฟิน่า มิเนเรลเข้าทำตลาดน้ำแร่ ในปลายดือนมีนาคมที่ผ่านมาพบว่า บริษัท ช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด ในเครือไทยเบฟเวอเรจ ได้ทำพิธีเปิดไลน์ผลิตภัณฑ์นอนแอลกอฮอล์ระดับพรีเมียมตัวใหม่ "น้ำแร่ช้าง" (Chang Mineral) ขึ้นที่บริษัท เบียร์ทิพย์ บริวเวอรี่ (1991) จำกัด ซึ่งตั้งอยู่ ตำบล น้ำเต้า อำเภอบางบาล จังหวัดพระนครศรีอยุธยา โดยในวันดังกล่าวมีนายฐาปน สิริวัฒนภักดี กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน) เป็นประธานในพิธี และมีคณะผู้บริหารระดับสูง อาทิ พลเอกพัฑฒะนะ พุธานานนท์, ดร.พิษณุ วิเชียรสรรค์, นายอวยชัย ตันทโอภาส, นายเอ็ดมอนด์ นีโอ คิมซูน ร่วมด้วย
ล่าสุดพบว่า น้ำแร่ช้าง เริ่มกระจายไปวางจำหน่ายยังร้านค้าทั่วไป ร้านสะดวกซื้อ และซูเปอร์มาร์เก็ต โดยมุ่งวางโพสิชั่นนื่งเป็นน้ำแร่ระดับพรีเมี่ยม ด้วยจุดเด่นที่มีขวดสีเขียว เช่นเดียวกับน้ำแร่แบรนด์ดังจากต่างประเทศ และเจาะกลุ่มเป้าหมายกลุ่มมิลเลนเนียลส์ ซึ่งเป็นคนรุ่นใหม่ ที่มีกำลังซื้อสูง
อย่างไรก็ดี ตลาดน้ำดื่มบรรจุขวดในประเทศไทยเป็นตลาดที่มีศักยภาพ มีขนาดใหญ่เป็นอันดับ 2 ในตลาดเครื่องดื่มนอนแอลกอฮอล์ รองจากตลาดน้ำอัดลม โดยมีมูลค่ากว่า 3.3 หมื่นล้านบาท ในปีที่ผ่านมามีการเติบโต 9.2% ขณะที่ตลาดน้ำแร่ มีมูลค่าประมาณ 3,800 ล้านบาท มีการเติบโตเฉลี่ย 18% ในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา ถือเป็นตลาดที่กำลังมาแรงและมีศักยภาพในการเติบโตสูงมาก อันเป็นผลมาจากเทรนด์ของคนรุ่นใหม่ที่ให้ความสำคัญกับเรื่องของสุขภาพและการเลือกบริโภคอาหารและเครื่องดื่ม
จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 37 ฉบับที่ 3,260 วันที่ 11 - 13 พฤษภาคม พ.ศ. 2560
นายโอเมอร์ มาลิค กรรมการผู้จัดการ กลุ่มธุรกิจเครื่องดื่ม บริษัท เป๊ปซี่-โคล่า (ไทย) เทรดดิ้ง จำกัด ผู้ผลิตและจัดจำหน่ายเครื่องดื่ม อาทิ เป๊ปซี่ , อควาฟินน่า เปิดเผยว่า ล่าสุดบริษัทขยายพอร์ตโฟลิโอ เครื่องดื่มในกลุ่มไฮเดรชั่น โดยเปิดตัวแบรนด์น้ำแร่ใหม่ "อควาฟิน่า มิเนเรล โดยชูจุดขาย น้ำแร่ธรรมชาติ ถือเป็นน้องเล็กในกลุ่มอควาฟิน่า ซึ่งเป็นน้ำดื่ม และ อควาฟิน่า วิตซ่า เครื่องดื่มสปาร์คกลิ้งผสมวิตามิน และถือเป็นการเสริมทัพสินค้าให้มีความหลากหลายยิ่งขึ้นจากปัจจุบันที่มีเครื่องดื่มในกลุ่มน้ำอัดลม ชาพร้อมดื่ม และเครื่องดื่มเกลือแร่
"ในช่วง 1 – 2 ปีที่ผ่านมา บริษัทรุกหนักในการพัฒนาและทำตลาดเครื่องดื่มในกลุ่มไฮเดรชั่นหรือเครื่องดื่มที่ช่วยเติมเต็มความสดชื่น ไม่ว่าจะเป็นการเปิดตัวน้ำดื่มบรรจุขวดอควาฟิน่า ในปลายปี 2558 พร้อมกับแตกเซ็กเมนต์ใหม่เครื่องดื่มสปาร์คกลิ้งใสผสมวิตามินอควาฟิน่า วิตซ่า ในกลางปี 2559 ขณะที่อควาฟิน่า มิเนเรล ถือเป็นแบรนด์น้องใหม่ที่เกิดขึ้นเพื่อตอบโจกย์ผู้บริโภคยุคใหม่ที่ใส่ใจต่อสุขภาพมากขึ้น"
ทั้งนี้บริษัทได้วางจำหน่ายอควาฟิน่า มิเนเรล ผ่านร้านสะดวกซื้อตั้งแต่ต้นเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา ในรูปแบบขวดขนาด 550 มล. ราคา 10 บาท และขนาด 1.5 ลิตร ราคา 19 บาท และในอนาคตมีแผนกระจายสินค้าไปยังร้านค้าปลีกทั่วไปผ่านศูนย์กระจายสินค้าของเป๊ปซี่ โดยอควาฟิน่า มิเนเรล มุ่งเจาะกลุ่มเป้าหมาย ที่เป็นกลุ่มมิลเลนเนียลส์ (Millennials) หรือคนรุ่นใหม่ที่มีอายุระหว่าง 20 – 35 ปี ซึ่งปัจจุบันมีจำนวน 15.2 ล้านคน มีไลฟ์สไตล์ที่เป็นตัวเอง ชอบเรื่องของเทคโนโลยีและโลกออนไลน์ และเลือกแต่สิ่งดีๆ ทั้งอาหารและเครื่องดื่ม รวมทั้งชอบการออกกำลังกาย
ดังนั้นกลยุทธ์การทำตลาดจึงมุ่งไปที่สื่อดิจิตอลและออนไลน์ และสื่อกลางแจ้งทั้งในกรุงเทพฯ และหัวเมืองใหญ่ รวมถึงสื่อ ณ จุดขายและร้านค้า ภายใต้คอนเซ็ปท์ "สดชื่น... กับสิ่งดีๆ ทุกวัน" เพื่อสร้างการรับรู้และกระตุ้นให้เกิดการทดลองดื่ม
นอกจากเป๊ปซี่โค ที่รุกหนักส่งแบรนด์อควาฟิน่า มิเนเรลเข้าทำตลาดน้ำแร่ ในปลายดือนมีนาคมที่ผ่านมาพบว่า บริษัท ช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด ในเครือไทยเบฟเวอเรจ ได้ทำพิธีเปิดไลน์ผลิตภัณฑ์นอนแอลกอฮอล์ระดับพรีเมียมตัวใหม่ "น้ำแร่ช้าง" (Chang Mineral) ขึ้นที่บริษัท เบียร์ทิพย์ บริวเวอรี่ (1991) จำกัด ซึ่งตั้งอยู่ ตำบล น้ำเต้า อำเภอบางบาล จังหวัดพระนครศรีอยุธยา โดยในวันดังกล่าวมีนายฐาปน สิริวัฒนภักดี กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน) เป็นประธานในพิธี และมีคณะผู้บริหารระดับสูง อาทิ พลเอกพัฑฒะนะ พุธานานนท์, ดร.พิษณุ วิเชียรสรรค์, นายอวยชัย ตันทโอภาส, นายเอ็ดมอนด์ นีโอ คิมซูน ร่วมด้วย
ล่าสุดพบว่า น้ำแร่ช้าง เริ่มกระจายไปวางจำหน่ายยังร้านค้าทั่วไป ร้านสะดวกซื้อ และซูเปอร์มาร์เก็ต โดยมุ่งวางโพสิชั่นนื่งเป็นน้ำแร่ระดับพรีเมี่ยม ด้วยจุดเด่นที่มีขวดสีเขียว เช่นเดียวกับน้ำแร่แบรนด์ดังจากต่างประเทศ และเจาะกลุ่มเป้าหมายกลุ่มมิลเลนเนียลส์ ซึ่งเป็นคนรุ่นใหม่ ที่มีกำลังซื้อสูง
อย่างไรก็ดี ตลาดน้ำดื่มบรรจุขวดในประเทศไทยเป็นตลาดที่มีศักยภาพ มีขนาดใหญ่เป็นอันดับ 2 ในตลาดเครื่องดื่มนอนแอลกอฮอล์ รองจากตลาดน้ำอัดลม โดยมีมูลค่ากว่า 3.3 หมื่นล้านบาท ในปีที่ผ่านมามีการเติบโต 9.2% ขณะที่ตลาดน้ำแร่ มีมูลค่าประมาณ 3,800 ล้านบาท มีการเติบโตเฉลี่ย 18% ในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา ถือเป็นตลาดที่กำลังมาแรงและมีศักยภาพในการเติบโตสูงมาก อันเป็นผลมาจากเทรนด์ของคนรุ่นใหม่ที่ให้ความสำคัญกับเรื่องของสุขภาพและการเลือกบริโภคอาหารและเครื่องดื่ม
จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 37 ฉบับที่ 3,260 วันที่ 11 - 13 พฤษภาคม พ.ศ. 2560






