thansettakij
thansettakij
ASTRA LAB ลุยสกินแคร์ชาย ชี้เทรนด์กำลังฮอต-วางกลยุทธ์ปูทาง2ปีโต370ล้าน

ASTRA LAB ลุยสกินแคร์ชาย ชี้เทรนด์กำลังฮอต-วางกลยุทธ์ปูทาง2ปีโต370ล้าน

10 พ.ค. 60 | 13:00 น.
“ดิไอเดีย” ออกผลิตภัณฑ์ ASTRA LAB เล็งเจาะกลุ่มลูกค้าผู้ชายเป็นหลัก ชี้เป็นตลาดที่การแข่งขันน้อยและไม่มีผู้เล่นหลัก เดินหน้ากลยุทธ์ป่าล้อมเมืองเจาะประเทศเพื่อนบ้านและเมืองใหญ่ก่อนลุยเมืองหลวงทั้งออนไลน์ควบคู่ออฟไลน์ เล็งเป้ารายได้วันละ 1 ล้านบาทปูทางสู่ 370 ล้านบาทปี 62

นางสาวแคทลียา ท้วมประถม กรรมการผู้จัดการ บริษัท ดิไอเดีย เอสเซนเชียล จำกัด (The Idea Essential) เปิดเผยกับ "ฐานเศรษฐกิจ" ว่าขณะนี้บริษัทกำลังทำการตลาดผลิตภัณฑ์เวชสำอางแบรนด์ ASTRA LAB สำหรับผู้ชาย และผู้หญิง โดยเริ่มต้นจำหน่ายมาตั้งแต่ช่วงต้นปี 2560 ที่ผ่านมา ซึ่งปัจจุบันมีสัดส่วนลูกค้าอยู่ที่ 50% เท่ากันระหว่างผู้หญิงและผู้ชาย อย่างไรก็ตามบริษัทเตรียมปรับกลยุทธ์ในการทำตลาด โดยจะมุ่งเน้นเจาะกลุ่มลูกค้าเป้าหมายที่เป็นผู้ชาย เนื่องจากยังเป็นตลาดที่มีคู่แข่งไม่มากนัก และยังไม่มีผู้เล่นหลัก หรือบริษัทที่เป็นเจ้าใหญ่ในตลาดทำให้ยังมีพื้นที่ทางการตลาดที่บริษัทสามารถเข้าไปได้อีกมาก

นอกจากนี้ ยังพบว่าช่องว่างระหว่างแบรนด์ที่ขายในห้างสรรพสินค้า หรือร้านเครื่องสำอาง (Counter Brand) และร้านที่เป็นเวชสำอาง (Drugstore) หรือร้านขายยาที่มีเครื่องสำอางจำหน่ายยังมีอีกมาก โดยนำเสนอผลิตภัณฑ์ที่มีราคาจำหน่ายไม่สูงมาก แต่มีคุณภาพเทียบเท่ากับเครื่องสำอางที่ขายในเค้าท์เตอร์แบรนด์ ซึ่งกลยุทธ์การทำตลาดหลักของบริษัทคือ การใช้ช่องทางออนไลน์ซึ่งสามารถเข้าถึงกลุ่มลูกค้าได้อย่างตรงจุด อีกทั้งยังวัดประสิทธิผล และปรับเปลี่ยนยุทธศาสตร์ได้ตามที่บริษัทต้องการไปทำตลาดในแต่ละกลุ่มแบบทันทีทันใด(Realtime)

อย่างไรก็ดี จะต้องควบคู่ไปกับกลยุทธ์ทางด้านออฟไลน์ โดยดำเนินการในรูปแบบของป่าล้อมเมือง ซึ่งจะเป็นการสร้างฐานลูกค้าจากต่างประเทศ และหัวเมืองใหญ่ในต่างจังหวัดก่อนเข้ามาที่กรุงเทพมหานคร โดยในส่วนของต่างประเทศบริษัทมีเครือข่ายที่เป็นพันธมิตรทางธุรกิจอยู่ที่ประเทศเมียนมาร์ และลาว ซึ่งจะใช้วิธีในการหาตัวแทนที่มีศักยภาพเข้ามาช่วยทำตลาด เพราะจะมีความเชี่ยวชาญในพื้นที่มากกว่า โดยกลุ่มลูกค้าของทั้ง 2 ประเทศถือว่ามีกำลังซื้อค่อนข้างมากขณะที่ในประเทศก็นำผลิตภัณฑ์เข้าไปจำหน่ายที่ร้านเวชสำอาง พร้อมทั้งหาตัวแทนจำหน่ายเข้ามาช่วยทำตลาดเช่นเดียวกัน

[caption id="attachment_147571" align="aligncenter" width="455"] แคทลียา ท้วมประถม กรรมการผู้จัดการ บริษัท ดิไอเดีย เอสเซนเชียล จำกัด แคทลียา ท้วมประถม กรรมการผู้จัดการ บริษัท ดิไอเดีย เอสเซนเชียล จำกัด[/caption]

นางสาวแคทลียา กล่าวต่ออีกว่า จากการทำตลาดในรูปแบบดังกล่าวจะทำให้สัดส่วนลูกค้าของบริษัทที่เป็นผู้ชายเพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ 65% และเป็นผู้หญิงที่ 35%โดยมีเป้าหมายรายได้อยู่ที่ประมาณ 1 ล้านบาทต่อวัน ซึ่งจะเป็นการเติบโตแบบค่อยเป็นค่อยไปตามกลยุทธ์ที่บริษัทจะมุ่งเน้นไปตามขั้นตอน และจะทำให้บริษัทมีรายได้อยู่ที่ประมาณ 350-370 ล้านบาทในปี 2562หลังจากนั้น บริษัทก็จะขยายช่องทางการจำหน่ายเข้าสู่ร้านเครื่องสำอาง และขยายฐานลูกค้าในกลุ่ม CLMV ให้ครบทุกประเทศ เนื่องจากบริษัทต้องการสร้างภาพลักษณ์ของผลิตภัณฑ์ให้เป็นเวชภัณฑ์ เพราะเป็นมีกระบวนการผลิตและทดสอบจากห้องทดลองอย่างแท้จริง

สำหรับจุดเด่นของผลิตภัณฑ์ภายใต้แบรนด์ ASTRA LAB นั้น อยู่ที่การนำส่วนผสมของสาหร่ายแดง (Astaxanthin) ซึ่งเป็นสารที่มีความสามารถในการต้านอนุมูลอิสระได้ดีที่สุด และได้รับการยอมรับจากทั่วโลกในเรื่องการดูแลริ้วรอย โดยบริษัทได้ทำการค้นคว้าและวิจัยสูตรร่วมกับผู้เชี่ยวชาญ และทดสอบประสิทธิภาพในหารใช้งานจริงกว่า 1 ปีก่อนที่จะทำออกมาเป็นผลิตภัณฑ์เพื่อจำหน่าย ซึ่งผลิตภัณฑ์ของ ASTRA LAB จะมีให้เลือกทั้งของผู้ชายและผู้หญิง โดยมีการออกแบบผลิตภัณฑ์ให้เหมาะสมกับการใช้งานตามสถานการณ์ และช่วงเวลาของแต่ละกลุ่มลูกค้า

"ตลาดกลุ่มลูกค้าที่เป็นผู้ชายถือว่าเป็นตลาดที่มีมูลค่ามาก เนื่องจากในปัจจุบันผู้ชายที่ดูแลตัวเองมีเพิ่มมากขึ้น ขณะที่ผู้หญิงเองก็จะรู้สึกต้องการซื้อผลิตภัณฑ์บำรุงผิวให้กับผู้ชายคนสนิท ทำให้ได้กลุ่มลูกค้าทั้ง 2 กลุ่ม อย่างไรก็ดี มองว่าการทำตลาดยุคนี้หากผลิตภัณฑ์ไม่ดีจริงเชื่อว่าจะไม่สามารถอยู่ในตลาดได้นาน ยิ่งหากลูกค้าไม่ซื้อซ้ำยิ่งเป็นปัญหา แต่เรามั่นใจในประสิทธิภาพของผลิตภัณฑ์จึงกล้าที่จะทำตลาดในกลุ่มนี้ เพราะกลุ่มผู้ชายเป็นกลุ่มที่เมื่อถูกใจอะไรแล้วจะซื้อซ้ำไปตลอดไม่ค่อยปรับเปลี่ยน แต่สิ่งที่สำคัญก็คือจะต้องทำอย่างไรให้ลูกค้ารู้สึกอยากลองใช้ เพื่อต่อยอดไปสู่การเป็นลูกค้าประจำ"

จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 37 ฉบับที่ 3,260 วันที่ 11 - 13 พฤษภาคม พ.ศ. 2560