
ฟันธงศก.ครึ่งหลังคึก เอกชนพร้อมจัดกิจกรรมตลาดรองรับเต็มสูบ
บิ๊กธุรกิจฟันธงกำลังซื้อผู้บริโภคฟื้นตัว ชี้ทิศครึ่งปีหลังเศรษฐกิจพลิกตัว ประเดิมเริ่มตั้งแต่ไตรมาส 3 ด้านเอกชนขานรับมาตรการกระตุ้นการจับจ่ายของภาครัฐ จัดเต็มกิจกรรมการตลาด
แม้สถานการณ์เศรษฐกิจโดยรวมจะยังไม่ฟื้นตัวอย่างชัดเจน แต่จากกำลังซื้อที่เพิ่มขึ้น และการเดินหน้าเมกะโปรเจ็คท์ รวมถึงโครงการต่างๆ ของภาครัฐ ส่งสัญญาณทำให้บรรยากาศเริ่มคึกคักขึ้น ขณะที่ในครึ่งปีหลังยังคงเป็นความหวังของภาคเอกชน ที่ผู้บริโภคจะมีเงินใช้จ่ายคึกคักขึ้นจากมาตรการต่างๆ ของภาครัฐ และเป็นโอกาสที่ผู้ประกอบการจะมีผลประกอบการที่ดีขึ้น
โดยนายอัศวิน เตชะเจริญวิกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร และกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท เบอร์ลี่ยุคเกอร์ จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า กำลังซื้อในปัจจุบันเริ่มกลับมาแล้ว เห็นได้จากยอดขายสินค้าในช่วงสงกรานต์ที่เริ่มกลับมา เป็นผลจากปัจจัยบวกต่างๆ และราคาสินค้าเกษตรที่ฟื้นตัวดีขึ้น จึงเชื่อว่าในช่วงครึ่งปีหลังนี้ภาวะเศรษฐกิจจะกลับมาเติบโตมากขึ้น โดยเฉพาะในช่วงไตรมาส 3 น่าจะเห็นความชัดเจนมากกว่าช่วงครึ่งปีแรก
"ช่วงไตรมาสแรกยังถือว่านิ่งๆ แต่ไตรมาส 2 เริ่มมีการเติบโตขึ้นเล็กน้อย และเมื่อเปรียบเทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่ผ่านมาถือว่าใกล้เคียงกัน ซึ่งในครึ่งปีหลังน่าจะมีความชัดเจนมากขึ้น บิ๊กซีก็พยายามทุกอย่างที่จะส่งเสริมให้ตลาดคึกคัก ไม่ว่าจะเป็นการจัดแคมเปญหรือโปรโมชั่นต่างๆ การหาสิ่งที่คุ้มค่ามาให้ผู้บริโภค สิ่งสำคัญครึ่งปีหลังมีงานหลักๆ หลายอย่างที่ต้องทำด้วย"
อย่างไรก็ตาม เชื่อมั่นว่าช่วงเดือนธันวาคมและต้นปี 2561 เศรษฐกิจของไทยจะกลับมาแข็งแรงและคึกคักมากขึ้น หลังจากช่วงที่ช่วงไตรมาส 3 ที่เชื่อว่าจะมีการทำกิจกรรมการตลาดอย่างนัก รวมถึงทุกภาคส่วนเกิดความเชื่อมั่น โดยเฉพาะผู้บริโภคต้องเกิดความเชื่อมั่น ทั้งในภาวะเศรษฐกิจและรัฐบาล มีการจับจ่ายใช้สอยกันมากขึ้น เพราะในส่วนของภาคเอกชนพยายามที่จะทำกิจกรรมการตลาด และพยายามสร้างการเติบโตอยู่แล้ว
สำหรับแนวทางการทำตลาดของบิ๊กซี จะมุ่งเน้นการสร้างความตื่นตัวให้กับลูกค้ามากขึ้น แต่ด้านราคาสินค้ายังถือเป็นเรื่องสำคัญในภาวะเศรษฐกิจปัจจุบัน จึงต้องมุ่งเน้นความคุ้มค่าคุ้มราคา เพราะภาวะการแข่งขันในธุรกิจยังรุนแรง เนื่องจากธุรกิจค้าปลีกมีผู้เล่นเพียงไม่กี่ราย นอกจากนี้ บิ๊กซีฯ ยังเน้นการทำตลาดที่เป็นธีม เช่น ธีมผลไม้ ธีมชุดชั้นใน เพื่อให้ลูกค้าเกิดความตื่นตัวมากขึ้น
"แคมเปญการตลาดจริงๆ เราก็ได้ทำมาโดยตลอดตั้งแต่ต้นปี อย่างล่าสุดการจัดเทศกาลจัดจำหน่ายผลไม้ มีบุปเฟ่ต์ผลไม้ 399 บาทที่สาขาราชดำริ ซึ่งถือเป็นการส่งเสริมให้ทานผลไม้ไทย เพราะสาขาที่นี่มีนักท่องเที่ยวจากต่างประเทศมาจำนวนมากไม่ว่าจะเป็นชาวฮ่องกง จีน และเวียดนาม มีรถทัวร์มาจอดวันละเป็นสิบคัน ส่วนจะไปจัดสาขาอื่นๆ หรือไม่ คงต้องดูผลตอบรับจากการจัดงานในสาขานี้ก่อน"
นายจอห์น คริสตี้ ประธานกรรมการบริหาร เทสโก้ โลตัส กล่าวถึงทิศทางในครึ่งหลังของปีนี้ว่า ขณะนี้ยังประเมินได้ยาก แต่พบว่า ตั้งแต่ต้นปีที่ผ่านมามีสัญญาณที่ดีขึ้น จากการที่ผู้บริโภคใช้จ่ายเงินมากขึ้น ดังนั้นคาดว่าในครึ่งปีหลังจะมีการใช้เงินมากขึ้นเช่นเดียวกัน ส่วนการที่ภาครัฐออกมาตรการต่างๆ เช่น การขึ้นทะเบียนคนจนเพื่อให้โอกาสในการใช้บริการสาธารณูปโภคขั้นพื้นฐานฟรี ถือเป็นการเพิ่มรายได้ให้กับประชาชน จะส่งผลดีทำให้ประชาชนมีเงินมาจับจ่ายและหมุนเวียนมากขึ้น
อย่างไรก็ดีสิ่งที่รัฐบาลกระทำอยู่ในปัจจุบันเช่น การสนับสนุนผู้ประกอบการเอสเอ็มอี โครงการประชารัฐ ถือว่าเป็นสิ่งที่ดีอยู่แล้ว จึงควรเดินหน้าต่อไป ขณะที่การใช้จ่ายของผู้บริโภคในช่วงที่ผ่านมามีการเติบโคเพิ่มขึ้น เห็นได้จากยอดใช้จ่ายในการซื้อสินค้าต่อบิล แต่ก็พบว่า ผู้บริโภคยังระมัดระวังใจการจับจ่าย เลือกซื้อสินค้าที่จำเป็นต่อชีวิตประจำวัน ต้องการสินค้าลดราคา และรู้สึกสนุกเมื่อได้เลือกซื้อ
ทั้งนี้พบว่า การซื้อสินค้าผ่านช่องทางออนไลน์มีการเติบโตเพิ่มขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ทำให้ในครึ่งปีหลังบริษัทจะเน้นการขยายช่องทางขายผ่านออนไลน์เพิ่มมากขึ้นจากปัจจุบันที่มีอยู่ 3 ช่องทางคือ เว็บไซต์เทสโก้ โลตัส , ลาซาด้า และวีเลิฟช้อปปิ้งดอทคอม รวมทั้งเพิ่มความหลากหลายให้กับสินค้า อาทิ เครื่องใช้ไฟฟ้า สินค้าสุขภาพและความงาม ฯลฯ ควบคู่ไปกับการขยายสาขาให้ครบ 2,000 แห่งจากปัจจุบันที่มีอยู่ 1,900 แห่งในทุกฟอร์แมต
ด้านนายคงพันธุ์ ปราโมช ณ อยุธยา ผู้ร่วมก่อตั้งและกรรมการ บริษัท ไบค์ โซน จำกัด ผู้บริหารร้านจักรยาน "ไบค์โซน" กล่าวว่า มองว่าในช่วงครึ่งปีหลังภาพรวมตลาดจักรของเมืองไทยน่าจะมีการเติบโตสูงขึ้นจากช่วงครึ่งปีแรก หรือมีการเติบโตในภาพรวมตลาด 5-7% เมื่อเทียบกับช่วงเกียวกันของปีก่อน แม้ภาพรวมตลาดจักรยานตั้งแต่ช่วงไตรมาส 4 ของปีที่ผ่านมาลากยาวมาจนถึงช่วงไตรมาส 1 ของปีนี้ยังคงทรงตัวอยู่ เนื่องมาจากปัจจัยลบในหลายด้านไม่ว่าจะเป็นภาพรวมตลาดจักรยานที่เริ่มอิ่มตัว กลุ่มนักปั่นเพื่อสุขภาพหรือนักปั่นหน้าใหม่ไม่นิยมปั่นจักรยานเหมือนช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา ประกอบกับสภาพอารมณ์การจับจ่ายของผู้บริโภคชะลอตัวตั้งแต่ช่วงปลายที่ผ่านมา
ทั้งนี้ปัจจัยหลักที่จะผลักดันให้ภาพรวมตลาดมีการเติบโตมากขึ้นในช่วงครึ่งปีหลังจากนี้ ส่วนหนึ่งเป็นผลมาจากกลุ่มตลาดอุปกรณ์ที่เกี่ยวข้องกับการปั่นจักรยาน (Accessory) จะมีการเติบโตที่ดี เนื่องจากปีนี้ต้องยอมรับว่าตลาดจักรยานเริ่มอิ่มตัว ดังนั้นจะมีเพียงกลุ่มนักปั่นมืออาชีพที่ยังคงให้ความสำคัญกับการปั่นจักรยานและนิยมซื้ออุปกรณ์ตกแต่งมาเพิ่มเติมมากกว่าซื้อคันใหม่ โดยในส่วนของบริษัทเองได้มีการเตรียมกลยุทธ์การตลาดเพื่อสร้างการเติบโตและขยายฐานลูกค้ารองรับไว้แล้ว แต่อย่างไรก็ตามแม้ภาพรวมตลาดจักรยานจะมีสัญญาณที่ดีขึ้นใน่ชวงครึ่งปีหลัง แต่ทว่าภาพรวมตลาดจักรยานของเมืองไทยผ่านจุดเติบโตสูงสุดมาแล้วซึ่งถือเป็นการเติบโตแบบกลับมาปกติ โดยในช่วง 2-3 ปีนับจากนี้ประเมินว่าตลาดจักรยานจึงจะกลับมาเติบโตและได้รับความนิยมสูงเหมือนช่วง 5-6 ปีที่ผ่านมา
จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 37 ฉบับที่ 3,259 วันที่ 7 - 10 พฤษภาคม พ.ศ. 2560
แม้สถานการณ์เศรษฐกิจโดยรวมจะยังไม่ฟื้นตัวอย่างชัดเจน แต่จากกำลังซื้อที่เพิ่มขึ้น และการเดินหน้าเมกะโปรเจ็คท์ รวมถึงโครงการต่างๆ ของภาครัฐ ส่งสัญญาณทำให้บรรยากาศเริ่มคึกคักขึ้น ขณะที่ในครึ่งปีหลังยังคงเป็นความหวังของภาคเอกชน ที่ผู้บริโภคจะมีเงินใช้จ่ายคึกคักขึ้นจากมาตรการต่างๆ ของภาครัฐ และเป็นโอกาสที่ผู้ประกอบการจะมีผลประกอบการที่ดีขึ้น
โดยนายอัศวิน เตชะเจริญวิกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร และกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท เบอร์ลี่ยุคเกอร์ จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า กำลังซื้อในปัจจุบันเริ่มกลับมาแล้ว เห็นได้จากยอดขายสินค้าในช่วงสงกรานต์ที่เริ่มกลับมา เป็นผลจากปัจจัยบวกต่างๆ และราคาสินค้าเกษตรที่ฟื้นตัวดีขึ้น จึงเชื่อว่าในช่วงครึ่งปีหลังนี้ภาวะเศรษฐกิจจะกลับมาเติบโตมากขึ้น โดยเฉพาะในช่วงไตรมาส 3 น่าจะเห็นความชัดเจนมากกว่าช่วงครึ่งปีแรก
"ช่วงไตรมาสแรกยังถือว่านิ่งๆ แต่ไตรมาส 2 เริ่มมีการเติบโตขึ้นเล็กน้อย และเมื่อเปรียบเทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่ผ่านมาถือว่าใกล้เคียงกัน ซึ่งในครึ่งปีหลังน่าจะมีความชัดเจนมากขึ้น บิ๊กซีก็พยายามทุกอย่างที่จะส่งเสริมให้ตลาดคึกคัก ไม่ว่าจะเป็นการจัดแคมเปญหรือโปรโมชั่นต่างๆ การหาสิ่งที่คุ้มค่ามาให้ผู้บริโภค สิ่งสำคัญครึ่งปีหลังมีงานหลักๆ หลายอย่างที่ต้องทำด้วย"
อย่างไรก็ตาม เชื่อมั่นว่าช่วงเดือนธันวาคมและต้นปี 2561 เศรษฐกิจของไทยจะกลับมาแข็งแรงและคึกคักมากขึ้น หลังจากช่วงที่ช่วงไตรมาส 3 ที่เชื่อว่าจะมีการทำกิจกรรมการตลาดอย่างนัก รวมถึงทุกภาคส่วนเกิดความเชื่อมั่น โดยเฉพาะผู้บริโภคต้องเกิดความเชื่อมั่น ทั้งในภาวะเศรษฐกิจและรัฐบาล มีการจับจ่ายใช้สอยกันมากขึ้น เพราะในส่วนของภาคเอกชนพยายามที่จะทำกิจกรรมการตลาด และพยายามสร้างการเติบโตอยู่แล้ว
สำหรับแนวทางการทำตลาดของบิ๊กซี จะมุ่งเน้นการสร้างความตื่นตัวให้กับลูกค้ามากขึ้น แต่ด้านราคาสินค้ายังถือเป็นเรื่องสำคัญในภาวะเศรษฐกิจปัจจุบัน จึงต้องมุ่งเน้นความคุ้มค่าคุ้มราคา เพราะภาวะการแข่งขันในธุรกิจยังรุนแรง เนื่องจากธุรกิจค้าปลีกมีผู้เล่นเพียงไม่กี่ราย นอกจากนี้ บิ๊กซีฯ ยังเน้นการทำตลาดที่เป็นธีม เช่น ธีมผลไม้ ธีมชุดชั้นใน เพื่อให้ลูกค้าเกิดความตื่นตัวมากขึ้น
"แคมเปญการตลาดจริงๆ เราก็ได้ทำมาโดยตลอดตั้งแต่ต้นปี อย่างล่าสุดการจัดเทศกาลจัดจำหน่ายผลไม้ มีบุปเฟ่ต์ผลไม้ 399 บาทที่สาขาราชดำริ ซึ่งถือเป็นการส่งเสริมให้ทานผลไม้ไทย เพราะสาขาที่นี่มีนักท่องเที่ยวจากต่างประเทศมาจำนวนมากไม่ว่าจะเป็นชาวฮ่องกง จีน และเวียดนาม มีรถทัวร์มาจอดวันละเป็นสิบคัน ส่วนจะไปจัดสาขาอื่นๆ หรือไม่ คงต้องดูผลตอบรับจากการจัดงานในสาขานี้ก่อน"
นายจอห์น คริสตี้ ประธานกรรมการบริหาร เทสโก้ โลตัส กล่าวถึงทิศทางในครึ่งหลังของปีนี้ว่า ขณะนี้ยังประเมินได้ยาก แต่พบว่า ตั้งแต่ต้นปีที่ผ่านมามีสัญญาณที่ดีขึ้น จากการที่ผู้บริโภคใช้จ่ายเงินมากขึ้น ดังนั้นคาดว่าในครึ่งปีหลังจะมีการใช้เงินมากขึ้นเช่นเดียวกัน ส่วนการที่ภาครัฐออกมาตรการต่างๆ เช่น การขึ้นทะเบียนคนจนเพื่อให้โอกาสในการใช้บริการสาธารณูปโภคขั้นพื้นฐานฟรี ถือเป็นการเพิ่มรายได้ให้กับประชาชน จะส่งผลดีทำให้ประชาชนมีเงินมาจับจ่ายและหมุนเวียนมากขึ้น
อย่างไรก็ดีสิ่งที่รัฐบาลกระทำอยู่ในปัจจุบันเช่น การสนับสนุนผู้ประกอบการเอสเอ็มอี โครงการประชารัฐ ถือว่าเป็นสิ่งที่ดีอยู่แล้ว จึงควรเดินหน้าต่อไป ขณะที่การใช้จ่ายของผู้บริโภคในช่วงที่ผ่านมามีการเติบโคเพิ่มขึ้น เห็นได้จากยอดใช้จ่ายในการซื้อสินค้าต่อบิล แต่ก็พบว่า ผู้บริโภคยังระมัดระวังใจการจับจ่าย เลือกซื้อสินค้าที่จำเป็นต่อชีวิตประจำวัน ต้องการสินค้าลดราคา และรู้สึกสนุกเมื่อได้เลือกซื้อ
ทั้งนี้พบว่า การซื้อสินค้าผ่านช่องทางออนไลน์มีการเติบโตเพิ่มขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ทำให้ในครึ่งปีหลังบริษัทจะเน้นการขยายช่องทางขายผ่านออนไลน์เพิ่มมากขึ้นจากปัจจุบันที่มีอยู่ 3 ช่องทางคือ เว็บไซต์เทสโก้ โลตัส , ลาซาด้า และวีเลิฟช้อปปิ้งดอทคอม รวมทั้งเพิ่มความหลากหลายให้กับสินค้า อาทิ เครื่องใช้ไฟฟ้า สินค้าสุขภาพและความงาม ฯลฯ ควบคู่ไปกับการขยายสาขาให้ครบ 2,000 แห่งจากปัจจุบันที่มีอยู่ 1,900 แห่งในทุกฟอร์แมต
ด้านนายคงพันธุ์ ปราโมช ณ อยุธยา ผู้ร่วมก่อตั้งและกรรมการ บริษัท ไบค์ โซน จำกัด ผู้บริหารร้านจักรยาน "ไบค์โซน" กล่าวว่า มองว่าในช่วงครึ่งปีหลังภาพรวมตลาดจักรของเมืองไทยน่าจะมีการเติบโตสูงขึ้นจากช่วงครึ่งปีแรก หรือมีการเติบโตในภาพรวมตลาด 5-7% เมื่อเทียบกับช่วงเกียวกันของปีก่อน แม้ภาพรวมตลาดจักรยานตั้งแต่ช่วงไตรมาส 4 ของปีที่ผ่านมาลากยาวมาจนถึงช่วงไตรมาส 1 ของปีนี้ยังคงทรงตัวอยู่ เนื่องมาจากปัจจัยลบในหลายด้านไม่ว่าจะเป็นภาพรวมตลาดจักรยานที่เริ่มอิ่มตัว กลุ่มนักปั่นเพื่อสุขภาพหรือนักปั่นหน้าใหม่ไม่นิยมปั่นจักรยานเหมือนช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา ประกอบกับสภาพอารมณ์การจับจ่ายของผู้บริโภคชะลอตัวตั้งแต่ช่วงปลายที่ผ่านมา
ทั้งนี้ปัจจัยหลักที่จะผลักดันให้ภาพรวมตลาดมีการเติบโตมากขึ้นในช่วงครึ่งปีหลังจากนี้ ส่วนหนึ่งเป็นผลมาจากกลุ่มตลาดอุปกรณ์ที่เกี่ยวข้องกับการปั่นจักรยาน (Accessory) จะมีการเติบโตที่ดี เนื่องจากปีนี้ต้องยอมรับว่าตลาดจักรยานเริ่มอิ่มตัว ดังนั้นจะมีเพียงกลุ่มนักปั่นมืออาชีพที่ยังคงให้ความสำคัญกับการปั่นจักรยานและนิยมซื้ออุปกรณ์ตกแต่งมาเพิ่มเติมมากกว่าซื้อคันใหม่ โดยในส่วนของบริษัทเองได้มีการเตรียมกลยุทธ์การตลาดเพื่อสร้างการเติบโตและขยายฐานลูกค้ารองรับไว้แล้ว แต่อย่างไรก็ตามแม้ภาพรวมตลาดจักรยานจะมีสัญญาณที่ดีขึ้นใน่ชวงครึ่งปีหลัง แต่ทว่าภาพรวมตลาดจักรยานของเมืองไทยผ่านจุดเติบโตสูงสุดมาแล้วซึ่งถือเป็นการเติบโตแบบกลับมาปกติ โดยในช่วง 2-3 ปีนับจากนี้ประเมินว่าตลาดจักรยานจึงจะกลับมาเติบโตและได้รับความนิยมสูงเหมือนช่วง 5-6 ปีที่ผ่านมา
จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 37 ฉบับที่ 3,259 วันที่ 7 - 10 พฤษภาคม พ.ศ. 2560






