
‘ธุรกิจร.พ.’อัดฉีดงบ เร่งยกระดับคุณภาพบริการรองรับผู้ป่วยไทย-ต่างชาติ
เอกซเรย์ธุรกิจโรงพยาบาล 3.44 แสนล้าน จับตากลุ่มทุนใหญ่เร่งพัฒนาคุณภาพการรักษา บริการ ผุดศูนย์แพทย์เฉพาะทางเพิ่ม หวังดักผู้ป่วยทั้งในและต่างประเทศ
ปีที่ผ่านมาคนไทยใช้จ่ายเงินเพื่อรักษาพยาบาลในโรงพยาบาลกว่า 3.44 แสนล้านบาท แบ่งเป็นการประกันสุขภาพถ้วนหน้าหรือบัตรทอง 43% รองลงมาเป็นการใช้เงินสดรักษาพยาบาล 27% คิดเป็นมูลค่ากว่า 9.28 หมื่นล้านบาท การใช้จ่ายของข้าราชการ 18% และประกันสังคม 12% ขณะที่สัดส่วนรายได้ของธุรกิจโรงพยาบาลเอกชนมาจากคนไทย 75% และชาวต่างชาติ 25% ถือเป็นกลุ่มผู้บริโภคที่สร้างการเติบโตให้กับผู้ประกอบการโรงพยาบาล วันนี้นอกเหนือจากการพัฒนาคุณภาพการรักษา การทำกิจกรรมทางการตลาดเป็นอีกหนึ่งกลยุทธ์ที่ผู้ประกอบการต้องนำมาใช้เพื่อสร้างการเติบโตอย่างต่อเนื่อง
ศาสตราจารย์คลินิกนายแพทย์ประดิษฐ์ ปัญจวีณิน ผู้อำนวยการโรงพยาบาลศิริราช ปิยมหาราชการุณย์เปิดเผยว่า ทิศทางและเป้าหมายการดำเนินงานในปี 2560-2561 จะมุ่งเน้นการพัฒนาคุณภาพที่เป็นเลิศ และประสิทธิภาพความปลอดภัยสูงสุดแก่ผู้รับบริการ โดยมีแผนพัฒนาคุณภาพด้านการแพทย์และการรักษาพยาบาล ต่ออายุการรับรองมาตรฐานสากล JCI (The Joint Commission International) และมาตรฐานการดูแลผู้ป่วยเปลี่ยนข้อเข่าเทียม เจาะลึกเฉพาะทางด้วยมาตรฐาน CCPC TKR (Clinical Care Program Certification-Total Knee Replacement Program-CCPC TKR)
นอกจากนี้ ยังมีการพัฒนาบุคลากร และการพัฒนาระบบเทคโนโลยีสารสนเทศ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพให้แพทย์และบุคลากรทางการแพทย์เข้าถึงข้อมูลผู้ป่วยได้อย่างสะดวกรวดเร็ว ถูกต้อง และทันเวลา การขยายบริการเพิ่มศูนย์โรคภูมิแพ้ คลินิกเบาหวาน ไทรอยด์ และต่อมไร้ท่อ นอกจากนี้คาดว่าจะเปิดบริการศูนย์ทางเดินปัสสาวะ และจะเปิดจำนวนเตียงให้ครบ 357 เตียง ภายในปี 2561 นี้ด้วย ซึ่งปีนี้ทางโรงพยาบาลได้ได้ตั้งเป้าการเติบโตเพิ่มขึ้น 20% มีจำนวนผู้ป่วยนอกกว่า 5.11 แสนคน จำนวนผู้ป่วยในกว่า 1.68 หมื่นคน ปัจจุบัน เปิดให้บริการรวมทั้งสิ้น 20 ศูนย์ ครอบคลุมการรักษาโรคยาก และโรคทั่วไป โดยศูนย์ที่มีผู้เข้ารับการรักษามากสุด5 อันดับแรกในปี 2559 ได้แก่ 1.ศูนย์อายุรกรรม 2.ศูนย์ออร์โธปิดิกส์ 3.ศูนย์เด็ก 4.ศูนย์ศัลยกรรม และ 5.ศูนย์หัวใจ
ด้านพ.ญ.เจรียง จันทรกลม ประธานเจ้าหน้าที่ บริหารโรงพยาบาลในเครือบางประกอก กล่าวว่า มีแผนลงทุน 200-300 ล้านบาท เพื่อพัฒนาศูนย์ดูแลผู้สูงอายุ บนเนื้อที่ไม่ต่ำกว่า 10 ไร่ซึ่งใกล้กับโรงพยาบาล ที่ขณะนี้อยู่ระหว่างการศึกษาความเป็นไปได้ และศึกษารูปแบบความต้องการของผู้สูงอายุ ซึ่งคาดว่าจะมีความชัดเจนได้ในปีหน้า โดยวางแผนการก่อสร้างโครงการแรกที่จังหวัดเชียงใหม่ และยังมีความสนใจที่จะเข้าไปลงทุนในจังหวัดภูเก็ต รวมถึงในพื้นที่จังหวัดกรุงเทพฯด้วย "ศูนย์ดูแลผู้สูงอายุทางโรงพยาบาลมีแผนเปิดทั้งในกรุงเทพฯ และต่างจังหวัด ภายใน 1-2 ปีนี้ในทุกโรงพยาบาลเครือบางประกอก ที่ได้เตรียมพื้นที่ไว้แล้วบางพื้นที่มีขนาด 10 ไร่ บางพื้นที่มีหลายไร่ซึ่งจะต้องใกล้กับโรงพยาบาล อย่างที่จังหวัดเชียงใหม่อยู่ห่างจากตัวเมืองเพียง 20 กิโลเมตรและอยากให้ใกล้กับสนามกอล์ฟ เพราะผู้สูงอายุนิยมเล่น ตอนนี้อยู่ระหว่างการศึกษาว่าคนไทยชอบอะไร เพราะตลาดผู้สูงอายุเพิ่งบูม ต่างจากประเทศญี่ปุ่นมีมานานและมีรูปแบบการดูแลอยู่แล้ว"
ปัจจุบันเครือโรงพยาบาลบางประกอกมีจำนวนเตียงให้บริการผู้ป่วยกว่า 1,000 เตียง ซึ่งมีแผนเปิดให้บริการเพิ่มขึ้น เช่น โรงพยาบาลบางประกอก 3 ที่จะเพิ่มจำนวนเตียงอีก 100 เตียง จากปัจจุบันมี 150 เตียง โรงพยาบาลปิยะเวทที่จะเพิ่มอีก 50 เตียง จากปัจจุบันมี 150 เตียง นอกจากนี้ ทางโรงพยาบาลปิยะเวทยังได้ใช้งบประมาณ 100 ล้านบาท ปรับปรุงอาคารและเปิดศูนย์การแพทย์เพิ่มอีก 4 ศูนย์ด้วย ได้แก่ 1. ศูนย์การบริการผู้ป่วยต่างชาติ 2. ศูนย์ทารกแรกเกิดและปริกำเนิด 3. ศูนย์รักษาแผลที่เท้าจากโรคเบาหวาน และ 4.ศูนย์เวชศาสตร์การเจริญพันธุ์
น.พ.วิทิต อรรถเวชกุล ผู้อำนวยการโรงพยาบาลปิยะเวท กล่าวว่า ส่วนแผนการทำตลาดในต่างประเทศ ได้เตรียมขยายศูนย์ข้อมูลและโพลีคลินิกปีละ 1-2 แห่ง ซึ่งในปีนี้ยังคงขยายต่อเนื่องด้วยการเตรียมงบประมาณการลงทุนไว้ 50 ล้านบาท เพื่อใช้ขยายศูนย์ข้อมูลข่าวสารหรือโพลีคลินิกอีก 1-2 แห่ง อาทิ ประเทศจีน ปัจจุบันอยู่ระหว่างการเจรจากับผู้ร่วมทุน ซึ่งคาดว่าปีนี้ทางโรงพยาบาลจะมีอัตราการเติบโต 20% หรือมีรายได้กว่า 1,640 ล้านบาท
ขณะที่โรงพยาบาลพญาไท 2 ได้ลงทุน 800 ล้านบาท เพื่อปรับปรุงสถานที่ เสริมศักยภาพศูนย์การแพทย์ ด้วยอุปกรณ์และเทคโนโลยีการแพทย์ เพื่อพัฒนาโรงพยาบาลไปสู่ความเป็นเลิศด้านการรักษา หรือ Phyathai 2 Center of Excellence โดยแบ่งเป็นงบปกติประจำปี 200 ล้านบาท และอีก 600 ล้านบาท เป็นงบต่อเนื่องในอีก 3 ปีข้างหน้า ภายใต้การดำเนินงาน อาทิ การพัฒนาโปรแกรมด้านการรักษา (Clinical Program) เพื่อเป็นศูนย์การแพทย์ที่เป็นเลิศครบวงจร อาทิ ศูนย์อุบัติเหตุ ศูนย์ต่ออวัยวะ ศูนย์เปลี่ยนไต/ตับ ศูนย์รักษาหลอดเลือดแดงใหญ่โป่งพอง ศูนย์รักษาอาการปวดโดยไม่ต้องผ่าตัด ศูนย์รักษาบาดแผลเรื้อรัง ศูนย์การรักษาโรคความจำเสื่อม เป็นต้น
อย่างไรก็ดีภาพรวมของโรงพยาบาลพญาไท 2 ในกลุ่มตลาดคนไทยยังคงทรงตัว แต่มีการเติบโต 15% ในตลาดผู้ป่วยต่างชาติ โดยชาวเมียนมา จีน และกลุ่มผู้ป่วยประกันต่างชาติมีการเติบโตที่ดี ส่วนเป้าหมายรายได้ในปีนี้คาดว่าจะทำได้ 4,100 ล้านบาท เติบโตจากปีที่ผ่านมามีรายได้ 3,700 ล้านบาท ส่วนเป้าหมายในระยะ 3 ปีคาดว่าจะทำรายได้ 7,000 ล้านบาท
[caption id="attachment_144646" align="aligncenter" width="436"]
‘ธุรกิจร.พ.’อัดฉีดงบ เร่งยกระดับคุณภาพบริการรองรับผู้ป่วยไทย-ต่างชาติ[/caption]
จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 37 ฉบับที่ 3,257
วันที่ 30 เมษายน - 3 พฤษภาคม พ.ศ. 2560
ปีที่ผ่านมาคนไทยใช้จ่ายเงินเพื่อรักษาพยาบาลในโรงพยาบาลกว่า 3.44 แสนล้านบาท แบ่งเป็นการประกันสุขภาพถ้วนหน้าหรือบัตรทอง 43% รองลงมาเป็นการใช้เงินสดรักษาพยาบาล 27% คิดเป็นมูลค่ากว่า 9.28 หมื่นล้านบาท การใช้จ่ายของข้าราชการ 18% และประกันสังคม 12% ขณะที่สัดส่วนรายได้ของธุรกิจโรงพยาบาลเอกชนมาจากคนไทย 75% และชาวต่างชาติ 25% ถือเป็นกลุ่มผู้บริโภคที่สร้างการเติบโตให้กับผู้ประกอบการโรงพยาบาล วันนี้นอกเหนือจากการพัฒนาคุณภาพการรักษา การทำกิจกรรมทางการตลาดเป็นอีกหนึ่งกลยุทธ์ที่ผู้ประกอบการต้องนำมาใช้เพื่อสร้างการเติบโตอย่างต่อเนื่อง
ศาสตราจารย์คลินิกนายแพทย์ประดิษฐ์ ปัญจวีณิน ผู้อำนวยการโรงพยาบาลศิริราช ปิยมหาราชการุณย์เปิดเผยว่า ทิศทางและเป้าหมายการดำเนินงานในปี 2560-2561 จะมุ่งเน้นการพัฒนาคุณภาพที่เป็นเลิศ และประสิทธิภาพความปลอดภัยสูงสุดแก่ผู้รับบริการ โดยมีแผนพัฒนาคุณภาพด้านการแพทย์และการรักษาพยาบาล ต่ออายุการรับรองมาตรฐานสากล JCI (The Joint Commission International) และมาตรฐานการดูแลผู้ป่วยเปลี่ยนข้อเข่าเทียม เจาะลึกเฉพาะทางด้วยมาตรฐาน CCPC TKR (Clinical Care Program Certification-Total Knee Replacement Program-CCPC TKR)
นอกจากนี้ ยังมีการพัฒนาบุคลากร และการพัฒนาระบบเทคโนโลยีสารสนเทศ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพให้แพทย์และบุคลากรทางการแพทย์เข้าถึงข้อมูลผู้ป่วยได้อย่างสะดวกรวดเร็ว ถูกต้อง และทันเวลา การขยายบริการเพิ่มศูนย์โรคภูมิแพ้ คลินิกเบาหวาน ไทรอยด์ และต่อมไร้ท่อ นอกจากนี้คาดว่าจะเปิดบริการศูนย์ทางเดินปัสสาวะ และจะเปิดจำนวนเตียงให้ครบ 357 เตียง ภายในปี 2561 นี้ด้วย ซึ่งปีนี้ทางโรงพยาบาลได้ได้ตั้งเป้าการเติบโตเพิ่มขึ้น 20% มีจำนวนผู้ป่วยนอกกว่า 5.11 แสนคน จำนวนผู้ป่วยในกว่า 1.68 หมื่นคน ปัจจุบัน เปิดให้บริการรวมทั้งสิ้น 20 ศูนย์ ครอบคลุมการรักษาโรคยาก และโรคทั่วไป โดยศูนย์ที่มีผู้เข้ารับการรักษามากสุด5 อันดับแรกในปี 2559 ได้แก่ 1.ศูนย์อายุรกรรม 2.ศูนย์ออร์โธปิดิกส์ 3.ศูนย์เด็ก 4.ศูนย์ศัลยกรรม และ 5.ศูนย์หัวใจ
ด้านพ.ญ.เจรียง จันทรกลม ประธานเจ้าหน้าที่ บริหารโรงพยาบาลในเครือบางประกอก กล่าวว่า มีแผนลงทุน 200-300 ล้านบาท เพื่อพัฒนาศูนย์ดูแลผู้สูงอายุ บนเนื้อที่ไม่ต่ำกว่า 10 ไร่ซึ่งใกล้กับโรงพยาบาล ที่ขณะนี้อยู่ระหว่างการศึกษาความเป็นไปได้ และศึกษารูปแบบความต้องการของผู้สูงอายุ ซึ่งคาดว่าจะมีความชัดเจนได้ในปีหน้า โดยวางแผนการก่อสร้างโครงการแรกที่จังหวัดเชียงใหม่ และยังมีความสนใจที่จะเข้าไปลงทุนในจังหวัดภูเก็ต รวมถึงในพื้นที่จังหวัดกรุงเทพฯด้วย "ศูนย์ดูแลผู้สูงอายุทางโรงพยาบาลมีแผนเปิดทั้งในกรุงเทพฯ และต่างจังหวัด ภายใน 1-2 ปีนี้ในทุกโรงพยาบาลเครือบางประกอก ที่ได้เตรียมพื้นที่ไว้แล้วบางพื้นที่มีขนาด 10 ไร่ บางพื้นที่มีหลายไร่ซึ่งจะต้องใกล้กับโรงพยาบาล อย่างที่จังหวัดเชียงใหม่อยู่ห่างจากตัวเมืองเพียง 20 กิโลเมตรและอยากให้ใกล้กับสนามกอล์ฟ เพราะผู้สูงอายุนิยมเล่น ตอนนี้อยู่ระหว่างการศึกษาว่าคนไทยชอบอะไร เพราะตลาดผู้สูงอายุเพิ่งบูม ต่างจากประเทศญี่ปุ่นมีมานานและมีรูปแบบการดูแลอยู่แล้ว"
ปัจจุบันเครือโรงพยาบาลบางประกอกมีจำนวนเตียงให้บริการผู้ป่วยกว่า 1,000 เตียง ซึ่งมีแผนเปิดให้บริการเพิ่มขึ้น เช่น โรงพยาบาลบางประกอก 3 ที่จะเพิ่มจำนวนเตียงอีก 100 เตียง จากปัจจุบันมี 150 เตียง โรงพยาบาลปิยะเวทที่จะเพิ่มอีก 50 เตียง จากปัจจุบันมี 150 เตียง นอกจากนี้ ทางโรงพยาบาลปิยะเวทยังได้ใช้งบประมาณ 100 ล้านบาท ปรับปรุงอาคารและเปิดศูนย์การแพทย์เพิ่มอีก 4 ศูนย์ด้วย ได้แก่ 1. ศูนย์การบริการผู้ป่วยต่างชาติ 2. ศูนย์ทารกแรกเกิดและปริกำเนิด 3. ศูนย์รักษาแผลที่เท้าจากโรคเบาหวาน และ 4.ศูนย์เวชศาสตร์การเจริญพันธุ์
น.พ.วิทิต อรรถเวชกุล ผู้อำนวยการโรงพยาบาลปิยะเวท กล่าวว่า ส่วนแผนการทำตลาดในต่างประเทศ ได้เตรียมขยายศูนย์ข้อมูลและโพลีคลินิกปีละ 1-2 แห่ง ซึ่งในปีนี้ยังคงขยายต่อเนื่องด้วยการเตรียมงบประมาณการลงทุนไว้ 50 ล้านบาท เพื่อใช้ขยายศูนย์ข้อมูลข่าวสารหรือโพลีคลินิกอีก 1-2 แห่ง อาทิ ประเทศจีน ปัจจุบันอยู่ระหว่างการเจรจากับผู้ร่วมทุน ซึ่งคาดว่าปีนี้ทางโรงพยาบาลจะมีอัตราการเติบโต 20% หรือมีรายได้กว่า 1,640 ล้านบาท
ขณะที่โรงพยาบาลพญาไท 2 ได้ลงทุน 800 ล้านบาท เพื่อปรับปรุงสถานที่ เสริมศักยภาพศูนย์การแพทย์ ด้วยอุปกรณ์และเทคโนโลยีการแพทย์ เพื่อพัฒนาโรงพยาบาลไปสู่ความเป็นเลิศด้านการรักษา หรือ Phyathai 2 Center of Excellence โดยแบ่งเป็นงบปกติประจำปี 200 ล้านบาท และอีก 600 ล้านบาท เป็นงบต่อเนื่องในอีก 3 ปีข้างหน้า ภายใต้การดำเนินงาน อาทิ การพัฒนาโปรแกรมด้านการรักษา (Clinical Program) เพื่อเป็นศูนย์การแพทย์ที่เป็นเลิศครบวงจร อาทิ ศูนย์อุบัติเหตุ ศูนย์ต่ออวัยวะ ศูนย์เปลี่ยนไต/ตับ ศูนย์รักษาหลอดเลือดแดงใหญ่โป่งพอง ศูนย์รักษาอาการปวดโดยไม่ต้องผ่าตัด ศูนย์รักษาบาดแผลเรื้อรัง ศูนย์การรักษาโรคความจำเสื่อม เป็นต้น
อย่างไรก็ดีภาพรวมของโรงพยาบาลพญาไท 2 ในกลุ่มตลาดคนไทยยังคงทรงตัว แต่มีการเติบโต 15% ในตลาดผู้ป่วยต่างชาติ โดยชาวเมียนมา จีน และกลุ่มผู้ป่วยประกันต่างชาติมีการเติบโตที่ดี ส่วนเป้าหมายรายได้ในปีนี้คาดว่าจะทำได้ 4,100 ล้านบาท เติบโตจากปีที่ผ่านมามีรายได้ 3,700 ล้านบาท ส่วนเป้าหมายในระยะ 3 ปีคาดว่าจะทำรายได้ 7,000 ล้านบาท
[caption id="attachment_144646" align="aligncenter" width="436"]
จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 37 ฉบับที่ 3,257
วันที่ 30 เมษายน - 3 พฤษภาคม พ.ศ. 2560






