
ซีอีโอสภาการเดินทางและการท่องเที่ยวโลก เรียกร้องอยากให้สร้างโลกที่ยั่งยืน
“มากเกินไปไหมที่จะขอ” เป็นประโยคเปิดงานของ มร.เดวิด สโควซิลล์ ประธานและซีอีโอของสภาการเดินทางและการท่องเที่ยวโลก (WTTC) ในการประชุมสุดยอดระดับโลกของสภาการเดินทางและการท่องเที่ยวโลก ครั้งที่ 17 ซึ่งจัดขึ้นที่กรุงเทพมหานคร ประเทศไทย ในวันที่ 26 เมษายน 2560 ที่ผ่านมา
มร.สโควซิลล์ เชิญชวนผู้นำของภาครัฐและธุรกิจต่างๆ กว่า 900 คน ให้ร่วมกันยืนหยัดเพื่อสร้างความแตกต่างที่เป็นรูปธรรมอย่างยั่งยืน ภายใต้แนวคิดที่ว่า เราจะร่วมกัน “เปลี่ยนแปลงโลกของเรา” (Transforming Our World) ได้อย่างไร?
มร.สโควซิลล์ ยังเรียกร้องให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งภาครัฐและภาคเอกชน นำพาโลกของเราไปสู่ “การขจัดความยากจน การทำความสะอาดท้องทะเล และการปกป้องถิ่นที่อยู่”
ธุรกิจการเดินทางและท่องเที่ยวมีส่วนอย่างสำคัญในการพัฒนาเศรษฐกิจของโลกให้เติบโตขึ้นอย่างมาก โดยได้สร้างรายได้กว่า 7.6 ล้านล้านเหรียญสหรัฐทั่วโลก และสร้างงานมากกว่า 292 ล้านอัตรา คิดเป็นสัดส่วน 1 ใน 10 ของจ้างงานทั่วโลก ในช่วง 6 ปีหลัง ธุรกิจการเดินทางและท่องเที่ยวมีการเติบโตมากกว่าการขยายตัวเศรษฐกิจโลกอย่างสม่ำเสมอ
การเดินทางเชิงธุรกิจและเพื่อพักผ่อนหย่อนใจเป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนไปสู่เป้าหมาย 3 ในของจากทั้งหมด 17 เป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนของสหประชาชาติโลก และจะมีบทบาทในการกำหนดวาระของโลกในช่วง 15 ปีข้างหน้า
“เราได้เห็นการเปลี่ยนแปลงทางการเมืองระดับโลกเป็นอย่างมาก ทั้งยังเห็นได้ชัดเจนว่า การเติบโตของเศรษฐกิจในระดับสูงที่อยู่กับเรามานานกว่าครึ่งศตวรรษ และโลกาภิวัฒน์ที่เป็นตัวขับเคลื่อนเศรษฐกิจไม่ได้เป็นประโยชน์แก่ทุกคน รัฐบาลต่างเริ่มตั้งคำถามเรื่องอิสรภาพขั้นพื้นฐานในการเดินทางและการค้า ที่เป็นรากฐานของของธุรกิจการเดินทางและท่องเที่ยว” นายสโควซิลล์ กล่าว
มร.สโควซิลล์ กล่าวว่า แม้จะเกิดการก่อการร้ายและภัยพิบัติทางธรรมชาติหลายครั้ง ธุรกิจการเดินทางและท่องเที่ยวได้แสดงให้เห็นถึงความยืดหยุ่นในการรับมือกับสถานการณ์ร้ายเหล่านี้ โดยไม่ส่งผลกระทบต่อการเดินทางและการไปมาหาสู่ของผู้คน
“ความกลัวที่เกิดจากการแบ่งแยกเราตามเชื้อชาติหรือศาสนาทำลายหลักคิดว่าเราแต่ละคนล้วนมีลักษณะเฉพาะตัว เราเชื่อมั่นอย่างเต็มเปี่ยมว่า การปิดชายแดนคือการปิดกั้นทางความคิด การท่องเที่ยวทำให้โลกเราน่าอยู่ เป็นสถานที่สงบสุขมากยิ่งขึ้น ปฏิสัมพันธ์ของคนที่ต่างวัฒนธรรมเปลี่ยนแปลงเราไปในทางที่ดีขึ้น”
“การเดินทางท่องเที่ยวนั้นไม่ได้จำกัดอยู่แค่คนที่มีสิทธิพิเศษแค่หยิบมือ โลกและความสวยงามอันน่าอัศจรรย์เป็นของทุกคน เราเชื่อมั่นในสิทธิขั้นพื้นฐานของทุกคนในการเดินทาง โดยไม่ยึดโยงกับสัญชาติ เพศ ศาสนา ความสนใจทางเพศ หรืออายุ ธุรกิจการเดินทางและท่องเที่ยวให้การต้อนรับทุกๆคน”
“ธุรกิจนี้ยังทำหน้าที่สำคัญในการแสวงหาโลกที่เท่าเทียม ไม่แบ่งแยก และยั่งยืนมากขึ้น เพื่อที่จะพัฒนาธุรกิจนี้ให้ก้าวหน้าต่อไป เราต้องมุ่งเน้นสามส่วนสำคัญ คือ ผู้คนสามารถเดินทางท่องเที่ยวได้อย่างอิสระ เราต้องมีธุรกิจที่ประสบความสำเร็จ และเราต้องทำธุรกิจที่คำนึงถึงความรับผิดชอบต่อสังคม” มร.สโควซิลล์ กล่าวสรุป
ในฐานะส่วนหนึ่งของการรณรงค์ “มากเกินไปไหมที่จะขอ?” สภาการเดินทางและการท่องเที่ยวโลกหรือ WTTC เรียกร้องให้ทุกคนร่วมกันปฏิญาณ ร่วมกันลงมือเพื่อสร้างการเปลี่ยนแปลงให้กับโลกของเรา เข้าร่วมกับเรา เพื่อเพิ่มคุณค่าให้กับการสนับสนุนของคุณ
มร.สโควซิลล์ เชิญชวนผู้นำของภาครัฐและธุรกิจต่างๆ กว่า 900 คน ให้ร่วมกันยืนหยัดเพื่อสร้างความแตกต่างที่เป็นรูปธรรมอย่างยั่งยืน ภายใต้แนวคิดที่ว่า เราจะร่วมกัน “เปลี่ยนแปลงโลกของเรา” (Transforming Our World) ได้อย่างไร?
มร.สโควซิลล์ ยังเรียกร้องให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งภาครัฐและภาคเอกชน นำพาโลกของเราไปสู่ “การขจัดความยากจน การทำความสะอาดท้องทะเล และการปกป้องถิ่นที่อยู่”
ธุรกิจการเดินทางและท่องเที่ยวมีส่วนอย่างสำคัญในการพัฒนาเศรษฐกิจของโลกให้เติบโตขึ้นอย่างมาก โดยได้สร้างรายได้กว่า 7.6 ล้านล้านเหรียญสหรัฐทั่วโลก และสร้างงานมากกว่า 292 ล้านอัตรา คิดเป็นสัดส่วน 1 ใน 10 ของจ้างงานทั่วโลก ในช่วง 6 ปีหลัง ธุรกิจการเดินทางและท่องเที่ยวมีการเติบโตมากกว่าการขยายตัวเศรษฐกิจโลกอย่างสม่ำเสมอ
การเดินทางเชิงธุรกิจและเพื่อพักผ่อนหย่อนใจเป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนไปสู่เป้าหมาย 3 ในของจากทั้งหมด 17 เป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนของสหประชาชาติโลก และจะมีบทบาทในการกำหนดวาระของโลกในช่วง 15 ปีข้างหน้า
“เราได้เห็นการเปลี่ยนแปลงทางการเมืองระดับโลกเป็นอย่างมาก ทั้งยังเห็นได้ชัดเจนว่า การเติบโตของเศรษฐกิจในระดับสูงที่อยู่กับเรามานานกว่าครึ่งศตวรรษ และโลกาภิวัฒน์ที่เป็นตัวขับเคลื่อนเศรษฐกิจไม่ได้เป็นประโยชน์แก่ทุกคน รัฐบาลต่างเริ่มตั้งคำถามเรื่องอิสรภาพขั้นพื้นฐานในการเดินทางและการค้า ที่เป็นรากฐานของของธุรกิจการเดินทางและท่องเที่ยว” นายสโควซิลล์ กล่าว
มร.สโควซิลล์ กล่าวว่า แม้จะเกิดการก่อการร้ายและภัยพิบัติทางธรรมชาติหลายครั้ง ธุรกิจการเดินทางและท่องเที่ยวได้แสดงให้เห็นถึงความยืดหยุ่นในการรับมือกับสถานการณ์ร้ายเหล่านี้ โดยไม่ส่งผลกระทบต่อการเดินทางและการไปมาหาสู่ของผู้คน
“ความกลัวที่เกิดจากการแบ่งแยกเราตามเชื้อชาติหรือศาสนาทำลายหลักคิดว่าเราแต่ละคนล้วนมีลักษณะเฉพาะตัว เราเชื่อมั่นอย่างเต็มเปี่ยมว่า การปิดชายแดนคือการปิดกั้นทางความคิด การท่องเที่ยวทำให้โลกเราน่าอยู่ เป็นสถานที่สงบสุขมากยิ่งขึ้น ปฏิสัมพันธ์ของคนที่ต่างวัฒนธรรมเปลี่ยนแปลงเราไปในทางที่ดีขึ้น”
“การเดินทางท่องเที่ยวนั้นไม่ได้จำกัดอยู่แค่คนที่มีสิทธิพิเศษแค่หยิบมือ โลกและความสวยงามอันน่าอัศจรรย์เป็นของทุกคน เราเชื่อมั่นในสิทธิขั้นพื้นฐานของทุกคนในการเดินทาง โดยไม่ยึดโยงกับสัญชาติ เพศ ศาสนา ความสนใจทางเพศ หรืออายุ ธุรกิจการเดินทางและท่องเที่ยวให้การต้อนรับทุกๆคน”
“ธุรกิจนี้ยังทำหน้าที่สำคัญในการแสวงหาโลกที่เท่าเทียม ไม่แบ่งแยก และยั่งยืนมากขึ้น เพื่อที่จะพัฒนาธุรกิจนี้ให้ก้าวหน้าต่อไป เราต้องมุ่งเน้นสามส่วนสำคัญ คือ ผู้คนสามารถเดินทางท่องเที่ยวได้อย่างอิสระ เราต้องมีธุรกิจที่ประสบความสำเร็จ และเราต้องทำธุรกิจที่คำนึงถึงความรับผิดชอบต่อสังคม” มร.สโควซิลล์ กล่าวสรุป
ในฐานะส่วนหนึ่งของการรณรงค์ “มากเกินไปไหมที่จะขอ?” สภาการเดินทางและการท่องเที่ยวโลกหรือ WTTC เรียกร้องให้ทุกคนร่วมกันปฏิญาณ ร่วมกันลงมือเพื่อสร้างการเปลี่ยนแปลงให้กับโลกของเรา เข้าร่วมกับเรา เพื่อเพิ่มคุณค่าให้กับการสนับสนุนของคุณ






