
วิเคราะห์สถานการณ์ราคาทองคำประจำวัน(27 เม.ย.60)
บทวิเคราะห์สถานการณ์ราคาทองคำแท่ง ประจำวันที่ 27 เมษายน 2560 โดยบริษัท วายแอลจี บูลเลี่ยน อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด
คำแนะนำ
หากยังไม่สามารถผ่าน 1,270-1,279 ดอลลาร์ต่อออนซ์ไปได้ อาจใช้วิธีการลดพอร์ตการลงทุนลง และสำหรับนักลงทุนที่เก็งกำไรฝั่งซื้อระยะสั้นยังคงต้องตั้งจุดตัดขาดทุนไว้ล่วงหน้าให้ชัดเจน
หากราคาทองคำยังไม่สามารถยืนเหนือโซน 1,270-1,279 ดอลลาร์ต่อออนซ์ซึ่งเป็นระดับสูงสุดของวันก่อนหน้าได้ อาจทำให้เกิดการอ่อนตัวลง โดยประเมินแนวรับบริเวณ 1,255 ดอลลาร์ต่อออนซ์ แต่หากสามารถยืนเหนือโซนแนวรับดังกล่าวได้ก็จะเห็นการดีดตัวขึ้นอีกครั้ง
แนวรับ 1,255 1,243 1,232
แนวต้าน 1,270 1,279 1,388
ปัจจัยพื้นฐาน ราคาทองคำวานนี้ปิดปรับตัวเพิ่มขึ้น 5.80 ดอลลาร์ต่อออนซ์ โดยในระหว่างวันราคาทองคำได้รับแรงกดดันจากการคาดการณ์ในเชิงบวกต่อแผนปฏิรูปภาษีขนานใหญ่ของประธานาธิบดีทรัมป์ที่มีการเปิดเผยเมื่อวานนี้ ทั้งนี้ แผนการดังกล่าวระบุว่าจะปรับลดอัตราภาษีผลกำไรภาคเอกชนและธุรกิจส่งต่อลงสู่ 15 % จากอัตราเดิมที่ 35 % และเสนอให้ปรับลดภาษีสำหรับชาวสหรัฐโดยรวมด้วย อย่างไรก็ดีแผนการดังกล่าวยังขาดรายละเอียดที่เฉพาะเจาะจง ประกอบกับเกิดความไม่แน่ใจว่าแผนดังกล่าวจะได้รับอนุมัติจากสภาผู้แทนราษฏรและวุฒิสภาสหรัฐหรือไม่ส่งผลให้ดอลลาร์ลดช่วงบวกลงซึ่งเป็นปัจจัยหนุนให้ราคาทองคำปรับตัวขึ้นในเวลาต่อมา สำหรับวันนี้ติดตามการเปิดเผยยอดสั่งซื้อสินค้าคงทน, ดุลการค้าและจำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานของสหรัฐ และติดตามผลประชุมธนาคารกลางญี่ปุ่น(BOJ)และการประชุมธนาคารกลางยุโรป (ECB)คาดว่าจะยังคงนโยบายการเงินไว้เช่นเดิม แต่ต้องจับตาแถลงการณ์ของประธานธนาคารกลางทั้งสองแห่ง หากมีการส่งสัญญาณปรับเปลี่ยนนโยบายการเงินในอนาคตอาจส่งผลต่อราคาทองคำได้
ที่มา : บริษัท วายแอลจี บูลเลี่ยน อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด
คำแนะนำ
หากยังไม่สามารถผ่าน 1,270-1,279 ดอลลาร์ต่อออนซ์ไปได้ อาจใช้วิธีการลดพอร์ตการลงทุนลง และสำหรับนักลงทุนที่เก็งกำไรฝั่งซื้อระยะสั้นยังคงต้องตั้งจุดตัดขาดทุนไว้ล่วงหน้าให้ชัดเจน
แนวรับ 1,255 1,243 1,232
แนวต้าน 1,270 1,279 1,388
ปัจจัยพื้นฐาน ราคาทองคำวานนี้ปิดปรับตัวเพิ่มขึ้น 5.80 ดอลลาร์ต่อออนซ์ โดยในระหว่างวันราคาทองคำได้รับแรงกดดันจากการคาดการณ์ในเชิงบวกต่อแผนปฏิรูปภาษีขนานใหญ่ของประธานาธิบดีทรัมป์ที่มีการเปิดเผยเมื่อวานนี้ ทั้งนี้ แผนการดังกล่าวระบุว่าจะปรับลดอัตราภาษีผลกำไรภาคเอกชนและธุรกิจส่งต่อลงสู่ 15 % จากอัตราเดิมที่ 35 % และเสนอให้ปรับลดภาษีสำหรับชาวสหรัฐโดยรวมด้วย อย่างไรก็ดีแผนการดังกล่าวยังขาดรายละเอียดที่เฉพาะเจาะจง ประกอบกับเกิดความไม่แน่ใจว่าแผนดังกล่าวจะได้รับอนุมัติจากสภาผู้แทนราษฏรและวุฒิสภาสหรัฐหรือไม่ส่งผลให้ดอลลาร์ลดช่วงบวกลงซึ่งเป็นปัจจัยหนุนให้ราคาทองคำปรับตัวขึ้นในเวลาต่อมา สำหรับวันนี้ติดตามการเปิดเผยยอดสั่งซื้อสินค้าคงทน, ดุลการค้าและจำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานของสหรัฐ และติดตามผลประชุมธนาคารกลางญี่ปุ่น(BOJ)และการประชุมธนาคารกลางยุโรป (ECB)คาดว่าจะยังคงนโยบายการเงินไว้เช่นเดิม แต่ต้องจับตาแถลงการณ์ของประธานธนาคารกลางทั้งสองแห่ง หากมีการส่งสัญญาณปรับเปลี่ยนนโยบายการเงินในอนาคตอาจส่งผลต่อราคาทองคำได้
ที่มา : บริษัท วายแอลจี บูลเลี่ยน อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด






