
ขายตรงไทยสู้ข่าวแชร์โชกุลดันตลาดโต8%
TDSA แจงตลาดขายตรงไทยไตรมาสแรกโต 3% ไม่ได้รับผลกระทบจากภาวะเศรษฐกิจ หลังปรับตัวสู่ตลาดออนไลน์ และยังเป็นหนึ่งทางเลือกในการประกอบอาชีพ ชี้แชร์โชกุล กระทบขายตรงเล็กน้อย เตรียมอัดโปรโมชั่น-เปิดตัวสินค้าดันยอดทั้งปีโต 5-8%
นางสุชาดา ธีรวชิรกุล นายกสมาคมการขายตรงไทย หรือ Thai Direct Selling Association (TDSA) เปิดเผยถึงภาพรวมธุรกิจขายตรงในไตรมาสแรกว่า เติบโตในอัตรา 3% จากช่วงเดียวกันของปีที่ผ่านมา โดยเป็นผลจาก 3 สาเหตุหลัก ได้แก่ 1. ธุรกิจขายตรงจับตลาดทุกกลุ่มเป้าหมาย ตั้งแต่ระดับล่าง กลางและบน 2. โมเดลธุรกิจขายตรงเป็นธุรกิจที่สร้างอาชีพและรายได้ให้กับประชาชน และ 3. ธุรกิจขายตรงปรับตัวเข้าสู่ช่องทางออนไลน์ ซึ่งสอดคล้องกับพฤติกรรมผู้บริโภคคนรุ่นใหม่
ทั้งนี้ ประเมินว่าภาพรวมตลอดทั้งปีนี้ ธุรกิจขายตรงน่าจะเติบโตในอัตรา 5-8% จากปีที่ผ่านมาที่มีมูลค่า 7 หมื่นล้านบาท ซึ่งปีที่ผ่านมาตลาดขายตรงเติบโตถึง 10% จากปี 2558 ที่มีมูลค่า 6.93 หมื่นล้านบาท โดยในช่วงไตรมาส 2 และไตรมาส 3 ของปีนี้ บริษัทสมาชิกของสมาคม 33 บริษัทเตรียมเปิดตัวสินค้าใหม่ การจัดโปรโมชั่น และการทำตลาดเพื่อกระตุ้นยอดขายเพิ่มมากขึ้น จึงเชื่อว่าจะช่วยผลักดันให้ภาพรวมธุรกิจขายตรงเติบโตตามที่วางเป้าหมายไว้
ส่วนกรณีที่บริษัท เวลท์เอเวอร์ จำกัด หรือแชร์โชกุล ที่ลอยแพนักท่องเที่ยวที่สนามบินสุวรรณภูมิ เมื่อวันที่ 11 เมษายนที่ผ่านมา และมีการแอบอ้างว่าเป็นธุรกิจขายตรงนั้น เชื่อว่าส่งผลกระทบต่อภาพรวมธุรกิจขายตรงเพียงเล็กน้อยเท่านั้น เนื่องจากภาพธุรกิจขายตรงที่ถูกต้องมีความชัดเจนมากขึ้นกว่าในอดีต และปัจจุบันทางสมาคมได้ทำงานร่วมกับหน่วยงานภาครัฐ และสถาบันการศึกษา เพื่อเสริมสร้างความรู้ความเข้าใจที่ถูกต้อง นอกจากนี้ ยังมีแผนที่จะใช้สื่อออนไลน์เพื่อเผยแพร่ความรู้ความเข้าใจที่ถูกต้องเเกี่ยวกับธุรกิจขายตรงด้วย
“การส่งเสริมความรู้ในธุรกิจขายตรง สมาคมทำเยอะมากและจะทำเพิ่มมากขึ้น เวลาดูแลธุรกิจขายตรงในเมืองไทย สมาคมดูแลครบทุกมิติ ดูแลตั้งแต่ผู้บริโภค ผ่านผู้ประกอบการ ที่ทำงานร่วมหน่วยงานภาครัฐ สถาบันการศึกษา และนักธุรกิจขายตรง ซึ่งต้นทางที่เป็นสมาคมนั้นมีมาตรฐานมากในการบริหารสมาชิก เนื่องจากสมาคมได้เข้าเป็นสมาชิกของสมาคมขายตรงโลก ที่มีสมาชิกจาก 50 ประเทศทั่วโลก ซึ่งมาตรฐานในการบริหารสมาคมนั้น จะมี 4 มาตรฐาน คือ บรอนซ์ ซิลเวอร์ โกลด์ แพลตตินั่ม ปัจจุบันสมาคมของไทยอยู่ในระดับโกลด์ กำลังทำมาตรฐานเพื่อก้าวไปสู่มาตรฐานแพลตินั่ม”นางสุชาดา กล่าวในตอนท้าย
นางสุชาดา ธีรวชิรกุล นายกสมาคมการขายตรงไทย หรือ Thai Direct Selling Association (TDSA) เปิดเผยถึงภาพรวมธุรกิจขายตรงในไตรมาสแรกว่า เติบโตในอัตรา 3% จากช่วงเดียวกันของปีที่ผ่านมา โดยเป็นผลจาก 3 สาเหตุหลัก ได้แก่ 1. ธุรกิจขายตรงจับตลาดทุกกลุ่มเป้าหมาย ตั้งแต่ระดับล่าง กลางและบน 2. โมเดลธุรกิจขายตรงเป็นธุรกิจที่สร้างอาชีพและรายได้ให้กับประชาชน และ 3. ธุรกิจขายตรงปรับตัวเข้าสู่ช่องทางออนไลน์ ซึ่งสอดคล้องกับพฤติกรรมผู้บริโภคคนรุ่นใหม่
ทั้งนี้ ประเมินว่าภาพรวมตลอดทั้งปีนี้ ธุรกิจขายตรงน่าจะเติบโตในอัตรา 5-8% จากปีที่ผ่านมาที่มีมูลค่า 7 หมื่นล้านบาท ซึ่งปีที่ผ่านมาตลาดขายตรงเติบโตถึง 10% จากปี 2558 ที่มีมูลค่า 6.93 หมื่นล้านบาท โดยในช่วงไตรมาส 2 และไตรมาส 3 ของปีนี้ บริษัทสมาชิกของสมาคม 33 บริษัทเตรียมเปิดตัวสินค้าใหม่ การจัดโปรโมชั่น และการทำตลาดเพื่อกระตุ้นยอดขายเพิ่มมากขึ้น จึงเชื่อว่าจะช่วยผลักดันให้ภาพรวมธุรกิจขายตรงเติบโตตามที่วางเป้าหมายไว้
ส่วนกรณีที่บริษัท เวลท์เอเวอร์ จำกัด หรือแชร์โชกุล ที่ลอยแพนักท่องเที่ยวที่สนามบินสุวรรณภูมิ เมื่อวันที่ 11 เมษายนที่ผ่านมา และมีการแอบอ้างว่าเป็นธุรกิจขายตรงนั้น เชื่อว่าส่งผลกระทบต่อภาพรวมธุรกิจขายตรงเพียงเล็กน้อยเท่านั้น เนื่องจากภาพธุรกิจขายตรงที่ถูกต้องมีความชัดเจนมากขึ้นกว่าในอดีต และปัจจุบันทางสมาคมได้ทำงานร่วมกับหน่วยงานภาครัฐ และสถาบันการศึกษา เพื่อเสริมสร้างความรู้ความเข้าใจที่ถูกต้อง นอกจากนี้ ยังมีแผนที่จะใช้สื่อออนไลน์เพื่อเผยแพร่ความรู้ความเข้าใจที่ถูกต้องเเกี่ยวกับธุรกิจขายตรงด้วย
“การส่งเสริมความรู้ในธุรกิจขายตรง สมาคมทำเยอะมากและจะทำเพิ่มมากขึ้น เวลาดูแลธุรกิจขายตรงในเมืองไทย สมาคมดูแลครบทุกมิติ ดูแลตั้งแต่ผู้บริโภค ผ่านผู้ประกอบการ ที่ทำงานร่วมหน่วยงานภาครัฐ สถาบันการศึกษา และนักธุรกิจขายตรง ซึ่งต้นทางที่เป็นสมาคมนั้นมีมาตรฐานมากในการบริหารสมาชิก เนื่องจากสมาคมได้เข้าเป็นสมาชิกของสมาคมขายตรงโลก ที่มีสมาชิกจาก 50 ประเทศทั่วโลก ซึ่งมาตรฐานในการบริหารสมาคมนั้น จะมี 4 มาตรฐาน คือ บรอนซ์ ซิลเวอร์ โกลด์ แพลตตินั่ม ปัจจุบันสมาคมของไทยอยู่ในระดับโกลด์ กำลังทำมาตรฐานเพื่อก้าวไปสู่มาตรฐานแพลตินั่ม”นางสุชาดา กล่าวในตอนท้าย






