
ศาลฎีกาสั่งยกคำร้องรื้อคดี “หนุ่มใบ้”
นายสืบพงษ์ ศรีพงษ์กุล โฆษกศาลยุติธรรม เปิดเผยถึงคดีอาญาหมายเลขดำที่ 743/2551 หมายเลขแดงที่ 513/2552 ที่พนักงานอัยการจังหวัดสิงห์บุรี โจทก์ ยื่นฟ้องนายพัสกรหรือกุ้ง สิงคิ และ นายชัชพงศ์หรือบิ สิงคิ เป็นจำเลยต่อศาลจังหวัดสิงห์บุรี โดยเหตุเกิดเมื่อวันที่ 24 มีนาคม 2551 กล่าวหาว่า จำเลยทั้งสองได้ร่วมกันใช้อาวุธปืนลูกซองยาวติดตัวไปในบริเวณสาธารณะโดยไม่มีเหตุสมควร แล้วใช้อาวุธดังกล่าวยิงนายพตร์ เกิดผล ผู้ตาย และนายสมคิด หุ่นทองกูล ผู้เสียหาย โดยมีเจตนาฆ่าโดยไตร่ตรองไว้ก่อน เป็นเหตุให้นายพตร์ ถึงแก่ความตาย จำเลยทั้งสองให้การปฏิเสธ จนกระทั่งศาลฎีกาพิพากษายืนตามศาลล่าง ให้จำคุกนายพัสกร จำเลยที่ 1 เป็นเวลา 20 ปี และปรับ 100 บาท และให้ยกฟ้องนายชัชพงศ์ จำเลยที่ 2 ต่อมานายพัสกรหรือกุ้ง สิงคิ ได้ยื่นคำร้องขอรื้อฟื้นคดีอาญาขึ้นพิจารณาใหม่ ในวันนี้ เวลา 09.00 น. ศาลจังหวัดสิงห์บุรีนัดฟังคำพิพากษาศาลฎีกา ซึ่งศาลฎีกาพิพากษาให้ยกคำร้องขอให้รื้อฟื้นคดีขึ้นพิจารณาใหม่ เนื่องจากศาลฎีกาเห็นว่าผู้ร้องไม่มีพยานหลักฐานใหม่เพียงพอที่จะแสดงว่าผู้ร้องไม่ได้กระทำความผิด
โฆษกศาลยุติธรรม กล่าวถึงรายละเอียดขั้นตอนการยื่นคำร้องขอรื้อฟื้นคดีอาญาขึ้นพิจารณาใหม่ว่า เมื่อวันที่ 24 เมษายน 2557 จำเลยที่ 1 ได้ยื่นคำร้องขอรื้อฟื้นคดีอาญาขึ้นพิจารณาใหม่ ภายหลังกรมสอบสวนคดีพิเศษได้สอบปากคำบุคคลที่กล่าวอ้างว่ารู้เห็น และเกี่ยวข้องกับเหตุการณ์แล้วรวบรวมพยานหลักฐานต่างๆ แล้วมีความเห็นว่า นายสราวุธ หรือเก่า ม่วงไหม และนายธวัชชัย หรือกบ ดอกบัว เป็นคนร้ายที่ร่วมกันใช้อาวุธปืนลูกซองยาวยิงนายพตร์ เกิดผล ผู้ตาย และนายสมคิด หุ่นทองกุล ผู้เสียหาย โดยผู้ร้องมิใช่คนร้ายที่ร่วมกันกระทำความผิด ศาลจังหวัดสิงห์บุรีพิจารณาแล้วมีคำสั่งว่า ข้อเท็จจริงตามคำร้องไม่ต้องด้วยบทบัญญัติมาตรา 5 แห่งพระราชบัญญัติการรื้อฟื้นคดีอาญาขึ้นพิจารณาใหม่ พ.ศ. 2526 เห็นสมควรไม่รับคำร้อง ให้ส่งคำร้องพร้อมถ้อยคำสำนวนคดีไปยังศาลอุทธรณ์ภาค 1 ซึ่งต่อมา วันที่ 14 พฤษภาคม 2557 ศาลอุทธรณ์ภาค 1 มีคำสั่งให้ส่งสำนวนคืนศาลชั้นต้นเพื่อไต่สวนคำร้อง แล้วส่งให้ศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิจารณาต่อไป
วันที่ 29 พฤษภาคม 2558 ศาลชั้นต้นอ่านคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 1 มีคำสั่งให้รับคำร้องไว้พิจารณาและดำเนินการสืบพยานคู่ความทั้งสองฝ่ายตามพระราชบัญญัติการรื้อฟื้นคดีอาญาขึ้นพิจารณาใหม่ พ.ศ. 2526 ต่อมา วันที่ 25 มีนาคม 2559 ศาลชั้นต้นส่งสำนวนและความเห็นให้ศาลฎีกาเพื่อพิจารณาพิพากษา ซึ่งในระหว่างนั้น วันที่ 4 มิถุนายน 2558 เจ้าหน้าที่จากกระทรวงยุติธรรมและกรมสอบสวนคดีพิเศษ ได้ยื่นหลักทรัพย์จำนวน 700,000 บาท ขอประกันตัวนายพัสกรหรือกุ้ง สิงคิ และศาลมีคำสั่งอนุญาตให้ปล่อยตัวชั่วคราวตลอดมา จนกระทั่งมีการอ่านคำพิพากษาศาลฎีกาในวันนี้ ผลคำพิพากษาของศาลฎีกาในวันนี้ ทำให้นายพัสกรหรือกุ้ง สิงคิ จำเลยที่ 1 ต้องกลับไปรับโทษจำคุกตามคำพิพากษาศาลฎีกาในคดีอาญาหมายเลขแดงที่ 513/2552 ของศาลจังหวัดสิงห์บุรีต่อไปจนกว่าจะครบกำหนดโทษตามคำพิพากษาอันถึงที่สุด
โฆษกศาลยุติธรรม กล่าวต่อไปว่า สาระสำคัญของพระราชบัญญัติการรื้อฟื้นคดีอาญาขึ้นพิจารณาใหม่ พ.ศ. 2526 มาตรา 18 บัญญัติว่า “คำร้องเกี่ยวกับผู้ต้องรับโทษอาญาคนหนึ่งในคดีหนึ่งให้ยื่นได้เพียงครั้งเดียว”
โฆษกศาลยุติธรรม กล่าวถึงรายละเอียดขั้นตอนการยื่นคำร้องขอรื้อฟื้นคดีอาญาขึ้นพิจารณาใหม่ว่า เมื่อวันที่ 24 เมษายน 2557 จำเลยที่ 1 ได้ยื่นคำร้องขอรื้อฟื้นคดีอาญาขึ้นพิจารณาใหม่ ภายหลังกรมสอบสวนคดีพิเศษได้สอบปากคำบุคคลที่กล่าวอ้างว่ารู้เห็น และเกี่ยวข้องกับเหตุการณ์แล้วรวบรวมพยานหลักฐานต่างๆ แล้วมีความเห็นว่า นายสราวุธ หรือเก่า ม่วงไหม และนายธวัชชัย หรือกบ ดอกบัว เป็นคนร้ายที่ร่วมกันใช้อาวุธปืนลูกซองยาวยิงนายพตร์ เกิดผล ผู้ตาย และนายสมคิด หุ่นทองกุล ผู้เสียหาย โดยผู้ร้องมิใช่คนร้ายที่ร่วมกันกระทำความผิด ศาลจังหวัดสิงห์บุรีพิจารณาแล้วมีคำสั่งว่า ข้อเท็จจริงตามคำร้องไม่ต้องด้วยบทบัญญัติมาตรา 5 แห่งพระราชบัญญัติการรื้อฟื้นคดีอาญาขึ้นพิจารณาใหม่ พ.ศ. 2526 เห็นสมควรไม่รับคำร้อง ให้ส่งคำร้องพร้อมถ้อยคำสำนวนคดีไปยังศาลอุทธรณ์ภาค 1 ซึ่งต่อมา วันที่ 14 พฤษภาคม 2557 ศาลอุทธรณ์ภาค 1 มีคำสั่งให้ส่งสำนวนคืนศาลชั้นต้นเพื่อไต่สวนคำร้อง แล้วส่งให้ศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิจารณาต่อไป
วันที่ 29 พฤษภาคม 2558 ศาลชั้นต้นอ่านคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 1 มีคำสั่งให้รับคำร้องไว้พิจารณาและดำเนินการสืบพยานคู่ความทั้งสองฝ่ายตามพระราชบัญญัติการรื้อฟื้นคดีอาญาขึ้นพิจารณาใหม่ พ.ศ. 2526 ต่อมา วันที่ 25 มีนาคม 2559 ศาลชั้นต้นส่งสำนวนและความเห็นให้ศาลฎีกาเพื่อพิจารณาพิพากษา ซึ่งในระหว่างนั้น วันที่ 4 มิถุนายน 2558 เจ้าหน้าที่จากกระทรวงยุติธรรมและกรมสอบสวนคดีพิเศษ ได้ยื่นหลักทรัพย์จำนวน 700,000 บาท ขอประกันตัวนายพัสกรหรือกุ้ง สิงคิ และศาลมีคำสั่งอนุญาตให้ปล่อยตัวชั่วคราวตลอดมา จนกระทั่งมีการอ่านคำพิพากษาศาลฎีกาในวันนี้ ผลคำพิพากษาของศาลฎีกาในวันนี้ ทำให้นายพัสกรหรือกุ้ง สิงคิ จำเลยที่ 1 ต้องกลับไปรับโทษจำคุกตามคำพิพากษาศาลฎีกาในคดีอาญาหมายเลขแดงที่ 513/2552 ของศาลจังหวัดสิงห์บุรีต่อไปจนกว่าจะครบกำหนดโทษตามคำพิพากษาอันถึงที่สุด
โฆษกศาลยุติธรรม กล่าวต่อไปว่า สาระสำคัญของพระราชบัญญัติการรื้อฟื้นคดีอาญาขึ้นพิจารณาใหม่ พ.ศ. 2526 มาตรา 18 บัญญัติว่า “คำร้องเกี่ยวกับผู้ต้องรับโทษอาญาคนหนึ่งในคดีหนึ่งให้ยื่นได้เพียงครั้งเดียว”






