
แนวโน้มราคาทองคำวันพรุ่งนี้(11 เม.ย.60)
สรุปสภาวะตลาดทองคำแท่ง วันที่ 10 เมษายน 2560
สภาวะตลาดวันที่ 10 เมษายน 2560 ราคาทองคำแกว่งตัวในกรอบที่ระดับ 1,251.30-1,255.86 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ขณะที่ราคาทองคำแท่ง 96.5% ภายในประเทศขายออกอยู่ที่ 20,600 บาทต่อบาททองคำ โดยราคาปรับตัวลดลง 100 บาท จากวันก่อนหน้าที่ระดับ 20,700 บาทต่อบาททองคำ
(หมายเหตุ: ข้อมูลนี้จัดทำขึ้น ณ เวลา 16.18 น.ของวันที่ 10/04/2560)
แนวโน้มวันที่ 11 เมษายน 2560
เมื่อสหรัฐ ยิ่งขีปนาวุธโจมตีฐานทัพอากาศในซีเรีย เหตุการณ์ดังกล่าวกระตุ้นให้นักลงทุนเข้าซื้อทองคำในฐานะสกุลเงินปลอดภัย ทั้งนี้ รัสเซียประณามการกระทำของสหรัฐ และ ประเทศพันธมิตรของสหรัฐตั้งข้อสงสัยต่อนโยบายในอนาคต ประเด็นความตรึงเครียดระหว่างประเทศให้ร้อนแรงมากขึ้น เมื่อนายเร็กซ์ ทิลเลอร์สัน รมว.ต่างประเทศสหรัฐเตือนว่า การโจมตีดังกล่าวเป็นคำเตือนต่อประเทศอื่นๆ ซึ่งรวมถึงเกาหลีเหนือ ล่าสุดสหรัฐตัดสินใจสั่งเคลื่อนกองเรือบรรทุกเครื่องบินโจมตีของสหรัฐไปใกล้คาบสมุทรเกาหลี เพื่อเป็นการตอบโต้พฤติกรรมยั่วยุของเกาหลีเหนือ ความเสี่ยงมากขึ้นที่จะเกิดข้อพิพาท ขณะที่เกาหลีเหนือก็อาจอาจจะทดสอบขีปนาวุธข้ามทวีปในวันเสาร์ที่ 15 เม.ย. ซึ่งเป็นวันครบรอบวันเกิดของนายคิม อิล-ซ็อง ประธานาธิบดีผู้ก่อตั้งประเทศเกาหลีเหนือ ความกังวลดังกล่าวได้เป็นแรงหนุนราคาทองคำไว้ แม้ว่าราคาทองคำได้รับแรงกดดัน ดัชนีดอลลาร์เมื่อเทียบกับตะกร้าสกุลเงินปรับขึ้นแตะจุดสูงสุดรอบ 3 สัปดาห์ หลังจากถ้อยแถลงของนายวิลเลียม ดัดลีย์ ประธานธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) สาขานิวยอร์ค ช่วยตอกย้ำความมุ่งมั่นของเฟดในการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย ประกอบกับกระทรวงแรงงานสหรัฐเปิดเผย ตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตรของสหรัฐ ต่ำกว่าคาดในเดือนมี.ค. แต่อาจเกิดขึ้นระยะสั้น ซึ่งทางด้านนักเศรษฐศาสตร์ประเมินว่า ภาวะอากาศที่เลวร้ายเป็นสาเหตุที่ทำให้การจ้างงานชะลอตัว หลังจากอุณหภูมิในสหรัฐดิ่งลงและมีพายุพัดถล่ม แต่อัตราการว่างงานในสหรัฐดิ่งลงจาก 4.7 % ในเดือนก.พ. สู่ 4.5 % ในเดือนมี.ค. ซึ่งถือเป็นจุดต่ำสุดนับตั้งแต่เดือน พ.ค. 2550 แนะนำนักลงทุนในตลาดทองคำให้จับตาสกุลเงินดอลลาร์เพื่อเป็นปัจจัยกำหนดทิศทางราคาทองคำ ทั้งนี้ เมื่อราคาทองคำมีการปรับตัวขึ้นยังคงมีแรงขายออกมา โดยนักลงทุนให้รอจังหวะซื้อเมื่อว่าราคาทองคำจะไหลลงสู่แนวรับสำคัญ น่าจะเป็นกลยุทธ์ที่มีความเสี่ยงค่อนข้างต่ำ
กลยุทธ์การลงทุน วายแอลจีแนะนำนักลงทุนสามารถลงทุนระยะสั้นโดยเข้าซื้อหากราคาย่อตัวไม่หลุดแนวรับบริเวณ 1,244-1,235 ดอลลาร์ต่อออนซ์ โดยไม่แนะนำให้เข้าซื้อทั้งหมดบริเวณแนวรับใดแนวรับหนึ่ง ควรเหลือเงินทุนเพื่อซื้อเฉลี่ยหากราคาหลุดแนวรับแรกซึ่งราคาจะปรับตัวลงไปบริเวณแนวรับถัดไป และให้ขายทำกำไรเมื่อราคาดีดตัวขึ้นบริเวณแนวต้าน 1,263-1,272 ดอลลาร์ต่อออนซ์ หากไม่สามารถผ่านไปได้อาจเห็นการย่อตัวของราคาทองคำอีกครั้ง เบื้องต้นวายแอลจียังมองว่าการลงทุนยังเน้นการลงทุนระยะสั้น เพราะแม้ว่าราคาทองคำจะดีดตัวขึ้นได้บ้าง ก็ยังคงมีแรงขายทองคำออกมาเช่นกัน
ทองคำแท่ง (96.50%)
แนวรับ 1,244 (20,350บาท) 1,235 (20,250บาท) 1,222 (20,000บาท)
แนวต้าน 1,263 (20,700บาท) 1,272 (20,850บาท) 1,280 (20,950บาท)
ที่มา:บริษัท วายแอลจี บูลเลี่ยน อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด
สภาวะตลาดวันที่ 10 เมษายน 2560 ราคาทองคำแกว่งตัวในกรอบที่ระดับ 1,251.30-1,255.86 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ขณะที่ราคาทองคำแท่ง 96.5% ภายในประเทศขายออกอยู่ที่ 20,600 บาทต่อบาททองคำ โดยราคาปรับตัวลดลง 100 บาท จากวันก่อนหน้าที่ระดับ 20,700 บาทต่อบาททองคำ
(หมายเหตุ: ข้อมูลนี้จัดทำขึ้น ณ เวลา 16.18 น.ของวันที่ 10/04/2560)
แนวโน้มวันที่ 11 เมษายน 2560
เมื่อสหรัฐ ยิ่งขีปนาวุธโจมตีฐานทัพอากาศในซีเรีย เหตุการณ์ดังกล่าวกระตุ้นให้นักลงทุนเข้าซื้อทองคำในฐานะสกุลเงินปลอดภัย ทั้งนี้ รัสเซียประณามการกระทำของสหรัฐ และ ประเทศพันธมิตรของสหรัฐตั้งข้อสงสัยต่อนโยบายในอนาคต ประเด็นความตรึงเครียดระหว่างประเทศให้ร้อนแรงมากขึ้น เมื่อนายเร็กซ์ ทิลเลอร์สัน รมว.ต่างประเทศสหรัฐเตือนว่า การโจมตีดังกล่าวเป็นคำเตือนต่อประเทศอื่นๆ ซึ่งรวมถึงเกาหลีเหนือ ล่าสุดสหรัฐตัดสินใจสั่งเคลื่อนกองเรือบรรทุกเครื่องบินโจมตีของสหรัฐไปใกล้คาบสมุทรเกาหลี เพื่อเป็นการตอบโต้พฤติกรรมยั่วยุของเกาหลีเหนือ ความเสี่ยงมากขึ้นที่จะเกิดข้อพิพาท ขณะที่เกาหลีเหนือก็อาจอาจจะทดสอบขีปนาวุธข้ามทวีปในวันเสาร์ที่ 15 เม.ย. ซึ่งเป็นวันครบรอบวันเกิดของนายคิม อิล-ซ็อง ประธานาธิบดีผู้ก่อตั้งประเทศเกาหลีเหนือ ความกังวลดังกล่าวได้เป็นแรงหนุนราคาทองคำไว้ แม้ว่าราคาทองคำได้รับแรงกดดัน ดัชนีดอลลาร์เมื่อเทียบกับตะกร้าสกุลเงินปรับขึ้นแตะจุดสูงสุดรอบ 3 สัปดาห์ หลังจากถ้อยแถลงของนายวิลเลียม ดัดลีย์ ประธานธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) สาขานิวยอร์ค ช่วยตอกย้ำความมุ่งมั่นของเฟดในการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย ประกอบกับกระทรวงแรงงานสหรัฐเปิดเผย ตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตรของสหรัฐ ต่ำกว่าคาดในเดือนมี.ค. แต่อาจเกิดขึ้นระยะสั้น ซึ่งทางด้านนักเศรษฐศาสตร์ประเมินว่า ภาวะอากาศที่เลวร้ายเป็นสาเหตุที่ทำให้การจ้างงานชะลอตัว หลังจากอุณหภูมิในสหรัฐดิ่งลงและมีพายุพัดถล่ม แต่อัตราการว่างงานในสหรัฐดิ่งลงจาก 4.7 % ในเดือนก.พ. สู่ 4.5 % ในเดือนมี.ค. ซึ่งถือเป็นจุดต่ำสุดนับตั้งแต่เดือน พ.ค. 2550 แนะนำนักลงทุนในตลาดทองคำให้จับตาสกุลเงินดอลลาร์เพื่อเป็นปัจจัยกำหนดทิศทางราคาทองคำ ทั้งนี้ เมื่อราคาทองคำมีการปรับตัวขึ้นยังคงมีแรงขายออกมา โดยนักลงทุนให้รอจังหวะซื้อเมื่อว่าราคาทองคำจะไหลลงสู่แนวรับสำคัญ น่าจะเป็นกลยุทธ์ที่มีความเสี่ยงค่อนข้างต่ำ
กลยุทธ์การลงทุน วายแอลจีแนะนำนักลงทุนสามารถลงทุนระยะสั้นโดยเข้าซื้อหากราคาย่อตัวไม่หลุดแนวรับบริเวณ 1,244-1,235 ดอลลาร์ต่อออนซ์ โดยไม่แนะนำให้เข้าซื้อทั้งหมดบริเวณแนวรับใดแนวรับหนึ่ง ควรเหลือเงินทุนเพื่อซื้อเฉลี่ยหากราคาหลุดแนวรับแรกซึ่งราคาจะปรับตัวลงไปบริเวณแนวรับถัดไป และให้ขายทำกำไรเมื่อราคาดีดตัวขึ้นบริเวณแนวต้าน 1,263-1,272 ดอลลาร์ต่อออนซ์ หากไม่สามารถผ่านไปได้อาจเห็นการย่อตัวของราคาทองคำอีกครั้ง เบื้องต้นวายแอลจียังมองว่าการลงทุนยังเน้นการลงทุนระยะสั้น เพราะแม้ว่าราคาทองคำจะดีดตัวขึ้นได้บ้าง ก็ยังคงมีแรงขายทองคำออกมาเช่นกัน
ทองคำแท่ง (96.50%)
แนวรับ 1,244 (20,350บาท) 1,235 (20,250บาท) 1,222 (20,000บาท)
แนวต้าน 1,263 (20,700บาท) 1,272 (20,850บาท) 1,280 (20,950บาท)
ที่มา:บริษัท วายแอลจี บูลเลี่ยน อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด






